ทุกวันนี้หายากครับที่เวลาเราเข้าเว็บไซต์แล้วเว็บไซต์นั้นจะแสดงผลบนหน้าจอเพียงเว็บเดียว
เดี๋ยวนี้เขา link กันอุตลุดครับ น่าสงสัยเหมือนกันนะครับว่าเว็บไซต์พวกนี้เขาเป็นญาติกันหรือเปล่า
หรือมีความสัมพันธ์กันอย่างไร ทำไมต้องจับไป link กัน การที่เอาเว็บไซต์ของคนอื่น
(ซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของคนอื่น) มา link เข้ากับ web ของเราก็มีโอกาสเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์เช่นกันนะครับ
ถ้ามองว่าเป็นการ "ทำซ้ำ" งานอันมีลิขสิทธิ์ของคนอื่น
ซึ่งในอเมริกาเขาก็มีข้อถกเถียงกันในเรื่องนี้มานานแล้วครับว่า
ถ้าจะเอา web ของคนอื่นมา link เข้ากับเว็บไซต์ของเราจะต้องไปขออนุญาตเขาหรือเปล่า
ฝ่ายหนึ่งก็มองว่าแค่ไป link กับเขาก็เป็นการ "ทำซ้ำ"
แล้วต้องมีการขออนุญาตก่อนครับ ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งเขาไม่ดูว่าเป็นการ
"ทำซ้ำ" หรือไม่ครับ แต่เขามองว่าการที่ website ของคุณมาอยู่บน
www ก็มีความหมายอยู่ในตัวแล้วว่าคุณเปิดให้ใครเขาเข้าเว็บของคุณก็ได้ครับ
ดังนั้นการที่คนอื่นเขามา link กับคุณก็ไม่น่าเสียหายอะไร ตราบเท่าที่การ
link นั้นเป็นการ link ไปยังหน้าจอแรก (Surface) ของ web อื่นเท่านั้นครับ
แต่ถ้าเป็นการ link ที่ deep ลงไปกว่านั้นถึงเนื้อหาอื่นๆ ของ
web ฝ่ายที่สองนี้ก็เห็นว่าต้องขออนุญาตครับ รวมถึงศาลในประเทศสหรัฐอเมริกาก็เคยวินิจฉัยไว้แล้วครับว่ากรณีที่เป็น
deep link นั้น ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ครับ
แม้ปัญหานี้จะไม่เคยขึ้นสู่ศาลบ้านเรา
แต่ในอนาคตคงจะต้องมีแน่นอนครับ ในความเห็นส่วนตัวของผมแล้ว
ก่อนที่จะนำเว็บของคนอื่นมา link เข้ากับ web ของเราก็ควรจะมีการขออนุญาตเสียก่อนครับ
เพราะนอกจากจะเป็นการป้องกันความรับผิดทางกฎหมายที่อาจจะมีขึ้นแล้ว
ยังเป็นการสร้างวัฒนธรรมที่ดีในการทำธุรกิจ e-commerce ด้วยครับ
อย่างไรก็ดี กรณีที่คุณเป็นเจ้าของ web แล้วไม่อยากจะให้ใครมา
link ก็อาจจะระบุเป็น notice ไว้บน web ให้ชัดเจนเลยครับว่าห้าม
link ถ้าใครมา link คราวนี้ก็น่าจะผิดโดยไม่ต้องตีความครับ และคราวนี้ก็จะมาอ้างไม่ได้ว่าอยู่บน
www เพราะเขาห้าม link ไว้ชัดเจนแล้วครับ
|