|
อาชีพทนายความเป็นวิชาชีพแขนงหนึ่งที่ผู้ที่จะเป็นทนายความได้นั้น
ต้องมีใบอนุญาตว่าความ ซึ่งออกให้โดยสภาทนายความ เช่นเดียวกับ
แพทย์, วิศวกร, หรือสถาปนิก ที่ต้องมีใบอนุญาตเช่นเดียวกัน เป็นต้น
ฉะนั้น ผู้ที่จะเป็นทนายความได้นั้น จะต้องผ่านกระบวนการอบรม
ฝึกฝนตนเองมาก่อนๆที่จะได้รับใบอนุญาต ซึ่งกระบวนการและขั้นตอนต่างๆก็คือ
ขั้นแรก ผู้ที่จะเป็นทนายความนั้น จะต้องจบการศึกษาชั้นปริญญาตรีจากคณะนิติศาสตร์
เท่านั้น คณะอื่นไม่ได้
ขั้นที่สอง จะต้องผ่านการอบรมจากสภาทนายความ
ซึ่งจะเปิดการอบรมปีละ 1 รุ่น ช่วงประมาณปลายปี ราวๆเดือนสิงหาคม
หรือกันยายน ซึ่งจะใช้เวลาอบรมเกี่ยวทฤษฎีประมาณเดือนเศษๆ จากนั้นจะมีการทดสอบความรู้ที่อบรมไปหนึ่งครั้ง
หากสามารถสอบผ่านได้ก็จะมีสิทธิเข้าฝึกงานในสำนักงานทนายความซึ่งใช้เวลาประมาณ
6 เดือน แต่ถ้าสอบครั้งแรกไม่ผ่านยังมีโอกาสสอบแก้ตัวได้หนึ่งครั้ง
หากยังไม่ผ่านอีกจะไม่สามารถเข้าฝึกงานได้ และจะต้องรอสมัครในรุ่นต่อไป
เมื่อผ่านการฝีกงานในสำนักงานทนายความจนครบตามเวลาที่กำหนดแล้ว
จะต้องกลับมาสอบข้อเขียนอีกครั้งหนึ่ง และหากสอบผ่านได้ก็จะเป็นการสิ้นสุดกระบวนการอบรม
และสามารถยื่นขอใบอนุญาตได้ทันทีที่เอกสารพร้อม
สำหรับการอบรมนี้ หากผู้ใดที่ไม่ประสงค์ที่จะอบรม
ก็สามารถทำวิธีอื่นได้คือ จะต้องเข้าไปฝึกงานอยู่กับสำนักงานทนายความเป็นเวลา
1 ปี ซึ่งก่อนจะเริ่มฝึกจะต้องไปแจ้งเรื่องที่สภาทนายความให้ทราบก่อน
แล้วจึงนับเวลาไป 1 ปี เมื่อครบหนึ่งปีแล้วจะต้องมาสอบ 1 ครั้ง
จึงจะมีสิทธิขอใบอนุญาต แต่วิธีนี้ตามที่เขาเล่าขานกันมา บอกว่าข้อสอบยากกว่าวิธีเข้ารับการอบรม
จะจริงเท็จแค่ไหนผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน
ขั้นที่สาม ก่อนที่จะขอใบอนุญาตเป็นทนายความ
จะต้องสมัครเป็นสมาชิกวิสามัญของเนติบัณฑิตยสภาเสียก่อน แล้วจึงนำหลักฐานการเป็นสมาชิกไปประกอบการยื่นขอใบอนุญาต
สำหรับการสมัครสมาชิกวิสามัญของเนติบัฑิตยสภานั้น ควรจะสมัครตั้งแต่เริ่มเข้ารับการอบรมที่สภาทนายความเลย
เนื่องจากจะต้องใช้เวลาประมาณไม่ต่ำกว่า 2 เดือนจึงจะได้บัตรสมาชิก
จะได้ไม่เสียเวลาอีกในการยื่นขอใบอนุญาต การสมัครเป็นสมาชิกวิสามัญของเนติบัณฑิตนั้น
ใช้หลักฐานการจบการศึกษาชั้นปริญญาตรีในการสมัคร
บางครั้งเคยมีผู้เข้าใจผิดว่าการเป็นทนายความจะต้องเรียนจบเนติบัณฑิตมาเสียก่อน
ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด การเป็นทนายความนั้นแค่ผ่านการอบรมจากสภาทนายความก็สามารถเป็นได้แล้ว
ส่วนการที่จะต้องเรียนจบจากเนติบัณฑิตนั้น เป็นคุณสมบัติในการสอบเป็นพนักงานอัยการ
หรือสอบเป็นผู้พิพากษา ซึ่งหากผู้ที่ต้องการจะสอบเป็นพนักงานอัยการ
หรือผู้พิพากษา จำเป็นที่จะต้องจบการศึกษาจากเนติบัณฑิตยสภา
สถิติจำนวนทนายความทั่วประเทศ
ณ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2544 มีทั้งหมด 37,332 คน
http://tanay.hypermart.net
|