|
เมื่อท่านถูกใครละเมิดลิขสิทธิ์ของท่าน
แล้วท่านรู้ว่าไอ้ใครที่ว่านั้นเป็นใคร และการละเมิดลิขสิทธิ์นั้นเป็นการกระทำเพื่อการค้า
ท่านก็มีทางเลือกทางกฎหมายอยู่ 2 ทางครับ คือจะเลือกฟ้องผู้กระทำผิดเป็นคดีแพ่งหรือเลือกดำเนินคดีอาญากับผู้กระทำผิด
การเลือกดำเนินคดีอาญานั้นก็อาจจะทำได้ 2 ทางอีกเช่นกันครับ
ทางหนึ่งคือไปแจ้งความกับตำรวจ ให้ตำรวจสอบสวน แล้วอัยการจะเป็นโจทก์ฟ้องคดีต่อศาลแทนท่านครับ
อีกทางหนึ่งคือท่านไปเป็นโจทก็ฟ้องคดีต่อศาลเองโดยตรงเลยครับ
การเลือกฟ้องคดีแพ่งกับคดีอาญามีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันครับ
ข้อแรกท่านคงต้องถามตัวเองว่าอยากได้อะไรจากการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดครับ
ถ้าอยากจะได้ค่าเสียหายเป็นหลัก ก็ควรฟ้องคดีแพ่งครับ ถ้าต้องการให้คนละเมิดลิขสิทธิ์เข็ดหลาบและต้องการแสดงให้คนทั่วไปเห็นว่าคนผิดควรรับโทษก็ไปแจ้งความหรือฟ้องคดีอาญาครับ
ซึ่งถ้าเลือกจะดำเนินคดีอาญาก็ต้องรีบทำภายใน 3 เดือนนับแต่รู้ถึงการกระทำผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิดครับ
เพราะความผิดกฎหมายลิขสิทธิ์เป็นความผิดต่อส่วนตัวหรือความผิดอันยอมความได้ครับ
กฎหมายจะกำหนดอายุความทางอาญาไว้ค่อนข้างสั้น ส่วนถ้าจะดำเนินคดีแพ่งท่านก็มีเวลาในการตัดสินใจฟ้อง
3 ปีนับแต่รู้ถึงการกระทำผิดและรู้ตัวผู้ทำผิดครับ (คดีแพ่งเกี่ยวกับลิขสิทธิ์มีอายุความมากกว่าคดีแพ่งทั่วไปที่กำหนดไว้เพียง
1 ปีนับแต่รู้ถึงการทำผิดและรู้ตัวผู้ทำผิด)
การฟ้องคดีแพ่งกับคดีอาญามีเงื่อนแง่ทางกฎหมายที่แตกต่างกันครับ
ที่ผมเคยพูดถึงตอนที่เล่าถึงคดีไมโครซอฟท์ - เอเทค ก็คือ คดีแพ่งจะไม่นำหลักผู้เสียหายทางนิตินัยมาใช้ครับ
กรณีปัญหาข้อกฎหมายเรื่องล่อซื้อก็จะไม่เป็นอุปสรรค อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นจุดต่างก็คือ
เรื่องมาตรฐานการพิสูจน์ครับ พูดให้ง่าย ๆ ก็คือ ถ้าท่านฟ้องคดีแพ่ง
ท่านมีโอกาสชนะคดีมากกว่า เพราะในคดีแพ่งเพียงแต่ถ้าพยานหลักฐานของท่านมีน้ำหนักมากกว่าฝ่ายจำเลย
(เช่น 51 : 49) ศาลก็จะตัดสินให้ท่านชนะคดีแล้วครับ เรียกมาตรฐานการพิสูจน์นี้โก้
ๆ เป็นภาษากฎหมายว่า preponderance of evidence ครับ ส่วนในคดีอาญานั้นแค่
51 : 49 น่ะ ไม่พอครับ ศาลจะพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีก็ต่อเมื่อพิสูจน์ให้ศาลเห็นจนปราศจากข้อสงสัยตามสมควร
(Proof beyond reasonable doubt) ครับว่ามีการทำผิดเกิดขึ้น
และจำเลยที่ถูกฟ้องเป็นผู้กระทำผิด ถ้าจะเทียบเป็นตัวเลขก็คงต้องมากกว่า
80 : 20 ล่ะครับ
คดีไมโครซอฟท์-เอเทคนั้นโจทก์เลือกฟ้องเป็นคดีอาญาครับ
คงจะเพราะต้องการให้ผู้ทำผิดหลาบจำไม่คิดทำผิดอีก ซึ่งก็ทำให้ศาลนำหลักผู้เสียหายโดยนิตินัยมาใช้และมาตรฐานการพิสูจน์ก็เป็นไปอย่างเข้มข้นครับ
ส่วนท่านผู้อ่านที่คิดจะฟ้องคดีก็ควรชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสียให้ดีก่อนตัดสินใจนะครับ
เพราะถ้าฟ้องคดีอาญาไปก่อนแล้วแพ้ อาจจะให้ฟ้องคดีแพ่งอีกไม่ได้นะครับ
เพราะหลักกฎหมายเขามีว่า คำพิพากษาคดีส่วนแพ่งต้องเป็นไปตามคำพิพากษาคดีส่วนอาญาครับ
(แต่หลักนี้ก็มีรายละเอียดและข้อยกเว้นนะครับ ซึ่งคงไม่กล่าวในที่นี้
เพราะไม่อยากให้บทความนี้กลายเป็นตำรากฎหมายครับ)
|