|
การกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์นั้นโดยมากแล้วมักจะเป็นการคุกคามหรือลักลอบเข้าไปในระบบโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือโดยไม่มีอำนาจให้กระทำการดังกล่าว
การกระทำดังกล่าวนั้นเป็นการกระทำอันเทียบเคียงได้กับการบุกรุกในทางกายภาพ
หรือเปรียบเทียบได้กับการบุกรุกกันจริงๆนั่นเอง และในปัจจุบันมักมีพัฒนาการด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในรูปแบบต่างๆ
โดยกำหนดคำสั่งให้กระทำการใดๆ อันก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นได้ด้วย
เช่น
- Virus Computer ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อทำลายระบบและมักมีการแพร่กระจายตัวได้ง่ายและรวด
เร็ว ชาวไอทีทุกท่านคงจะทราบและรู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว
เพราะ Virus Computer นั้นติดเชื้อและแพร่กระจายได้รวดเร็วมาก
และทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยอาจทำให้เครื่อง Computer
ใช้งานไม่ได้ หรืออาจทำให้ข้อมูลใน Hard Disk เสียหายไปเลย
- Trojan Horse เป็นโปรแกรมที่กำหนดให้ทำงานโดยแฝงอยู่กับโปรแกรมทำงานทั่วไป
ทั้งนี้
เพื่อจุดประสงค์ใดจุดประสงค์หนึ่ง เช่น การลักลอบขโมยข้อมูล
เป็นต้น โดยมากจะเข้าใจกันว่าเป็น Virus Computer ชนิดหนึ่ง
Trojan Horse เป็นอีกเครื่องมือยอดนิยมชนิดหนึ่งที่บรรดา Hacker
ใช้กันมาก
- Bomb เป็นโปรแกรมที่กำหนดให้ทำงานภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดขึ้นเหมือนกับการระเบิด
ของระเบิดเวลา เช่น Time Bomb ซึ่งเป็นโปรแกรมที่มีการตั้งเวลาให้ทำงานตามที่กำหนดเวลาไว้
หรือ Logic Bomb ซึ่งเป็นโปรแกรมที่กำหนดเงื่อนไขให้ทำงานเมื่อมีเหตุการณ์หรือเงื่อนไขใดๆเกิดขึ้น
เป็นต้น กล่าวโดยรวมแล้ว Bomb ก็คือ รูปแบบการก่อให้เกิดความเสียหายเมื่อครบเงื่อนไขที่ผู้เขียนตั้งไว้นั่นเอง
- Rabbit เป็นโปรแกรมที่กำหนดขึ้นเพื่อให้สร้างตัวมันเองซ้ำๆ
เพื่อให้ระบบไม่สามารถ
ทำงานได้ เช่น ทำให้พื้นที่ในหน่วยความจำเต็มเพื่อให้ Computer
ไม่สามารถทำงานต่อไปเป็นต้น เป็นวิธีการที่ผู้ใช้มักจะใช้เพื่อทำให้ระบบของเป้าหมายล่ม
หรือไม่สามารถทำงานหรือให้บริการได้
- Sniffer เป็นโปรแกรมเล็กๆที่สร้างขึ้นเพื่อลักลอบดักข้อมูลที่ส่งผ่านระบบเครือข่าย
ซึ่งถูก
สั่งให้บันทึกการ Log On ซึ่งจะทำให้ทราบรหัสผ่าน (Passward)
ของบุคคลซึ่งส่งหรือโอนข้อมูลผ่านระบบเครือข่าย โดยจะนำไปเก็บไว้ในแฟ้มลับที่สร้างขึ้น
กรณีน่าจะเทียบได้กับการดักฟัง ซึ่งถือเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา
และเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้ง
- Spoofing เป็นเทคนิคการเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ระยะทางไกล
โดยการปลอม
แปลงที่อยู่อินเทอร์เนต (Internet Address) ของเครื่องที่เข้าได้ง่ายหรือเครื่องที่เป็นพันธมิตร
เพื่อค้นหาจุดที่ใช้ในระบบรักษาความปลอดภัยภายใน และลักลอบเข้าไปในคอมพิวเตอร์
- The Hole in the Web
เป็นข้อบกพร่องใน world wide web เนื่องจากโปรแกรมที่ใช้
ในการปฏิบัติการของ Website จะมีหลุมหรือช่องว่างที่ผู้บุกรุกสามารถทำทุกอย่างที่เจ้าของ
Websit สามารถทำได้
นอกจากนี้อาจแบ่งประเภทของอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ตามกระบวนการได้ดังนี้
การก่ออาชญากรรมคอมพิวเตอร์ในขั้นของกระบวนการนำเข้า
(Input Process) นั้น อาจทำได้โดยการ
- การสับเปลี่ยน Disk
ในที่นี้หมายความรวม Disk ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น Hard
Disk,Floppy Disk รวมทั้ง Disk ชนิดอื่นๆด้วย ในที่นี้น่าจะหมายถึงการกระทำในทางกายภาพ
โดยการ Removable นั่นเอง ซึ่งเป็นความผิดชัดเจนในตัวของมันเองอยู่แล้ว
- การทำลายข้อมูล ไม่ว่าจะใน
Hard Disk หรือสื่อบันทึกข้อมูลชนิดอื่นที่ใช้ร่วมกับ
คอมพิวเตอร์โดยไม่ชอบ กรณีการทำลายข้อมูลนั้น ไม่ว่าอย่างไรก็ถือเป็นความผิดทั้งสิ้น
- การป้อนข้อมูลเท็จ ในกรณีที่เป็นผู้มีอำนาจหน้าที่อันอาจเข้าถึงเครื่องคอมพิวเตอร์
นั้นๆได้ หรือแม้แต่ผู้ที่ไม่มีอำนาจเข้าถึงก็ตาม แต่ได้กระทำการอันมิชอบในขณะที่ตนเองอาจเข้าถึงได้
- การลักข้อมูลข่าวสาร
(Data) : (Computer Espionage) ไม่ว่าโดยการกระทำด้วยวิธี
การอย่างใดๆให้ได้ไปซึ่งข้อมูลอันตนเองไม่มีอำนาจหรือเข้าถึงโดยไม่ชอบ
กรณีการลักข้อมูลข่าวสารนั้นจะพบได้มากในปัจจุบันที่ข้อมูลข่าวสารถือเป็นทรัพย์อันมีค่ายิ่ง
- การลักใช้บริการหรือเข้าไปใช้โดยไม่มีอำนาจ
(Unauthorized Access) อาจกระทำ
โดยการเจาะระบบเข้าไป หรือใช้วิธีการอย่างใดๆเพื่อให้ได้มาซึ่งรหัสผ่าน
(Password) เพื่อให้ตนเองเข้าไปใช้บริการได้โดยไม่ต้องลงทะเบียนเสียค่าใช้จ่าย
ปัจจุบันพบได้มากตามเวบบอร์ดทั่วไป ซึ่งมักจะมี Hacker ซึ่งได้
Hack เข้าไปใน Server ของ ISP แล้วเอา Account มาแจกฟรี ตรงนี้ผมมีความเห็นโดยส่วนตัวว่า
ผู้ที่รับเอา Account นั้นไปใช้น่าจะมีความผิดตามกฎหมายอาญาฐานรับของโจรด้วย
ส่วนกระบวนการ Data Processing นั้น อาจกระทำความผิดได้โดย
- การทำลายข้อมูลและระบบโดยใช้ไวรัส
(Computer Subotage) ซึ่งได้อธิบายการ
ทำงานของ Virus ดังกล่าวไว้แล้วข้างต้น
- การทำลายข้อมูลและโปรแกรม
(Damage to Data and Program) อันนี้ก็ตรงตัวนะ
ครับ การทำลายข้อมูลโดยไม่ชอบย่อมจะต้องเป็นความผิดอยู่แล้ว
- การเปลี่ยนแปลงข้อมูลและโปรแกรม
(Alteration of Data and Program) เช่นกัน
ครับ การกระทำใดๆที่ก่อให้เกิดความเสียหายโดยไม่มีอำนาจก็จะถือเป็นความผิด
ส่วนกระบวนการนำออก
(Output Process) นั้น อาจกระทำความผิดได้โดย
- การขโมยขยะ (Sewaging)
อันนี้หมายถึงขยะจริงๆเลยครับ คือ ข้อมูลที่เราไม่ใช้แล้ว
แต่ยังไม่ได้ทำลายนั่นเอง การขโมยขยะถือเป็นความผิดครับ ถ้าขยะที่ถูกขโมยไปนั้นอาจทำให้เจ้าของต้องเสียหายอย่างใดๆ
อีกทั้งเจ้าของอาจจะยังมิได้มีเจตนาสละการครอบครองก็ได้ ต้องดูเป็นกรณีๆไปครับ
- การขโมย Printout ก็คือ
การขโมยงานหรือข้อมูลที่ Print ออกมาแล้วนั่นเอง กรณีนี้
อาจผิดฐานลักทรัพย์ด้วย เพราะเป็นการขโมยเอกสารอันมีค่า ผิดเหมือนกันครับ
แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม
แนวโน้มการก่ออาชญากรรมคอมพิวเตอร์ก็มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นทุกปี
ทั้งนี้ หน่วยงาน National Computer Security Center ของประเทศสหรัฐอเมริกา
ได้รายงานเมื่อปี คศ. 2000 ว่า หน่วยงานทั้งของภาครัฐและเอกชนถูกรุกรานจากการก่ออาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์สูงถึงร้อยละ
64 และมี สัดส่วนการเพิ่มขึ้นในแต่ละปีถึงร้อยละ 16 ซึ่งหมายความว่า
มูลค่าความเสียหายจากการก่ออาชญากรรมคอมพิวเตอร์ก็จะต้องเพิ่มสูงขึ้นทุกปีเช่นกัน
|