Thailand Online Lawyers
เว็บบอร์ด   เกี่ยวกับเรา   บริการของเรา  ติดต่อเรา  สนับสนุนเรา  สมุดเยี่ยม
 
รักเมืองไทย
ค้นหากฎหมาย ค้นหาคำพิพากษาฎีกา ดาวน์โหลดแบบฟอร์มต่างๆรวมลิงค์กฎหมายที่น่าสนใจ
หน้าแรก
English Page
ค้นหากฎหมาย
ค้นหาฎีกา
ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม
รวมลิงค์กฎหมาย
เว็บบอร์ดกฎหมาย
บทความ
   กฎหมายทั่วไป
   กฎหมายไอที
   กฎหมายชาวบ้าน
ข่าวกฎหมาย
ข่าวสารที่น่าสนใจ
Forward Mail
บริการของเรา
ติดต่อเรา
สมุดเยี่ยมกฎหมาย
สนับสนุนเรา
Site Map
lawyerthai © 2006
คุยกันสดๆ
เสื้อ lawyerthai.com
หากสนใจหรืออยากทราบ ข้อมูลเพิ่มเติม เชิญคลิก

ISP ต้องรับผิดหรือไม่กับการกระทำความผิดบนเครือข่ายอินเทอร์เนต :: โดย Lawyerthai.com


เรื่องนี้คงไม่เครียดมากนัก เนื่องจากยังไม่มีบทสรุปที่ชัดเจนในตอนนี้ การหยิบยกเรื่องนี้มาเขียนก็เพื่อพวกเราที่ทำงานด้านนี้อยู่จะได้เอาไปคิดทบทวน เตรียมรับมือกับเหตุการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ เพราะอะไรๆก็เกิดขึ้นได้ใต้ฟ้าเมืองไทย จริงมั้ยครับ

ความหมายของคำว่า ISP
เรามาทำความเข้าใจเบื้องต้นกันก่อนว่า ISP คืออะไร ISP (บางครั้งเรียก ISPs ก็มีความหมายอย่างเดียวกัน-ผู้เขียน) ย่อมาจากคำว่า Internet Service Provider ตามหนังสือศัพท์คอมพิวเตอร์ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พิมพ์ครั้งที่ 4 ได้ระบุความหมายว่าหมายถึง "ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ต"

จะเห็นได้ว่าเป็นการให้ความหมายที่กว้างเอามากๆ เพราะในปัจจุบันการให้บริการทางอินเทอร์เนตมีหลายรูปแบบ แต่ละรูปแบบก็มีการบริการที่แตกต่างกันด้วย เช่น ผู้ให้บริการสร้างเว็บไซต์ ผู้ให้บริการเช่าเนื้อที่เว็บไซต์ ผู้ให้บริการอีเมลล์ ผู้ให้บริการเช่าซอฟท์แวร์เพื่อการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ให้บริการดูแลและรักษาเว็บไซต์ เหล่านี้เป็นต้น

หน้าที่โดยทั่วไปของ ISP
ก็อย่างที่บอกแต่แรกว่าคำว่า ISP มีหลายความหมาย หลายบทบาท ซึ่งแต่ละบทบาทนั้นความรับผิดก็จะแตกต่างกันออกไป ในที่นี้จะขอกล่าวถึงในความหมายที่เข้าใจกันโดยทั่วไป คือ ผู้ให้บริการอินเทอร์เนตโดยจะรวมไปถึงบริการ Webhosting ซึ่งหมายถึง บริการให้เช่าพื้นที่ Website และผู้ที่ทำหน้าที่ดูแล Webboard สาธารณะ โดยอาจรวมถึง Webmaster ที่มีความรับผิดชอบโดยตรงกับข้อมูลที่ปรากฏบนเวบด้วย

หน้าที่หลักๆของ ISP ก็คือ การให้บริการทางอินเทอร์เนต (เมื่อก่อนผมเข้าใจว่า ISP หมายความเฉพาะพวกที่ขายชั่วโมงอินเทอร์เนต อย่างเช่น Click2net , CS Inernet อะไรพวกนี้เท่านั้น) การดูแล Website การตรวจสอบข้อมูลที่จะผ่านออกไปลงในเวบ

ความผิดที่เกิดขึ้นบน website
หลายๆท่านอาจจะเคยเห็นหรือเคยทราบกันมาบ้างแล้ว ว่าเป็นอย่างไร คนที่ยังไม่ทราบมาก่อนผมจะบอกให้ว่าความผิดที่เกิดอาจมีอะไรได้บ้าง

1. ความผิดฐานหมิ่นประมาท ตามประมวลกฎหมายอาญา
ผมเคยเจอเลยครับ ในเวบ Pantip.com เล่นกันจนเกินเลย ด่ากันไปด่ากันมา มีการท้าทายให้ไปต่อยกันโดยลงชื่อจริง นามสกุลจริง บ้านเลขที่พร้อมเบอร์โทรศัพท์ อีกฝ่ายหนึ่งไม่บ้าไปตามคำท้าแต่ว่าแก้เผ็ดด้วยการแต่งเรื่องในทางเสียหาย (กล่าวหาว่าอีกฝ่ายเป็นเกย์) โดยเขียนให้คนอ่านเข้าใจว่าหมายถึงคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งอย่างชัดเจน

ฝ่ายที่โดนไม้นี้เข้าทนไม่ได้ครับ (ที่ถูกเปิดเผยความจริง??!!) ตามสืบหมายเลข IP Address ดำเนินการติดต่อกับทาง ISP เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนได้ข้อมูลมาครบถ้วน แล้วก็ไปข่มขู่ฝ่ายที่แต่งเรื่องว่าให้ยอมรับผิดและขอขมาเขา ไม่เช่นนั้นจะต้องถูกดำเนินคดี (โดยปกติแล้ว เมื่อความผิดอาญาเกิดขึ้น จะยอมความกันไม่ได้ เพราะถือว่ารัฐหรือแผ่นดินเป็นผู้เสียหาย แต่ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ถือเป็นความผิดอันยอมความได้ เพราะถือว่าเป็นความเสียหายที่เกิดเป็นส่วนตัว-ผู้เขียน) จนฝ่ายที่แต่งเรื่องต้องออกมาขอโทษขอโพยกันยกใหญ่

เรื่องนี้ไปถามคนในเวบบอร์ด Pantip.com จะรู้ดี ว่ามีนักเลงโตประจำเวบอยู่ ใครแหยมไม่ได้ อาจถูกฟ้องเสียผู้เสียคน แต่ปัญหาที่เราจะดูกันนั้นมันอยู่ที่ว่า ถ้าฝ่ายที่แต่งเรื่องไม่ยอมออกมาขอโทษ แล้วฝ่ายนักเลงโตเอาเรื่องเข้าจริงๆ เค้า(คนที่แต่งเรื่อง)ก็จะมีความผิดฐานหมิ่นประมาท

คราวนี้ถามว่า Webboard ของเวบพันธ์ทิพย์ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว หรือไม่ โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่ากรณีนี้น่าจะเทียบได้กับการหมิ่นประมาททางจดหมาย เพราะในอดีตเคยมีคดีเกิดขึ้นในทำนองว่า ถึงแม้ว่าผู้รับจดหมายจะไม่ได้แต่งจดหมายที่หมิ่นประมาทขึ้นเอง แต่หากนำไปเผยแพร่ต่อไป โดยทำให้บุคคลที่ถูกอ้างถึงในจดหมายเสียหายก็มีความผิดเช่นเดียวกัน โดยอาจเทียบกับคำพิพากษาฎีกาดังต่อไปนี้

คำพิพากษาฎีกาที่ ๒๘๒๒/๒๕๑๕ จดหมายมีข้อความว่า ผู้เสียหายได้ซื้อสลากกินแบ่งหุ้นกันกับบุคคลอื่นแล้วสลากอันถูกรางวัลที่ ๑ ผู้เสียหายได้ไปรับเงินรางวัลเอาเสียแต่ผู้เดียว คงแบ่งให้บุคคลอื่นนั้นเพียงเล็กน้อยแล้วหลบหนีไป ต่อมาผู้เสียหายไปขอลูกสาวชาวบ้าน เขาไม่ให้เพราะทราบนิสัยและจิตใจอันคดโกงของผู้เสียหาย ดังนี้ ถือว่าเป็นถ้อยคำหมิ่นประมาทใส่ความโดยประการที่น่าจะทำให้ผู้เสียหากเสียชื่อเสียง และถูกดูหมิ่นหรือถูกเกลียดชัง ได้มีผู้นำจดหมายที่มีข้อความหมิ่นประมาทผู้เสียหายมาส่งให้แก่จำเลย และจำเลยได้อ่านทราบความแล้ว ได้เอาจดหมายนั้นให้บุคคลที่สามอ่าน เป็นการแสดงข้อความในจดหมายให้ปรากฏแก่บุคคลที่สาม ถือได้ว่าจำเลยได้ใส่ความผู้เสียหายด้วยถ้อยคำแล้ว การกระทำของจำเลยจึงครบองค์ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๒๖ จำเลยจะได้กล่าวยืนยันข้อความนั้นว่าเป็นความจริงหรือไม่ ไม่เป็นข้อสำคัญ

2. ความผิดฐานทำให้แพร่หลายซึ่งสื่อลามกอนาจาร เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่าในข้อมูลในเวบไซต์นั้นมีมากมายหลายอย่างรวมทั้งเวบไซต์อย่างว่าก็มีมากด้วยเช่นกัน น้องๆที่เป็นเด็กและเยาวชนไม่ควรเข้าไปดู แม้แต่ผู้ใหญ่ที่บรรลุนิติภาวะแล้วก็ไม่แนะนำครับ เพราะเวบพวกนี้ไม่ได้สร้างสรรค์อะไรเลย เน้นแต่เรื่องใต้เข็มขัดเท่านั้น

พลอยแต่จะทำให้คนที่เข้าไปดูมีความคิดที่หมกมุ่นกับเรื่องพรรค์นี้เท่านั้น Webmaster หรือ ISP หรือ Webhosting หรือผู้ใดก็แล้วแต่ที่มีส่วนร่วมรู้เห็นการกระทำดังกล่าวต้องมีความผิดตามกฎหมายอาญาฐานทำให้แพร่หลายซึ่งสิ่งลามก
แต่ปัญหาเกิดเมื่อเจ้าของเวบไซต์อ้างว่าไม่รู้เห็นกับการกระทำดังกล่าว กรณีมีการเอารูปมา Post ใน Webboard สาธารณะที่สามารถแนบไฟล์รูปต่างๆได้ด้วย กรณีนี้ Webmaster อาจอ้างเป็นเหตุเพื่อไม่ต้องรับผิดชอบได้ เพราะไม่มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำดังกล่าว ทั้งยังไม่มีเจตนาและทางเวบไซต์เองก็ไม่ได้มีนโยบายเช่นนั้นมาตั้งแต่ต้น เช่นนี้แล้วก็คงจะเอาผิดไม่ได้

แต่กรณีควรวิเคราะห์กันต่อไปว่า ทาง Website มีมาตรการใดๆที่จะป้องกันปัญหา
ดังกล่าวหรือไม่ เพราะเป็นที่รู้กันว่างาน Webmaster นั้นยุ่งมาก เป็นไปไม่ได้ที่จะมาคอยนั่งตรวจความเห็นทุกกระทู้ ดังนั้นควรจะมีมาตรการเพื่อป้องกันปัญหาดังกล่าว ไม่ว่าจะโดยการเพิ่มจำนวนบุคลากรหรือการออกแบบ Software ที่จะมาใช้ Screen ถ้อยคำหรือรูปภาพอนาจารดังกล่าว แต่ก็ยังเป็นไปได้ยากเพราะในปัจจุบัน Website (โดยมาก) ก็มีปัญหาในเรื่องต้นทุนกันอยู่แล้ว การเพิ่มบุคลากรนั้นคงจะแทบเป็นไปไม่ได้ ส่วนการออกแบบ Software นั้นดูจะเป็นไปได้มากกว่า เพราะจะช่วยประหยัดค่าใข้จ่ายได้มาก

แนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว
เนื่องจากในปัจจุบัน กฎหมายว่าด้วยอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ยังไม่ผ่านการพิจารณาออกมาใช้บังคับ เพราะติดขัดปัญหาทางเทคนิคมากมาย และเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใหม่ของบ้านเราที่ยังขาดผู้เชี่ยวชาญอยู่มาก โดยเฉพาะนักกฎหมายที่เชี่ยวชาญเรื่องคอมพิวเตอร์ จึงทำให้เรื่องดังกล่าวต้องล่าช้า

ปัญหาในข้อ 1 และ 2 ดังกล่าวมาแล้วนั้น หากไม่ปรากฎว่าเป็นการกระทำโดยเจตนา
ชัดแจ้งและมีหลักฐานพิสูจน์ความผิดอย่างแน่นหนาแล้วนั้น คงจะเอาผิดทาง ISP หรือ Webmaster ได้ยาก ทั้งที่ความจริงแล้ว ทุกฝ่ายควรจะต้องมีส่วนร่วมกันในการรับผิดชอบต่อความผิดที่เกิดขึ้นบน เครือข่ายอินเทอร์เนต การปัดสวะโยนความรับผิดไปให้ฝ่ายอื่นๆนั้นคงจะแก้ปัญหาไม่ได้แน่ เชื่อว่าปัญหาสังคม Cyber แก้ไขได้ หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน