Thailand Online Lawyers
เว็บบอร์ด   เกี่ยวกับเรา   บริการของเรา  ติดต่อเรา  สนับสนุนเรา  สมุดเยี่ยม
 
รักเมืองไทย
ค้นหากฎหมาย ค้นหาคำพิพากษาฎีกา ดาวน์โหลดแบบฟอร์มต่างๆรวมลิงค์กฎหมายที่น่าสนใจ
หน้าแรก
English Page
ค้นหากฎหมาย
ค้นหาฎีกา
ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม
รวมลิงค์กฎหมาย
เว็บบอร์ดกฎหมาย
บทความ
   กฎหมายทั่วไป
   กฎหมายไอที
   กฎหมายชาวบ้าน
ข่าวกฎหมาย
ข่าวสารที่น่าสนใจ
Forward Mail
บริการของเรา
ติดต่อเรา
สมุดเยี่ยมกฎหมาย
สนับสนุนเรา
Site Map
lawyerthai © 2006
คุยกันสดๆ
เสื้อ lawyerthai.com
หากสนใจหรืออยากทราบ ข้อมูลเพิ่มเติม เชิญคลิก

อำนาจหน้าที่ที่จำเป็นของเจ้าหน้าที่ของรัฐในการปราบปรามอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ :: โดย Lawyerthai.com


เรื่องที่จะเล่าในวันนี้คงเป็นเรื่องต่อเนื่องจากคราวที่แล้ว ที่ผมพูดถึงปัญหาการดำเนินคดีความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ครับ เนื่องจากปัญหาในการสืบสวนสอบสวนมีหลายประการ กฎหมายอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ของแต่ละประเทศ นอกจากจะกำหนดถึงฐานความผิดต่าง ๆ แล้วก็ยังต้องกำหนดถึงอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ด้วยครับ

อำนาจหน้าที่ที่จำเป็นของเจ้าหน้าที่ของรัฐในการปราบปรามอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ที่ผมจะพูดถึงในวันนี้ เป็นอำนาจหน้าที่ที่มีบัญญัติไว้ในกฎหมายต่างประเทศครับ รวมถึงในร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ พ.ศ…. ที่ NECTEC ยกร่างขึ้นก็มีบัญญัติไว้เช่นเดียวกัน โดยอำนาจหน้าที่ที่สำคัญที่ผมจะกล่าวถึงในวันนี้คือ อำนาจในการสั่งให้ถอดรหัส (decryption) และอำนาจในการเรียกข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ (Traffic data) ครับ

1. อำนาจในการสั่งให้ถอดรหัส
อาชญากรคอมพิวเตอร์เป็นคนฉลาดครับ เมื่อทำผิดก็มีการปกปิดพยานหลักฐาน
ที่จะสาวมาถึงตนรวมถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่อาจใช้เป็นพยานหลักฐาน ก็อาจถูกเข้ารหัส (encryption) เอาไว้ แม้เจ้าหน้าที่จะขอหมายศาลไปยึดข้อมูลคอมพิวเตอร์หรือระบบคอมพิวเตอร์มาได้ แต่หากมีการเข้ารหัสไว้ก็เปล่าประโยชน์ไว้ ดังนั้นจึงต้องมีกฎหมายให้อำนาจเจ้าพนักงานในการสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องทำการถอดรหัสครับ การที่มีกฎหมายกำหนดไว้นี้จะเป็นการคุ้มครองความรับผิดทางกฎหมายของเจ้าหน้าที่รวมถึงผู้ที่ทำการถอดรหัสซึ่งอาจไม่ใช่เจ้าของข้อมูลด้วยครับ

2. อำนาจในการเรียกข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์
การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ของเจ้าพนักงานนั้น หากไม่ ได้รับความร่วมมือจากผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือผู้ควบคุมดูแลเครือข่ายอินเทอร์เน็ตก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยครับ การที่จะสืบหาตัวตน (identity) ของผู้กระทำความผิด เจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องตรวจสอบข้อมูลกับผู้ควบคุมระบบให้ไว้ว่าใครเป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในช่วงนั้น ณ สถานที่นั้น และมีการ access ไปยังเว็บไซต์ใดบ้าง รวมถึงข้อมูลอื่น ๆ ที่จำเป็น ข้อมูลเหล่านี้โดยหลัก ISPs เขาคงไม่อยากเปิดเผยหรอกครับ เพราะเป็นความลับของผู้ใช้บริการไปเปิดเผยซี้ซั้วเดี๋ยวถูกฟ้องเอาได้ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องมีกฎหมายเขียนไว้ให้ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่สามารถเรียกเอาข้อมูลเหล่านี้ (ซึ่งกฏหมายเรียกว่า "ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์") จาก ISPs ได้ครับ