Thailand Online Lawyers
เว็บบอร์ด   เกี่ยวกับเรา   บริการของเรา  ติดต่อเรา  สนับสนุนเรา  สมุดเยี่ยม
 
รักเมืองไทย
ค้นหากฎหมาย ค้นหาคำพิพากษาฎีกา ดาวน์โหลดแบบฟอร์มต่างๆรวมลิงค์กฎหมายที่น่าสนใจ
หน้าแรก
English Page
ค้นหากฎหมาย
ค้นหาฎีกา
ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม
รวมลิงค์กฎหมาย
เว็บบอร์ดกฎหมาย
บทความ
   กฎหมายทั่วไป
   กฎหมายไอที
   กฎหมายชาวบ้าน
ข่าวกฎหมาย
ข่าวสารที่น่าสนใจ
Forward Mail
บริการของเรา
ติดต่อเรา
สมุดเยี่ยมกฎหมาย
สนับสนุนเรา
Site Map
lawyerthai © 2006
คุยกันสดๆ
เสื้อ lawyerthai.com
หากสนใจหรืออยากทราบ ข้อมูลเพิ่มเติม เชิญคลิก


การพิจารณาคดีแบบต่อเนื่อง :: โดย http://tanay.hypermart.net


ขณะนี้ศาลได้ทดลองเปลี่ยนรูปแบบการพิจารณาใหม่เป็นการพิจารณาแบบต่อเนื่องแล้ว โดยเริ่มทดลองขั้นแรก 4 - 5 ศาล เช่น ศาลแขวงพระนครเหนือ ศาลแขวงนนทบุรี ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นต้น หากท่านไม่ใช่ทนายความ ท่านอาจจะสงสัยว่าการพิจารณาคดีแบบต่อเนื่องเป็นอย่างไร ในการพิจารณาของศาลแบบปัจจุบันนั้น ศาลจะนัดพิจารณาเป็นสองช่วงคือ ช่วงเช้า และ ช่วงบ่าย ซึ่งในแต่ละช่วงนั้น ศาลจะนัดคดีช่วงละประมาณ 3 - 4 คดี บางวันอาจจะมีถึง 5 - 6 ด้วยซ้ำ ทั้งนี้เพราะคดีมีมาก ศาลก็ต้องการให้การพิจารณาเสร็จอย่างรวดเร็ว จึงนัดคดีซ้อนกันหลายคดี แต่ปรากฏว่าศาลพิจารณาคดีในแต่ละคดีได้ไม่เต็มที่ ในแต่ละคดีนั้นคู่ความจึงสามารถนำพยานเข้าสืบได้เพียง ปากเดียวหรือสองปากเท่านั้น แล้วก็ต้องเลื่อนคดีออกไป ฉะนั้น การที่ศาลได้เปลี่ยนรูปแบบการพิจารณาใหม่เป็นแบบต่อเนื่องก็คือ ต่อไปนี้ศาลจะนัดพิจารณาคดีเพียงคดีเดียวในหนึ่งวันเท่านั้น โดยจะพิจารณาคดีตลอดทั้งวัน ทนายความที่ว่าความก็จะต้องเตรียมพยานเข้าสืบให้พร้อม โดยก่อนเริ่มคดี ศาลจะนัดครั้งแรกเรียกว่านัดพร้อม เพื่อที่จะให้คู่ความแต่ละฝ่ายมาพร้อมกัน แล้วศาลจะสอบถามคู่ความว่าจะนำพยานเข้าสืบฝ่ายละกี่ปาก และจะใช้เวลากี่วัน จากนั้นก็จะกำหนดวันนัดติดต่อกันไป หลังจากที่แต่ละฝ่ายนำพยานเข้าสืบเสร็จแล้ว ศาลก็จะกำหนดวันฟังคำพิพากษา

ฟังดูแล้วท่านก็น่าจะเสร็จโดยเร็ว เพราะพิจารณาติดต่อกันไปจนกว่าจะเสร็จ และไม่ต้องเลื่อนคดีออกไปอีครั้งละประมาณ 2 - 3 เดือน แต่ระยะเวลาก่อนที่จะได้พิจารณากันนะสิตัวปัญหาเลย เท่าที่รับทราบมาบางศาลที่เริ่มพิจารณาคดีต่อเนื่อง กำหนดวันนัดกันข้ามปีจนถึงปี 2546 กันแล้ว ทั้งนี้เนื่องจากคดีมีมาก บางคดีก็นัดกันวันเดียว บางคดีนัดกันสองวัน ส่วนคดีที่มีพยานหลักฐานมาก รายละเอียดเยอะ สืบพยานกันหลายปากบางทีก็นัดกันเป็นอาทิตย์ คดีที่มาทีหลังก็ต้องนัดต่อๆกันไป

สรุปแล้วการพิจารณาคดีแบบต่อเนื่องดีหรือไม่ ในความเห็นของผมก็รู้สึกว่าดี แต่ก็ยังมีข้อบกพร่องอยู่อย่างเช่นคดีที่ไม่ข้อยุ่งยากมากนัก เช่นคดีเกี่ยวกับการกู้ยืม จำนอง ซึ่งคดีเหล่านี้บางครั้งคู่ความแต่ละฝ่ายจะนำพยานเข้าสืบเพียงปากเดียวเท่านั้นซึ่งสามารถจะเสร็จได้ในเพียงวันเดียว ถ้าจะต้องมารอต่อคิวเพื่อรอพิจารณาก็จะเป็นผลเสียต่อคู่ความได้ หรือกรณีคดีอาญาที่จำเลยไม่สามารถยื่นขอประกันตัวได้ เนื่องจากไม่มีหลักทรัพย์ บุคคลเหล่านี้จะต้องถูกขังอยู่ตลอดเวลาจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา หากต้องรอคิวนานๆเพื่อให้ศาลพิจารณาคดี ผมว่าคงไม่เป็นธรรมกับจำเลยนัก ปัญหานี้ผมเคยประสบมาด้วยตนเองคดีนี้จำเลยปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำผิด ศาลจึงได้มีคำสั่งนัดพร้อมในเดือนตุลาคม 2544 เพื่อสอบถามคู่ความว่าจะนำพยานเข้าสืบฝ่ายละกี่ปากพอถึงวันนัด ศาลแจ้งว่าจะต้องนัดสืบพยานกันในช่วงเดือนตุลาคม 2545 เนื่องจากก่อนหน้านั้นได้นัดคดีอื่นไว้เต็มแล้วลองคิดดู นัดพร้อมเดือนตุลาคม 2544 แต่กว่าจะได้สืบพยานกันก็เดือนตุลาคม 2545 เวลาประมาณ 1 ปีเต็มๆที่จำเลยจะต้องถูกขังอยู่โดยไม่มีการพิจารณาคดีกันเลย ฉะนั้น ทางออกของเรื่องนี้ผมคิดว่าศาลน่าจะปรับรูปแบบใหม่ โดยพิจารณาเป็นรายคดีไปว่าคดีใดควรที่จะใช้การพิจารณาแบบต่อเนื่อง และคดีใดไม่ควรที่จะใช้ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง

http://tanay.hypermart.net