Thailand Online Lawyers
เว็บบอร์ด   เกี่ยวกับเรา   บริการของเรา  ติดต่อเรา  สนับสนุนเรา  สมุดเยี่ยม
 
รักเมืองไทย
ค้นหากฎหมาย ค้นหาคำพิพากษาฎีกา ดาวน์โหลดแบบฟอร์มต่างๆรวมลิงค์กฎหมายที่น่าสนใจ
หน้าแรก
English Page
ค้นหากฎหมาย
ค้นหาฎีกา
ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม
รวมลิงค์กฎหมาย
เว็บบอร์ดกฎหมาย
บทความ
   กฎหมายทั่วไป
   กฎหมายไอที
   กฎหมายชาวบ้าน
ข่าวกฎหมาย
ข่าวสารที่น่าสนใจ
Forward Mail
บริการของเรา
ติดต่อเรา
สมุดเยี่ยมกฎหมาย
สนับสนุนเรา
Site Map
lawyerthai © 2006
คุยกันสดๆ
เสื้อ lawyerthai.com
หากสนใจหรืออยากทราบ ข้อมูลเพิ่มเติม เชิญคลิก

กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กบนอินเทอร์เน็ตในสหรัฐอเมริกา :: โดย Lawyerthai.com


ผมเลยเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังแล้วครับว่า กฎหมายคุ้มครองส่วนบุคคลในอเมริกานั้นเขามีหลายฉบับครับ วันนี้ผมจะเขียนถึงกฎหมายฉบับหนึ่งซึ่งให้ความคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของเด็กบนโลกไซเบอร์ครับ กฎหมายนี้ชื่อว่า The Children s Online Privacy Protection Act 1998 ถึงจะเป็นกฎหมายที่ไม่ใหม่แล้วแต่เขาก็เพิ่งบังคับใช้เต็มรูปประมาณปีสองปีนี้เองครับ

สาระสำคัญของกฎหมายนี้คือการกำหนดให้ผู้ประกอบการเว็บไซต์และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตจะต้องมีการขึ้นประกาศนโยบายของตนเกี่ยวกับการจัดเก็บ การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของเด็ก รวมทั้งต้องได้รับความยินยอมซึ่งสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้จากผู้ปกครองของเด็กก่อนที่จะมีการจัดเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว โดยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นก็หมายถึงชื่อ นามสกุล ที่อยู่ e-mail address เบอร์โทรศัพท์ เลขประกันสังคม (ที่นั่นเขาสำคัญมากครับ ใช้แทนเลขประจำตัวนักศึกษาและเลขอื่น ๆ อีกมากมายครับ ขนาดเปิดบัญชีธนาคารก็ยังต้องใช้ครับ) รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ ที่อาจระบุตัวบุคคลของเด็กได้ครับ

ตามกฎหมายดังกล่าว “เด็ก” หมายถึงบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปีครับ โดยการเก็บข้อมูลของเด็กที่จะอยู่ในบังคับของกฎหมายนี้ก็กินความตั้งแต่การให้เด็กกรอกข้อมูล online อย่างโจ่งแจ้ง การเก็บข้อมูลผ่านห้องสนทนาและกระดานข่าวสาธารณะต่าง ๆ รวมถึงการเก็บข้อมูลในรูปของ cookies ด้วยครับ

ประกาศนโยบายเกี่ยวกับการจัดเก็บ การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลของเด็กที่กฎหมายเขาบังคับให้ผู้ประกอบการเว็บไซต์และ ISPs ต้องจัดให้มีบนเว็บไซต์นั้น เขาก็มีกฎเกณฑ์มากำหนดรายละเอียดครับว่าต้องใช้ font ขนาดใหญ่กว่าปกติ มีสีแตกต่างจากข้อความอื่น หรือมีลักษณะพิเศษที่ดึงดูดความสนใจครับ นอกจากรูปแบบแล้ว ก็มีกฎเกณฑ์กำหนดเนื้อหาที่ต้องมีในประกาศด้วยครับ เช่น ต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับประเภทของข้อมูลที่ต้องการจัดเก็บ ข้อมูลดัง กล่าวจะถูกนำไปใช้อย่างไร และจะมีการเปิดเผยข้อมูลนั้นไปยังบุคคลที่สามหรือ สาธารณชนหรือไม่ครับ

กฎหมายนี้เขากำหนดให้ผู้ปกครองสามารถเข้าไปตรวจสอบและลบข้อมูลเกี่ยวกับบุตรหลานของตนที่มีการจัดเก็บไว้ได้ด้วยครับ ส่วนกระบวนการในการขอความยินยอมจากผู้ปกครองก่อนที่จะจัดเก็บข้อมูล ใช้ข้อมูลหรือเปิดเผยข้อมูลนั้นเขาก็กำหนดไว้หลายวิธีครับ เช่น การส่งไปรษณีย์ โทรสาร การตรวจสอบบัตรเครดิต การใช้โทรศัพท์ที่เก็บเงินปลายทางหรือใช้ e-mail ที่ต้องระบุ PIN หรือ password ครับ โดยวิธีการที่เคร่งครัดเขาก็กำหนดให้ใช้กับการขอความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลต่อบุคคลที่สามหรือสาธารณชนเท่านั้นครับ แต่ถ้าผู้ประกอบการเว็บไซต์ต้องการใช้ข้อมูลเพื่อประโยชน์ในทางการตลาดของตนเอง กฎหมายเขายอมให้ขอความยินยอมจากผู้ปกครองโดยส่ง e-mail ไปได้ครับ เพียงแต่ก็ต้องมีขั้นตอนบางประการเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ปกครองจริง ๆ เป็นผู้ให้ความยินยอมครับ เช่น อาจต้องมีการส่ง e-mail ไป confirm อีกครั้ง หรือส่งจดหมายหรือโทรศัพท์ไปยังผู้ปกครองโดยตรงครับ