|
การติดต่อสื่อสารและการทำธุรกรรมบนอินเทอร์เน็ตนอกจากจะต้องคำนึงถึงการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว
ความลับทางการค้า (Trade Secret) ก็เป็นเรื่องที่มีความสำคัญซึ่งควรจะได้รับความคุ้มครองเช่นกันครับ
ในขณะที่กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทยยังเป็นร่างอยู่
กฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองความลับทางการค้าได้มีผลใช้บังคับแล้วครับ
คือ พระราชบัญญัติความลับทางการค้า พ.ศ. 2545 มีผลใช้บังคับเมื่อวันที่
22 กรกฎาคม 2545 นี้เอง เหตุผลหลักที่มีกฎหมายนี้ก็เพราะกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในเรื่องละเมิดยังไม่ครอบคลุมเรื่องนี้ครับ
ตามกฎหมายดังกล่าว ความลับทางการค้าถือเป็นสิ่งที่โอนกันได้
โดยหลักเจ้าของมีสิทธิ์ที่จะเปิดเผย เอาไป หรือใช้ความลับทางการค้านั้น
รวมถึงอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้ได้ ส่วนการละเมิดความลับทางการค้าก็คือ
การเปิดเผย เอาไปหรือใช้ความลับทางการค้าของผู้อื่นในลักษณะที่ขัดกับแนวทางปฏิบัติในเชิงพาณิชย์ที่สุจริต
(คงต้องดูข้อเท็จจริงเป็นกรณีๆ ไปครับ) การเปิดเผยความลับทางการค้าของผู้อื่นไม่ว่าทางสื่อใด
ๆ (รวมทั้งอินเทอร์เน็ตด้วย) จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน
2 แสนบาทครับ และถ้าบุคคลที่เปิดเผยความลับเป็นบุคคลที่มีหน้าที่ดูแลความลับคือบรรดาเจ้าหน้าที่ทั้งหลาย
ก็มีโทษสูงขึ้นครับ คือ จำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่
1 ถึง 2 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี ใช่ว่าการเปิดเผยความลับทางการค้าของผู้อื่นจะมีโทษเสมอไปครับ
กฎหมายเขากำหนดข้อยกเว้นไว้เช่นกัน ประการแรกก็คือถ้าไม่รู้ว่าเป็นความลับทางการค้าของผู้อื่นก็ไม่ผิดครับ
ประการต่อไปก็คือข้อยกเว้นอื่นๆ เช่นเพื่อประโยชน์สาธารณะ การค้นพบโดยอิสระ
หรือโดยวิธีวิศวกรรมย้อนกลับ (reverse engineering) ครับ
กรณีที่มีการละเมิดความลับทางการค้า
ผู้เสียหายก็มีทางเลือกหลายทางครับ คือ การร้องขอให้ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศสั่งระงับการละเมิดหรืออาจจะฟ้องคดีแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายครับ
กรณีที่มีการฟ้องร้อง กฎหมายเขาก็กำหนดกลไกในการตกลงไกล่เกลี่ยระหว่างคู่กรณีเอาไว้ด้วยครับ
นอกจากการกำหนดหลักเกณฑ์ห้ามเปิดเผยความลับทางการค้าของผู้อื่นแล้ว
กฎหมายดังกล่าวยังมีสาระสำคัญอีกประการหนึ่งคือการกำหนดเรื่องการรักษาความลับทางการค้าโดยหน่วยงานของรัฐเอาไว้ด้วย
เพราะกรณีที่เอกชนขออนุญาตกระทำการใดๆ ต่อหน่วยงานของรัฐก็อาจต้องส่งข้อมูลที่เป็นความลับทางการค้าเพื่อประกอบการขออนุญาตด้วยครับ
เมื่อข้อมูลไปอยู่ในมือของรัฐ กฎหมายก็ต้องกำหนดหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐในการคุ้มครองข้อมูลดังกล่าวด้วย
กฎหมายนี้เพิ่งจะใช้บังคับครับ
ยังไม่มีคดีความขึ้นสู่ศาล ต่อไปถ้ามีคดีเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ตผมจะนำมาเล่าให้ฟังต่อไปครับ
|