|
คราวที่แล้วผมได้บอกกับท่านผู้อ่านว่า
ขอให้อย่างที่เข้าใจว่าถ้าคุณเชื่อมั่นว่าสิ่งที่คุณพูดหรือพิมพ์ลงใน
e-mail เป็นความจริงแล้วจะไม่เป็นการหมิ่นประมาทในทางอาญา
ตามกฎหมายแล้วจริงหรือไม่จริงไม่สำคัญครับ
แต่ถ้าไปทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชังแล้ว
ก็ผิดทั้งนั้นครับ ท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยว่าทำไมกฎหมายเขียนอย่างนี้ใช่ไหมครับ
จริง ๆ แล้วกฎหมายก็คำนึงถึงเรื่องความจริงหรือไม่จริงของข้อความเช่นกันครับ
โดยบัญญัติให้มีการพิสูจน์ความจริงกันได้ คือถ้าผู้กระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทพิสูจน์ได้ว่าข้อความข้อความที่ตนกล่าวหรือเขียนไปนั้นเป็นความจริงก็ไม่ต้องรับโทษทางอาญาครับ
อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่าจะไปพิสูจน์ความจริงเพื่อยกเว้นโทษกันได้ทุกกรณีนะครับ
ถ้าเป็นเรื่องส่วนตัว และการพิสูจน์ไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน
กฎหมายก็ไม่ยอมให้มีการพิสูจน์เพื่อยกเว้นโทษครับ เช่น ผมส่ง
e-mail ไปหาเพื่อนผมกล่าวหาว่านาย ก. เป็นชู้กับเมียชาวบ้าน
ถึงผมจะพิสูจน์ได้ว่านาย ก. เป็นชู้กับเมียชาวบ้านจริง ผมก็ต้องติดคุกหรือถูกปรับอยู่ดีครับ
เพราะการพิสูจน์ไม่เป็นประโยชน์กับประชาชน แต่ถ้านาย ก. เป็นนักการเมืองหรือข้าราชการระดับสูงก็อาจมองได้นะครับว่าการพิสูจน์จะเป็นประโยชน์กับประชาชน
|