|
ผมเป็นนักกฎหมาย
ไม่ได้อยู่ในธุรกิจการเขียน web site (และจริงๆก็ไม่ได้อยู่ในธุรกิจอะไรเลยครับ)
เลยไม่รู้ว่าสนนราคาค่าจ้างการเขียนเว็บเขาคิดกันยังไงครับ แต่เคยอ่านข้อมูลในอเมริกาเห็นว่าสนนราคาที่เขาจ้างเขียน
web site มีตั้งแต่ $5,000 ไปจนถึง $600,000 ครับ เงินไม่ใช่น้อยๆ
เลย ดังนั้น เขาจึง serious กันมากกับการร่างสัญญารับจ้างเขียน
web site ครับ ผมจึงจับเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟังว่า เมื่อคุณตกลงรับจ้างเขียนเว็บไซต์ให้ใครแล้ว
ในสัญญารับจ้างควรระบุถึงอะไรบ้าง
ประเด็นแรกที่ต้องระบุในสัญญาก็คือสิทธิ-หน้าที่ของคู่สัญญาครับ
หลัก ๆ ที่ควรระบุก็คือวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่จะใช้ในการเขียนนั้น
คุณจะหามาเองหรือให้ผู้ว่าจ้างจัดหามาให้คุณ เพราะคุณอาจต้องการรูปภาพ
รายงานของบริษัทหรือเอกสารอื่น ถ้าให้ผู้ว่าจ้างจัดหามาให้ก็ต้องระบุให้ชัดว่าเขาต้องส่งมอบสิ่งของเหล่านั้นให้คุณเมื่อใด
จะได้ไม่ส่งผลถึงความล่าช้าในการเขียน web site ครับ นอกจากนั้นกระบวนการในการเขียนก็ควรกำหนดไว้เป็นขั้นๆ
ในสัญญาเพื่อให้ผู้ว่าจ้างตรวจสอบความสำเร็จของเว็บไซต์ได้ตามเวลาที่กำหนด
ส่วนอาจระบุว่า 1 เดือนโครงร่างเว็บไซต์เสร็จ 2 เดือนสามารถใช้เว็บไซต์
search ข้อมูลได้อย่างนี้เป็นต้น และที่สำคัญอีกประการก็คือถ้าจะต้องใช้ข้อมูลอื่น
ๆ มาเขียน web site ก็ควรระบุให้ชัดเจนว่าข้อมูลนั้นเป็นลิขสิทธิ์ของใคร
มีการขออนุญาตเจ้าของลิขสิทธิ์หรือไม่
ประการที่สองที่ต้องระบุคือเรื่องเงินครับ
โดยทั่วไปผู้รับจ้างก็จะจนกว่าผู้จ้างครับ จึงควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ให้มาก
โดยส่วนใหญ่ก็จะแบ่งชำระเงินเป็นงวด โดยอาจชำระล่วงหน้าก้อนหนึ่ง
เพื่อเป็นหลักประกันว่าเขาจะยังจ้างเราต่อไปถึงแม้ผลงานในช่วงแรกของเราจะไม่โดนใจเขาเท่าไร
ส่วนการชำระงวดอื่น ๆ ก็อาจจะไปผูกกับความสำเร็จของเนื้องานในแต่ละช่วงครับ
การกำหนดอย่างนี้ก็เป็นแรงจูงใจให้เราทำงานให้สำเร็จ และยังจำกัดความเสี่ยงของผู้ว่าจ้างด้วยครับ
ประการต่อไปคือการกำหนดลักษณะของเว็บไซต์ที่สมบูรณ์ซึ่งเป็นเป้าประสงค์ของสัญญาว่าจะให้มีลักษณะอย่างไร
ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นมาตรฐานในการพิจารณาว่าผู้รับจ้างได้ทำหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในสัญญาแล้วหรือไม่
ตรงนี้ควรจะระบุให้ละเอียดครับว่าผู้ว่าจ้างต้องการอย่างไร แล้วผู้รับจ้างจะทำเสร็จตามที่ต้องการในเวลาใด
ประการที่สี่ ที่ต้องระบุในสัญญาก็คือจะให้เว็บไซต์นั้นเป็นลิขสิทธิ์ของใคร
(ในประเด็นนี้ขอให้ดูในหัวข้อที่ผมเคยเขียนแยกออกไว้ต่างหากแล้ว)
การให้เว็บไซต์เป็นของใครนั้นมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ถ้าให้เป็นของคนเขียนเว็บ
คนเขียนก็ happy แต่ผู้ว่าจ้างจะsadครับ เพราะทุกครั้งที่ผู้ว่าจ้างประสงค์จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือทำอะไรกับเว็บไซต์ก็ต้องมาขออนุญาตคนเขียนก่อน
ในต่างประเทศผมเข้าใจว่าเขากำหนดไว้เป็นหลักให้ลิขสิทธิ์เป็นของผู้ว่าจ้าง
เพราะข้อมูลส่วนใหญ่ที่นำมาเขียนเว็บไซต์เป็นของผู้ว่าจ้างอยู่แล้วครับ
สิ่งสุดท้ายที่ต้องระบุไว้ในสัญญาประเภทนี้ก็คือ
การกำหนดว่าถ้ามีการผิดสัญญาจะเยียวยาความเสียหายกันอย่างไร
แม้ว่าสัญญาประเภทนี้อาจปรับได้เป็นสัญญาจ้างทำของในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
แต่การระบุไว้ให้ชัดเจนในสัญญาก็จะเป็นการดีครับ
ความสำเร็จในการพัฒนาเว็บไซต์ก็ขึ้นอยู่กับการวางแผนด้วยความละเอียดรอบคอบและข้อตกลงที่มีความชัดเจนเท่า
ๆ กับฝีมือของ web developer นะครับ
|