|
ทุกวันนี้พวกเราเองคงจะเคยเห็นคนเอาโต๊ะมาตั้ง
มีโทรศัพท์มือถือ 2-3 เครื่อง แล้วก็มีป้ายเขียนว่า โทรทั่วไทยนาทีละ
3 บาท ซึ่งจะพบการให้บริการแบบนี้ได้มากในเขตชุมชนที่มีคนอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น
แต่เคยคิดกันบ้างไหมครับ ว่าการให้บริการแบบนี้ผิดกฎหมายหรือเปล่า
ในความเห็นของผม ถ้าการให้บริการดังกล่าว
เป็นการลักลอบจูนคลื่นสัญญาณหรือพ่วงเข้ากับหมายเลขโทรศัพท์ของบุคคลอื่น
ย่อมต้องเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานลักทรัพย์ เพราะสัญญาณโทรศัพท์
แม้จับต้องไม่ได้ แต่ก็เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่ามีอยู่จริง
และตีค่าเป็นราคาเงินได้ และต้องมีความผิดตามกฎหมายแพ่งว่าด้วยละเมิดอีกด้วย
เนื่องจากเป็นการกระทำโดยละเมิดต่อเจ้าของหมายเลขโทรศัพท์นั้น แต่เมื่อดูฎีกาแล้ว (จำเลขไม่ได้) ศาลฎีกาบอกว่า ไม่ผิดฐานลักทรัพย์ครับ เพราะเป็นการใช้โทรศัพท์มือถือ เป็นการใช้คลื่นในอากาศ ไม่เหมือนโทรศัพท์ตามบ้าน ที่สัญญาณไปตามสาย
แต่ถ้าหากว่าการให้บริการโทรทั่วไทยดังกล่าวนั้น
เป็นการใช้สัญญาณโทรศัพท์อย่างถูกต้อง (ไม่ได้จูน) คือเสียค่าบริการให้กับผู้ให้บริการนาทีละ
1-2 บาทก็แล้วแต่ แล้วนำมาให้บริการโทรทั่วไทยนาทีละ 3-4 บาท
แล้วได้กำไรจากส่วนต่าง 1-2 บาทนั้น ในประเด็นนี้ เห็นว่าน่าจะยังไม่เป็นความผิดตามกฎหมายไทย
แต่น่าจะเป็นการกระทำผิดสัญญาระหว่างเอกชนด้วยกัน (ผู้ให้บริการระบบกับผู้ให้บริการโทรทั่วไทย)
เนื่องจากในสัญญาการให้บริการระบบโทรศัพท์นั้นมักจะระบุไว้ด้วยเสมอว่า
ห้ามนำโทรศัพท์มือถือดังกล่าวไปใช้ในทางธุรกิจหรือทางการค้าในทางที่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัท
ดังนั้น การนำโทรศัพท์มือถือไปให้บริการโทรทั่วไทยดังกล่าว จึงอาจเป็นการกระทำผิดสัญญากับบริษัทผู้ให้บริการระบบ
ซึ่งอาจถูกฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้
ทุกวันนี้ กฎหมายของไทยนั้นยังคงตามหลังเทคโนโลยีอยู่มาก
จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการพัฒนากฎหมายให้มีความก้าวหน้าในระดับสากลต่อไป
ตรงนี้ชาวไอทีขอเอาใจช่วยครับ
อ้างอิง:
1. ประมวลกฎหมายอาญา
2. ประมวลกฎหมายแพ่งและพานิชย์
|