Thailand Online Lawyers
เว็บบอร์ด   เกี่ยวกับเรา   บริการของเรา  ติดต่อเรา  สนับสนุนเรา  สมุดเยี่ยม
 
รักเมืองไทย
ค้นหากฎหมาย ค้นหาคำพิพากษาฎีกา ดาวน์โหลดแบบฟอร์มต่างๆรวมลิงค์กฎหมายที่น่าสนใจ
หน้าแรก
English Page
ค้นหากฎหมาย
ค้นหาฎีกา
ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม
รวมลิงค์กฎหมาย
เว็บบอร์ดกฎหมาย
บทความ
   กฎหมายทั่วไป
   กฎหมายไอที
   กฎหมายชาวบ้าน
ข่าวกฎหมาย
ข่าวสารที่น่าสนใจ
Forward Mail
บริการของเรา
ติดต่อเรา
สมุดเยี่ยมกฎหมาย
สนับสนุนเรา
Site Map
lawyerthai © 2006
คุยกันสดๆ
เสื้อ lawyerthai.com
หากสนใจหรืออยากทราบ ข้อมูลเพิ่มเติม เชิญคลิก

ปัญหาการดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ : ทำอย่างไรเมื่อเป็นผู้เสียหาย ? :: โดย Lawyerthai.com


ตอนที่ผมเขียนถึงเรื่องลิขสิทธิ์ ผมได้เขียนถึงข้อดีข้อเสียของการฟ้องคดีแพ่งกับคดีอาญาต่อผู้กระทำความผิดว่ามีความแตกต่างกันอย่างไรแล้วนะครับ แต่สิ่งที่ผมยังไม่ได้บอกกับท่านผู้อ่านก็คือ ถ้าท่านรู้ตัวว่าได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์แล้วท่านจะต้องทำอย่างไร จะแจ้งความหรือจะฟ้องคดีที่ไหนครับ ซึ่งคงต้องแยกเป็นการดำเนินคดีแพ่งกับคดีอาญาครับ

การดำเนินคดีแพ่ง

ถ้าท่านประสงค์จะฟ้องคดีแพ่งท่านจะต้องฟ้องคดีต่อศาลครับ ศาลที่ท่านจะฟ้องได้ ก็คือศาลซึ่งมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีแพ่งที่จำเลยมีภูมิลำเนาในเขตศาลหรือศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลครับ คือถ้าท่านรู้ว่าผู้กระทำผิดเป็นใคร ท่านก็ฟ้องศาลที่ผู้กระทำผิดมีภูมิลำเนาอยู่ครับ ถ้าไม่รู้ว่าใครทำ แต่แน่ใจว่าตัวเองเป็นผู้เสียหาย ความเสียหายเกิดขึ้นที่ไหนก็ฟ้องศาลที่มีเขตอำนาจในพื้นที่นั้นครับ ซึ่งในเรื่องเขตศาลนี้จริง ๆ ยังมีรายละเอียดมากมายครับ เช่น ในกทม. ก็มีหลายศาล แต่ละศาลก็รับผิดชอบพื้นที่เพียงไม่กี่เขตครับ รวมถึงถ้าเป็นคดีลิขสิทธิ์ก็ต้องฟ้องที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ ไม่ใช่ศาลแพ่งธรรมดาครับ ในรายละเอียดถ้าท่านประสงค์จะฟ้องคดีคงต้องปรึกษาทนายความจะดีที่สุดครับ เพราะถ้าไปฟ้องผิดศาลศาลท่านก็จะไม่รับฟ้องแล้วต้องเสียเวลาไปฟ้องใหม่ยังศาลที่มีเขตอำนาจอีกครับ สำหรับกรณีที่ท่านเห็นว่าความเสียหายที่ท่านได้รับเป็นมูลค่าไม่เกิน 40,000 บาท ตามกฎหมายเขาเรียกว่า "คดีมโนสาเร่" ครับ ท่านฟ้องร้องจำเลยต่อศาลได้โดยไม่ต้องใช้ทนายความครับ แต่ถ้าจะฟ้องก็คงต้องปรึกษากับนิติกร (เจ้าหน้าที่กฎหมาย) ประจำศาลถึงประเด็นในเรื่องแต่อำนาจศาลครับ

การดำเนินคดีอาญา

ถ้าท่านประสงค์จะดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำความผิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องลิขสิทธิ์ หมิ่นประมาทหรือเรื่องอื่น ๆ ท่านมีทางเลือก 2 ทางครับ คือแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือ ฟ้องคดีเอง

1. แจ้งความ
การแจ้งความนี้ผู้เสียหายทำได้ทั้งในความผิดต่อส่วนตัวและความผิดอาญาแผ่นดินครับ ถ้าเป็นความผิดต่อส่วนตัวหรือความผิดอันยอมความได้ เช่นเรื่องลิขสิทธิ์กับหมิ่นประมาทนั้น การไปแจ้งความเขาเรียกเป็นภาษากฎหมายว่า " ร้องทุกข์" ครับ แต่ถ้าเป็นความผิดอาญาแผ่นดินที่ยอมความไม่ได้ การที่ไปแจ้งความเขาจะเรียกว่า "กล่าวโทษ" ครับ การร้องทุกข์หรือกล่าวโทษนี้ก็ต้องกระทำที่สถานีตำรวจในท้องที่ที่ผู้กระทำผิดมีภูมิลำเนา (กรณีที่ท่านรู้หรือสงสัยว่าใครทำผิด) หรือในท้องที่ที่ความผิดเกิดครับ ถ้าเป็นความผิดอันยอมความได้ท่านต้องแจ้งความกับตำรวจภายใน 3 เดือน นับแต่รู้ถึงการกระทำผิดและรู้ตัวกระทำผิดครับ มิฉะนั้นตำรวจเขาจะไปเอาผิดกับผู้ทำผิดไม่ได้ ส่วนถ้าเป็นคดีความผิดอาญาแผ่นดินก็มีอายุความนานกว่านั้นครับ ซึ่งจะสั้นยาวประการใดก็แตกต่างไปตามอัตราโทษครับ

เมื่อท่านไปแจ้งความกับตำรวจแล้ว ตำรวจก็จะทำการสืบสวนสอบสวนแล้วส่งสำนวนต่อให้อัยการครับ ถ้าอัยการเห็นมีพยานหลักฐานพอที่จะเอาผิดผู้กระทำผิดได้ก็จะสั่งฟ้อง ซึ่งอัยการจะทำหน้าที่เป็นโจทก็แทนท่านจนคดีเสร็จสิ้นครับ

2. ฟ้องคดีต่อศาล
กรณีที่จะฟ้องคดีต่อศาลได้โดยตรง ก็มีเฉพาะแต่ความผิดอันยอมความได้หรือความผิดต่อส่วนตัวเท่านั้นครับ ความผิดอาญาแผ่นดินท่านจะไปฟ้องคดีเองไม่ได้ต้องแจ้งความอย่างเดียวครับ ส่วนศาลที่จะฟ้องคดีได้หลักการก็เหมือนศาลในคดีแพ่งครับคือศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาในเขตศาลหรือศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลเพียงแต่ศาลที่จะฟ้องในกรณีนี้ต้องเป็นศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดีอาญาเท่านั้นครับ ในกรณีของการละเมิดลิขสิทธิ์น่ะไม่มีปัญหา เพราะศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศมีอำนาจพิจารณาพิพากษาทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาครับ

การฟ้องคดีต่อศาลโดยตรง ท่านก็ต้องฟ้องภายในอายุความ 3 เดือนนับแต่รู้ถึงการกระทำผิดและรู้ผู้กระทำผิดเช่นกันครับ เพราะในเรื่องความผิดต่อส่วนตัวนี้กฎหมายเขาถือว่ามีผลกระทบต่อส่วนรวมน้อยครับถ้าท่านปล่อยเวลาผ่านไปถึง 3 เดือนโดยไม่ทำอะไรกับผู้กระทำความผิดกฎหมายเขาก็เห็นว่าแสดงว่าท่านไม่ติดใจเอาความกับผู้กระทำผิดแล้วครับ

เป็นไงครับ ก็คงจะเป็นแนวทางให้ท่านผู้อ่านทราบเป็นเบื้องต้นนะครับว่าถ้าตกเป็นผู้เสียหายแล้วต้องทำอย่างไรบ้าง ยังไงถ้าตกเป็นผู้เสียหายจริงๆ ก็ควรปรึกษากับนักกฎหมายหรือทนายความเพื่อความรอบคอบอีกครั้งหนึ่งก่อนตัดสินใจดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดนะครับ