|
จากกรณีที่ทนายความจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน
ในการขอตรวจสอบรายชื่อบุคคลผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน รวมทั้งการคัดและรับรองเอกสาร
ภายหลังจากที่พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
ถูกประกาศใช้ ซึ่งเจ้าหน้าที่กรมที่ดินแจ้งว่าไม่สามารถดำเนินการได้
และได้มีทนายความหลายรายร้องเรียนมายังสภาทนายความ เพื่อขอให้หามาตรการแก้ไข
และสภาทนายความได้หารือเรื่องนี้ไปยังกรมที่ดิน ซึ่งกรมที่ดินแจ้งว่า
จะนำประเด็นดังกล่าวไปหารือต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารฯ
ตามที่ได้เสนอข่าวมาโดยต่อเนื่องนั้น
นายสัก กอแสงเรือง นายกสภาทนายความ
เปิดเผยความคืบหน้าเรื่องนี้ว่า สภาทนายความได้รับหนังสือจากกรมที่ดินที่
มท 0701.2/20752 ลงวันที่ 6 กรกฎาคม 2543 แจ้งผลการวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารให้ทราบแล้ว
ทั้งนี้คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคมการบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย
ได้วินิจฉัยเรื่องนี้ว่า ความเห็นของคณะทำงานกรมที่ดินที่ไม่เปิดเผยโฉนดที่ดิน
กรณีการขอตรวจสอบโฉนดที่ดินโดยผู้ขอไม่ทราบเลขที่โฉนด เนื่องจากเป็นข้อมูลส่วนบุคคล
ซึ่งการเปิดเผยจะเป็นการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลโดยไม่สมควร ตามมาตรา
5 (15) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 เพราะหากผู้ขอไม่เห็นด้วยกับความเห็นของกรมที่ดิน
ก็สามารถอุทธรณ์คำสั่งไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเป็นเฉพาะรายได้นั้น
เป็นการใช้ดุลพินิจตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ ซึ่งกรมที่ดินสามารถดำเนินการได้ตามที่เห็นสมควร
อย่างไรก็ดีในกรณีที่ผู้ร้องเป็นคู่ความ
เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ซึ่งอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาล จะถือเป็นบุคคลที่มีอำนาจตามกฎหมายตามมาตรา
24 (8) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารฯหรือไม่นั้น เห็นว่า
เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีที่ถึงที่สุดแล้ว รวมทั้งทนายความผู้ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาดังกล่าว
ย่อมสามารถร้องขอตรวจสอบโฉนดที่ดินของลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้นได้
เพื่อประโยชน์ในการสืบทรัพย์ โดยไม่จำเป็นต้องมีหนังสือให้ความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล
แต่ถ้าเป็นเพียงคู่ความในคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
หรือในคดีที่ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด คู่ความดังกล่าวยังไม่ถือว่าเป็นผู้มีอำนาจตามมาตรา
24 (8) แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารฯ
|