Thailand Online Lawyers
เว็บบอร์ด   เกี่ยวกับเรา   บริการของเรา  ติดต่อเรา  สนับสนุนเรา  สมุดเยี่ยม
 
รักเมืองไทย
ค้นหากฎหมาย ค้นหาคำพิพากษาฎีกา ดาวน์โหลดแบบฟอร์มต่างๆรวมลิงค์กฎหมายที่น่าสนใจ
หน้าแรก
English Page
ค้นหากฎหมาย
ค้นหาฎีกา
ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม
รวมลิงค์กฎหมาย
เว็บบอร์ดกฎหมาย
บทความ
   กฎหมายทั่วไป
   กฎหมายไอที
   กฎหมายชาวบ้าน
ข่าวกฎหมาย
ข่าวสารที่น่าสนใจ
Forward Mail
บริการของเรา
ติดต่อเรา
สมุดเยี่ยมกฎหมาย
สนับสนุนเรา
Site Map
lawyerthai © 2006
คุยกันสดๆ
เสื้อ lawyerthai.com
หากสนใจหรืออยากทราบ ข้อมูลเพิ่มเติม เชิญคลิก


ลักษณะการกระทำอย่างไร เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ :: พ.ต.ท.ศักกพล สุขปาน


1. คำว่า เอาไป คือการเอาทรัพย์เคลื่อนที่ไปจากที่เดิมในลักษณะที่จะพาทรัพย์นั้นไปได้ และทรัพย์นั้นเข้ามาอยู่ในความยึดถือครอบครองเพื่อตนแล้ว แม้ทรัพย์นั้นเคลื่อนที่เพียงเล็กน้อยก็ถือว่าเป็นการเอาไปแล้ว ถึงแม้ผู้กระทำจะยังไม่เอาทรัพย์นั้นไปหรือถูกขัดขวางในภายหลังและเอาทรัพย์นั้นไปไม่ได้ก็ตาม ต้องถือว่าเป็นความผิดฐานลักทรัพย์สำเร็จ

2. การเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปนั้นอาจกระทำโดยทางอ้อม โดยใช้ผู้อื่นเป็นเครื่องมือก็ได้

3. เพียงแต่เอาทรัพย์เคลื่อนที่อย่างเดียว แต่ไม่อยู่ในลักษณะที่จะเอาทรัพย์นั้นไปได้ คือยังไม่ได้มีการยึดถือเลย เป็นเพียงความผิดฐานพยายามลักทรัพย์

4. การลักทรัพย์โดยใช้อุบายนั้นใกล้เคียงกับความผิดฐานฉ้อโกงมาก การลักทรัพย์โดยใช้อุบาย การหลอกลวง เป็นวิธีการเพื่อทำให้การลักทรัพย์สะดวกขึ้นเท่านั้น ส่วนความผิดฐานฉ้อโกง การหลอกลวงนั้นทำให้ผู้ถูกหลอกหลงเชื่อและมอบทรัพย์ให้หรือยอมให้เอาทรัพย์นั้นไปด้วยความเต็มใจ

5. ทรัพย์นั้นต้องเป็นของผู้อื่นหรือผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยและทรัพย์นั้นต้องอยู่ในความครอบครองของผู้อื่นในขณะที่เอาทรัพย์นั้นไป ถ้าทรัพย์นั้นอยู่ในความครอบครองของผู้กระทำเองในขณะที่เอาไปแล้วไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ แต่อาจเป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์ การเอาทรัพย์ของตนเองแต่ผู้เดียวไป ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ แม้ทรัพย์นั้นจะอยู่ในความครอบครองของผู้อื่น

6. ในกรณีที่ทรัพย์นั้นเป็นทรัพย์ที่มีเจ้าของร่วมกัน การเอาทรัพย์ชนิดนี้ไปจะต้องอยู่ในความครอบครองของเจ้าของร่วมโดยแท้จริง ไม่ใช่เพียงมีสิทธิครอบครองร่วมกันเท่านั้น

7. ในเรื่องทรัพย์สินหาย หรือของตกหายนั้น ถือหลักว่าถ้าเก็บไปโดยรู้หรือมีเหตุอันควรรู้ว่าทรัพย์นั้นอยู่ในระหว่างที่เจ้าของกำลังติดตาม หรือกำลังจะติดตามทรัพย์นั้นคืน ถ้าเอาทรัพย์ไปตอนนี้เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ แต่ถ้าเอาไปโดยไม่รู้หรือไม่มีเหตุอันควรรู้เช่นนั้นแล้ว ก็เป็นการได้ทรัพย์หาย เป็นความผิดฐานยักยอกทรัพย์

8. การได้รับมอบหมายทรัพย์จากเจ้าของให้ดูแลแทนเพียงชั่วคราวหรือเจ้าของไปด้วย ถือว่าการครอบครองทรัพย์นั้นยังอยู่กับเจ้าของ ถ้าเอาไปขณะนี้เป็นความผิดฐานลักทรัพย์

9. การลักทรัพย์นั้น การเอาทรัพย์ของผู้อื่นไป ผู้กระทำต้องมีเจตนาทุจริตมาก่อนหรือในขณะที่เอาทรัพย์นั้นไป ถ้ามีเกิดขึ้นภายหลังไม่ผิดฐานลักทรัพย์ แต่อาจเป็นความผิดฐานอื่น เช่น ยักยอกทรัพย์

10. การเอาทรัพย์ของผู้อื่นหรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยมีเจตนาเป็นอย่างอื่นไม่ใช่โดยทุจริตคือไม่ใช่เพื่อถือทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือผู้อื่นแล้วไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์

11. การลักทรัพย์นั้นถ้ากระทำโดยมีเจตนาทุจริตเพื่อกระทำการลักทรัพย์และได้ลงมือกระทำการลักทรัพย์ เช่นการเข้าไปในบ้าน แต่ไม่มีสิ่งของหรือลงมืองัดแงะประตูแล้ว แม้จะมีเหตุมาขัดขวางทำให้การลักทรัพย์ต่อไปไม่ได้ ก็ถือว่ามีความผิดฐานพยายามลักทรัพย์แล้ว

12. ลักทรัพย์เสร็จแล้ว เอาทรัพย์นั้นมาทำลายภายหลังไม่ผิดฐานทำให้เสียทรัพย์อีก

13. ลักทรัพย์สำเร็จแล้ว มีผู้อื่นมาช่วยพาทรัพย์นั้นไป ไม่เป็นการสมคบลักทรัพย์ แต่ถ้าผู้กระทำรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาโดยการกระทำผิด เป็นความผิดฐานรับของโจร

14. สมคบกันลักทรัพย์ได้มาและได้แบ่งกันไปแล้ว ภายหลังผู้ลักคนหนึ่งได้รับทรัพย์นั้นไว้อีก ไม่มีความผิดฐานรับของโจร

15. การซื้อขายทรัพย์เฉพาะสิ่งที่ได้กำหนดลงไว้แน่นอนแล้ว กรรมสิทธิ์โอนไปยังผู้ซื้อทันทีแม้ยังไม่ได้ชำระราคา ถ้ายังไม่ได้มอบการครอบครองให้ ถ้าผู้ขายเอาไปเสียก่อนที่จะส่งให้เป็นความผิดฐานยักยอก ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ เพราะการครอบครองยังอยู่กับผู้เอาไป

16. กระแสไฟฟ้า เป็นทรัพย์

17. ศพ โดยปกติไม่ใช่ทรัพย์ แต่ถ้าศพนั้นได้ดองไว้เพื่อใช้ในการศึกษาหรือทำเป็นมัมมี่ไว้ ก็อาจเป็นทรัพย์ได้เพราะเป็นสิ่งที่มีราคาและถือเอาได้

18. ฆ่าคนแล้วจึงลักทรัพย์ โดยมีเจตนาทุจริตเกิดขึ้นภายหลัง เป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและความผิดฐานลักทรัพย์ แต่ไม่ผิดฐานชิงทรัพย์ฯ

19. ทรัพย์ของผู้อื่นที่เอาไปนั้น เจ้าของต้องยังไม่ได้สละกรรมสิทธิ์ ถ้าเจ้าของสละกรรมสิทธิ์เสียแล้ว ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์

20. ทรัพย์บางอย่างที่มีชีวิต ซึ่งเป็นสัตว์เลี้ยงและไปไหนมาไหนได้นั้นแม้จะออกห่างไปจากบ้านของผู้เป็นเจ้าของ ก็ถือว่าการครอบครองยังไม่ขาด เว้นแต่สัตว์นั้นทิ้งที่ไปเลย

21. ทรัพย์บางอย่างที่มีอยู่ตามธรรมชาติและได้รับการประมูลผูกขาด ผู้นั้นจะต้องได้เข้ายึดถือครอบครอง หรือทำให้เกิดผลนั้นขึ้นโดยแท้จริงแล้ว ผู้เอาไปจึงมีความผิดฐานลักทรัพย์

22. ปลาในบ่อ สระ หลุมที่ขุดล่อไว้หรือในโป๊ะชั้นนอก ถ้ายังว่ายเข้าออกไปสู่สาธารณะได้โดยอิสระ ถือว่ายังไม่มีกรรมสิทธิ์

http://www.police.go.th