|
คงเคยได้ยินนะครับว่าการโฆษณาชวนเชื่อ
(Propaganda) กับการโฆษณาประชาสัมพันธ์ (Advertisement)
น่ะความหมายมันต่างกัน ในทางกฎหมายแล้วมันต่างกันมากเลยครับ
การโฆษณาที่ถูกต้องนั้นตามกฎหมายไทยมีกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคควบคุมอยู่
ซึ่งบรรดา web designer และ webmaster จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายนี้เช่นกัน
เพราะหน้าที่หนึ่งของ web site ในยุค e-commerce ก็คือการประชาสัมพันธ์หน่วยงานและสินค้าและบริการ
ซึ่งหากทำการโฆษณาประชาสัมพันธ์ไปโดยฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคแล้วก็อาจจะถูกสั่งให้แก้ไขข้อความหรือวิธีการในการโฆษณา
ถูกห้ามการใช้ข้อความบางอย่างที่ปรากฎในการโฆษณา ถูกห้ามการโฆษณาหรือให้โฆษณาเพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดของผู้บริโภค
ซึ่งนั่นหมายถึง การต้องสิ้นเปลืองงบประมาณมากขึ้นโดยไม่จำเป็นใช่ไหมครับ
และโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าถูกสั่งให้แก้ไข แล้วไม่ทำตามก็มีโทษทางอาญาด้วยนะครับ
คือ จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาทครับ
กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคกำหนดไว้เป็นหลักการกว้าง
ๆ ว่าการโฆษณาสินค้าและบริการจะต้องไม่ใช่ข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภค
(เช่นข้อความเท็จหรือเกินความจริง หรือข้อความโฆษณาที่จะก่อให้ผู้บริโภคเกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ)
ข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียหายแก่สังคมเป็นส่วนรวม รวมทั้งห้ามใช้วิธีการอันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายหรือจิตใจ
หรืออาจก่อให้เกิดความรำคาญแก่ผู้บริโภค ซึ่งการที่กฎหมายเขียนไว้แค่นี้ก็ยังไม่เห็นภาพครับว่าการโฆษณาอย่างใดบ้างที่กฎหมายห้าม
ในทางปฏิบัติเขาก็จะมีคณะกรรมการการโฆษณาอยู่ในสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
(สคบ.) เพื่อทำหน้าที่พิจารณาว่าการโฆษณาใดฝ่าฝืนกฎหมายบ้างครับ
โดยคณะกรรมการนี้จะวินิจฉัยเป็นกรณี ๆ ไป ตามที่สืบสวนพบหรือมีผู้ร้องเรียน
ซึ่งผมจะยกตัวอย่างให้ดูพอหอมปากหอมคอเพื่อเป็นข้อเตือนใจนะครับ
ตัวอย่างของข้อความโฆษณาอันมีลักษณะเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงอันยากแก่การพิสูจน์
ก็เช่นบรรดาโฆษณาที่ใช้คำว่า "ที่สุด" ทั้งหลายล่ะครับ
(สง่างามที่สุด,โออ่าที่สุด) ส่วนการโฆษณายืนยันข้อเท็จจริงว่าได้รับรางวัลหรือใบรับรองคุณภาพก็ต้องพิสูจน์แสดงความจริงด้วยครับ
(เช่นอ้างว่าเป็นแชมป์ในการประกวด ก็ต้องบอกว่าใครจัดประกวดและจัดเมื่อใด
เป็นต้น) สำหรับการโฆษณาเปรียบเทียบเหยียบย่ำสินค้าอื่นนั้น
จริงๆ เขาก็ไม่ได้ห้ามอะไรนะครับ เว้นแต่จะมีลักษณะเกินความจริงหรือเป็นเท็จ
เรื่องการโฆษณารับประกันสินค้าก็ต้องระวังนะครับ
เดินไปเดินมาแถวพันธ์ทิพย์ เคยสังเกตร้านคอมพิวเตอร์ไหมครับที่เขียนว่ารับประกัน
5 ปี แต่เอาจริง ๆ ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นก็รับประกันนานไม่เท่ากันครับ
ตรงนี้คณะกรรมการเคยวินิจฉัยแล้วน่ะครับว่าฝ่าฝืนกฎหมาย รวมถึงเรื่องการประกันว่าจะคืนเงินให้ถ้าไม่พอใจสินค้า
หากในทางปฏิบัติมีเงื่อนไขใด ๆ ในการคืนเงินก็ต้องระบุให้ชัดเจนในการโฆษณาด้วยครับ
คนไทยส่วนใหญ่(รวมทั้งผมด้วย)
ชอบของดีราคาถูกจึงมักตกเป็นเหยื่อของการโฆษณาเป็นประจำโดยเฉพาะการโฆษณาบ้านกับรถยนต์
ในการโฆษณาเขาก็จะมีภาพสวยๆ แล้วบอกราคาถูก ๆ ครับ เอาเข้าจริงๆ
ก็ไม่ได้ spec ตรงนั้น จะเอาถูกก็เป็นอีกแบบนึงครับ เป็นอย่างนี้ทุกที
ผู้บริโภคอยากได้ของดีก็ต้องยอมจ่ายมากกว่าที่เขาโฆษณา เรื่องนี้คณะกรรมการก็เคยวินิจฉัยว่าฝ่าฝืนกฎหมายเช่นกันครับ
ตัวอย่างโฆษณาต้องห้ามเรื่องสุดท้าย
ที่ผมอยากจะยกก็คือข้อความโฆษณาที่เป็นการสนับสนุนโดยตรงหรือโดยอ้อมให้มีการกระทำผิดกฎหมายหรือศีลธรรมหรือนำไปสู่ความเสื่อมเสียในวัฒนธรรมของชาติครับ
โฆษณากลุ่มนี้ก็ได้แก่พวกที่ใช้คำสองแง่สามง่ามทั้งหลายครับ
("นอนกับแอร์" จำได้ไหมครับ?) รวมถึงการโฆษณาสถานเริงรมย์ต่าง
ๆ หรือการขายบริการทางเพศ (ที่เคยเห็นในหนังสือพิมพ์กีฬาบางฉบับนั้นแหล่ะครับ)
พอหอมปากหอมคอกันแล้วนะครับเกี่ยวกับเรื่องโฆษณา
ทีนี้ก่อนเขียน web ก็คิดกันให้หนัก ๆ ก่อนจะได้ไม่ต้องมาปวดหัวทีหลังนะครับ
|