|
ขณะนี้ศาลได้ทดลองเปลี่ยนรูปแบบการพิจารณาใหม่เป็นการพิจารณาแบบต่อเนื่องแล้ว
โดยเริ่มทดลองขั้นแรก 4 - 5 ศาล เช่น ศาลแขวงพระนครเหนือ ศาลแขวงนนทบุรี
ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นต้น หากท่านไม่ใช่ทนายความ ท่านอาจจะสงสัยว่าการพิจารณาคดีแบบต่อเนื่องเป็นอย่างไร
ในการพิจารณาของศาลแบบปัจจุบันนั้น ศาลจะนัดพิจารณาเป็นสองช่วงคือ
ช่วงเช้า และ ช่วงบ่าย ซึ่งในแต่ละช่วงนั้น ศาลจะนัดคดีช่วงละประมาณ
3 - 4 คดี บางวันอาจจะมีถึง 5 - 6 ด้วยซ้ำ ทั้งนี้เพราะคดีมีมาก
ศาลก็ต้องการให้การพิจารณาเสร็จอย่างรวดเร็ว จึงนัดคดีซ้อนกันหลายคดี
แต่ปรากฏว่าศาลพิจารณาคดีในแต่ละคดีได้ไม่เต็มที่ ในแต่ละคดีนั้นคู่ความจึงสามารถนำพยานเข้าสืบได้เพียง
ปากเดียวหรือสองปากเท่านั้น แล้วก็ต้องเลื่อนคดีออกไป ฉะนั้น
การที่ศาลได้เปลี่ยนรูปแบบการพิจารณาใหม่เป็นแบบต่อเนื่องก็คือ
ต่อไปนี้ศาลจะนัดพิจารณาคดีเพียงคดีเดียวในหนึ่งวันเท่านั้น
โดยจะพิจารณาคดีตลอดทั้งวัน ทนายความที่ว่าความก็จะต้องเตรียมพยานเข้าสืบให้พร้อม
โดยก่อนเริ่มคดี ศาลจะนัดครั้งแรกเรียกว่านัดพร้อม เพื่อที่จะให้คู่ความแต่ละฝ่ายมาพร้อมกัน
แล้วศาลจะสอบถามคู่ความว่าจะนำพยานเข้าสืบฝ่ายละกี่ปาก และจะใช้เวลากี่วัน
จากนั้นก็จะกำหนดวันนัดติดต่อกันไป หลังจากที่แต่ละฝ่ายนำพยานเข้าสืบเสร็จแล้ว
ศาลก็จะกำหนดวันฟังคำพิพากษา
ฟังดูแล้วท่านก็น่าจะเสร็จโดยเร็ว
เพราะพิจารณาติดต่อกันไปจนกว่าจะเสร็จ และไม่ต้องเลื่อนคดีออกไปอีครั้งละประมาณ
2 - 3 เดือน แต่ระยะเวลาก่อนที่จะได้พิจารณากันนะสิตัวปัญหาเลย
เท่าที่รับทราบมาบางศาลที่เริ่มพิจารณาคดีต่อเนื่อง กำหนดวันนัดกันข้ามปีจนถึงปี
2546 กันแล้ว ทั้งนี้เนื่องจากคดีมีมาก บางคดีก็นัดกันวันเดียว
บางคดีนัดกันสองวัน ส่วนคดีที่มีพยานหลักฐานมาก รายละเอียดเยอะ
สืบพยานกันหลายปากบางทีก็นัดกันเป็นอาทิตย์ คดีที่มาทีหลังก็ต้องนัดต่อๆกันไป
สรุปแล้วการพิจารณาคดีแบบต่อเนื่องดีหรือไม่
ในความเห็นของผมก็รู้สึกว่าดี แต่ก็ยังมีข้อบกพร่องอยู่อย่างเช่นคดีที่ไม่ข้อยุ่งยากมากนัก
เช่นคดีเกี่ยวกับการกู้ยืม จำนอง ซึ่งคดีเหล่านี้บางครั้งคู่ความแต่ละฝ่ายจะนำพยานเข้าสืบเพียงปากเดียวเท่านั้นซึ่งสามารถจะเสร็จได้ในเพียงวันเดียว
ถ้าจะต้องมารอต่อคิวเพื่อรอพิจารณาก็จะเป็นผลเสียต่อคู่ความได้ หรือกรณีคดีอาญาที่จำเลยไม่สามารถยื่นขอประกันตัวได้
เนื่องจากไม่มีหลักทรัพย์ บุคคลเหล่านี้จะต้องถูกขังอยู่ตลอดเวลาจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา หากต้องรอคิวนานๆเพื่อให้ศาลพิจารณาคดี
ผมว่าคงไม่เป็นธรรมกับจำเลยนัก ปัญหานี้ผมเคยประสบมาด้วยตนเองคดีนี้จำเลยปฏิเสธว่าไม่ได้กระทำผิด
ศาลจึงได้มีคำสั่งนัดพร้อมในเดือนตุลาคม 2544 เพื่อสอบถามคู่ความว่าจะนำพยานเข้าสืบฝ่ายละกี่ปากพอถึงวันนัด
ศาลแจ้งว่าจะต้องนัดสืบพยานกันในช่วงเดือนตุลาคม 2545 เนื่องจากก่อนหน้านั้นได้นัดคดีอื่นไว้เต็มแล้วลองคิดดู
นัดพร้อมเดือนตุลาคม 2544 แต่กว่าจะได้สืบพยานกันก็เดือนตุลาคม
2545 เวลาประมาณ 1 ปีเต็มๆที่จำเลยจะต้องถูกขังอยู่โดยไม่มีการพิจารณาคดีกันเลย
ฉะนั้น ทางออกของเรื่องนี้ผมคิดว่าศาลน่าจะปรับรูปแบบใหม่ โดยพิจารณาเป็นรายคดีไปว่าคดีใดควรที่จะใช้การพิจารณาแบบต่อเนื่อง และคดีใดไม่ควรที่จะใช้
เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง
http://tanay.hypermart.net
|