|
นายจ้าง-ลูกจ้างจริงๆ
แล้วก็เหมือนสามี-ภรรยาล่ะครับ อ้าว ! อย่าเพิ่งตกใจนะครับ ผมไม่ได้หมายถึงตำนานรักในที่ทำงาน
แต่หมายความว่านายจ้างกับลูกจ้างก็เหมือนลิ้นกับฟันครับ มีเรื่องกระทบกระทั่งกันเสมอ
และยิ่งมีคอมพิวเตอร์เข้ามาวุ่นวายด้วยแล้ว ก็ยิ่งยุ่งกันไปใหญ่ครับ
คืออย่างนี้ครับ ตอนที่มีอินเทอร์เน็ตใหม่
ๆ ก็มีการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ในอเมริกาว่าเห็นยังไงกับเทคโนโลยีนี้
ส่วนใหญ่เขาก็เห็นว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพในการผลิตและการทำงานครับ
แต่บรรดาบิ๊กๆเหล่านั้นเขาก็กังวลว่าพนักงานของเขาจะใช้เวลาไปในการรับส่ง
e-mail ส่วนตัวหรือ surf ผจญภัยในโลกไซเบอร์ จนไม่เป็นอันทำงานครับ
ดังนั้น บริษัทห้างร้านกว่า
90 % เขาก็จะมีข้อบังคับออกมากำหนดเวลาในการใช้ e-mail ของพนักงานครับ
รวมไปถึงการจำกัดไม่ให้พนักงานเปิดเว็บไซต์บางประเภทในคอมพิวเตอร์ของบริษัทโดยการติดตั้ง
monitoring software ครับ
เรื่องข้อบังคับในการทำงานจริงๆ
แล้วก็เป็นเรื่องปกติครับ กฎหมายคุ้มครองแรงงานเขาก็บอกว่าต้องมี
และก็กำหนดด้วยว่าต้องมีรายละเอียดอะไรบ้าง หลัก ๆ ก็คือกำหนดสิทธิของทั้งฝ่ายนายจ้าง-ลูกจ้าง
รวมไปถึงรายละเอียดต่าง ๆในการทำงานครับ
ถ้าลูกจ้างทำผิดข้อบังคับในการทำงาน
หากเป็นเรื่องไม่ร้ายแรงถ้านายจ้างเตือนแล้วยังฝ่าฝืนอีก ก็ไล่ออกได้เลยครับ
แต่ถ้าเป็นเรื่องร้ายแรงนายจ้างก็ไล่ออกได้เลยโดยไม่ต้องเตือน
ดังนั้นรายละเอียดในเรื่องข้อบังคับ จึงมีความสำคัญ และโดยปกติข้อบังคับก็ต้องเกิดจากความตกลงร่วมกันของทั้งสองฝ่ายครับ
เพราะเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง (คำในกฎหมายครับ อย่าไป
serious)
ดังนั้น ถ้านายจ้าง-ลูกจ้างตกลงกันได้ในเรื่องการออกข้อบังคับกำหนดเวลาใช้คอมพิวเตอร์
หรือกำหนดไม่ให้พนักงานเปิดเว็บไซต์บางประเภทในที่ทำงาน เช่นเว็บไซต์ลามก
เป็นต้น ก็น่าจะทำได้ครับ ปัญหาคือว่าถ้าไม่มีข้อบังคับในเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ต้น
แต่นายจ้างจะมากำหนดทีหลังจะทำอย่างไร ตรงนี้ก็คงต้องมีการปฎิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ครับคือต้องมีการแจ้งข้อเรียกร้อง
และมีการตกลงกันเพื่อมีการแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ หลักของกฎหมายแรงงานก็คือถ้านายจ้างเขาจะกำหนดข้อบังคับอะไรที่ทำให้เราเสียสิทธิ
เขาต้องฟังเราครับ
|