|
ธุรกิจขายตรงนั้นอยู่กับสังคมไทยมานานครับ
ในยุค e-commerce เช่นในปัจจุบัน ธุรกิจขายตรงก็ขึ้นไปอยู่บนอินเทอร์เน็ตเช่นเดียวกัน
ผมเข้าไป search ใน sanook เห็นว่ามีเว็บไซต์ของธุรกิจขายตรงในเมืองไทยถึงกว่า
50 เว็บครับ ในอดีตมีการวิพากษ์วิจารณ์กันว่าธุรกิจขายตรงน่ะเป็นธุรกิจนอกกฎหมายครับ
แต่ปัจจุบันเพื่อให้การคุ้มครองกับผู้เกี่ยวข้องในธุรกิจขายตรงทุกฝ่าย
ทั้งสมาชิก ตัวแทนขายและผู้บริโภค เขาก็มีกฎหมายใหม่ออกมาใช้บังคับแล้วครับ
คือ พระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. 2545 ซึ่งเพิ่งจะมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่
29 สิงหาคม พ.ศ. 2545 นี้เองครับ
สาระสำคัญประการแรกของกฎหมายนี้คือ
กำหนดให้บริษัทที่ดำเนินธุรกิจขายตรงต้องจดทะเบียนต่อสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค
(สคบ.) โดยบริษัทที่ดำเนินธุรกิจอยู่ก่อนกฎหมายมีผลใช้บังคับจะต้องดำเนินการจดทะเบียนให้แล้วเสร็จภายใน
120 วัน นับแต่กฎหมายมีผลใช้บังคับ หากฝ่าฝืนไม่จดทะเบียนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน
1 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาทและปรับอีกไม่เกินวันละ 1 หมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนอยู่
กฎหมายดังกล่าวกำหนดข้อจำกัดในการประกอบธุรกิจขายตรงไว้อย่างมากมาย
ได้แก่ การห้ามการชักชวนในลักษณะลูกโซ่ คือเสนอผลประโยชน์จากการหาผู้ร่วมเครือข่าย
ข้อความในการสื่อสารข้อมูลเพื่อเสนอขายจะต้องเป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ห้ามการบังคับชักจูงให้ซื้อสินค้ามากเกินไป ห้ามเรียกค่าธรรมเนียม
ค่าอบรม และค่าอื่น ๆ ในอัตราที่สูงกว่าที่คณะกรรมการการขายตรงจะกำหนด
รวมทั้งการกำหนดให้บริษัทต้องมีแผนการจ่ายค่าตอบแทนที่ชัดเจนโดยต้องยื่นแผนดังกล่าวต่อเจ้าพนักงานพร้อมกับการจดทะเบียนด้วย
ในส่วนของการคุ้มครองผู้บริโภค
กฎหมายนี้กำหนดกลไกการคุ้มครองผู้บริโภคที่ชัดเจน โดยกำหนดว่าสัญญาระหว่างผู้เกี่ยวข้องต้องทำเป็นหนังสือและมีรายละเอียดตามที่กำหนด
ผู้บริโภคมีสิทธิ์เลิกสัญญาและคืนสินค้าได้ รวมทั้งกฎหมายยังกำหนดว่าการขายสินค้าจะต้องไม่สร้างความรำคาญด้วยครับ
นอกจากกฎหมายใหม่ที่เพิ่งใช้บังคับแล้ว
ธุรกิจขายตรงบนอินเทอร์เน็ตยังอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายอื่น
ๆ ด้วยครับ ที่ลืมไม่ได้ก็คือกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคในส่วนที่เกี่ยวกับการโฆษณาครับ
ซึ่งในรายละเอียดขอให้ดูหัวข้อ "web
designer กับกฎหมายโฆษณา" ครับ
|