|
1. การใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าในทันทีทันใดจะใช้กำลังประทุษร้ายนั้นต้องกระทำในทันทีทันใดหรือในเวลาใกล้ชิดติดต่อกันกับการลักทรัพย์
ซึ่งถ้าใช้กำลังประทุษร้ายแล้วอีกนาน จึงจะได้ทรัพย์ไป ไม่ใช่เป็นการชิงทรัพย์แต่อาจเป็นความผิดฐานอื่น
เช่นกรรโชกทรัพย์เพราะไม่ได้ทรัพย์ไปในทันใด หรือถ้าลักทรัพย์ก่อนใช้กำลังประทุษร้าย
ต้องกระทำในเมื่อการลักทรัพย์ยังไม่ขาดตอน หากขาดตอนไปแล้ว เป็นความผิดฐานลักทรัพย์และทำร้ายร่างกาย
2. การใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายนั้น
อาจกระทำด้วยวาจาหรือกิริยาท่าทาง ก็ได้
3. การใช้กำลังประทุษร้ายไม่จำเป็นต้องกระทำต่อเจ้าทรัพย์โดยตรง
อาจกระทำต่อบุคคลอื่นก็ได้ แต่ต้องกระทำต่อมนุษย์มิใช่กระทำต่อสัตว์หรือทรัพย์สิ่งของ
4. การใช้กำลังประทุษร้าย
ฯ นั้น ต้องกระทำให้เจ้าของทรัพย์หรือบุคคลอื่นเกิดความกลัวและยอมให้ทรัพย์นั้นไปและต้องได้รับทรัพย์ไปในระยะเวลาใกล้กันนั้น
ส่วนอันตรายจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ไม่สำคัญ แต่ถ้าเจ้าทรัพย์ไม่กลัวแต่ส่งมอบทรัพย์ไปเพราะเหตุอื่น
เป็นความผิดฐานพยายามชิงทรัพย์
5. ในกรณีลักทรัพย์สำเร็จแล้ว
เจ้าทรัพย์และพวกติดตามไปยังไม่ขาดตอน ถ้าคนร้ายใช้กำลังประทุษร้าย
ในขณะนี้เป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ ตามฎีกาที่ 1408/2512
6. ในกรณีที่คนร้ายหลายคนสมคบกันมาลักทรัพย์
แต่คนร้ายบางคนประทุษร้ายเจ้าทรัพย์หรือพวกเจ้าทรัพย์ โดยคนร้ายคนอื่นไม่ได้ร่วมกระทำด้วย
ได้วิ่งหลบหนีไปก่อน ผิดฐานชิงทรัพย์เฉพาะคนที่ใช้กำลังประทุษร้ายเท่านั้น
ตามฎีกาที่ 1683/2513 แต่ถ้าได้สมคบกันมาเพื่อทำการชิงทรัพย์แต่แรก
แม้คนที่ไม่ได้ใช้กำลังประทุษร้ายด้วยก็ถือว่ามีความผิดฐานชิงทรัพย์ด้วยกันทุกคน
7. ความผิดฐานชิงทรัพย์นั้น
ต้องเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าในทันทีทันใดจะใช้กำลังประทุษร้าย
ถ้าขู่เข็ญอย่างอื่นไม่เป็นชิงทรัพย์
8. ความผิดฐานชิงทรัพย์นั้น
ถ้าเจ้าของกลัวและส่งทรัพย์ให้ถือเป็นความสำเร็จแล้ว แม้ทรัพย์ที่ได้ไปจะไม่ครบตามต้องการหรือเมื่อได้ทรัพย์ไปแล้วจะเปลี่ยนเจตนาภายหลัง
โดยคืนทรัพย์ให้ก็ตาม ไม่กลับเป็นความผิดฐานพยายาม ดูฎีกาที่
282/2499
9. ชิงทรัพย์ ผู้กระทำจะต้องมีเจตนา
(พิเศษ) เพื่อมูลเหตุชักจูงใจอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ - ให้ความสะดวกแก่การลักทรัพย์หรือพาทรัพย์นั้นไป
- ให้ยื่นให้ซึ่งทรัพย์นั้น
- ยึดถือเอาทรัพย์นั้นไว้
- ปกปิดการกระทำความผิดนั้น หรือ
- ให้พ้นจากการจับกุม เท่านั้น
10. เจตนาทุจริตในการลักทรัพย์
จะต้องมีมาก่อนการใช้กำลังประทุษร้าย ถ้าหากเกิดขึ้นภายหลัง
เป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายและลักทรัพย์ แล้วแต่กรณี
11. ชิงทรัพย์แต่ไม่ได้ทรัพย์ไป
หรือเพราะเจ้าทรัพย์ไม่มีทรัพย์จะให้ เป็นความผิดเพียงพยายามชิงทรัพย์
12. จะเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์ได้ต้องมีการลักทรัพย์
( รวมทั้งวิ่งราวทรัพย์ ) มาก่อน ถ้าไม่มีการลักทรัพย์แล้วจะมีความผิดฐานชิงทรัพย์ไม่ได้
13. ใช้ให้เขาไปลักทรัพย์ผู้อื่น
ถ้าผู้รับใช้ไปกระทำการชิงทรัพย์ผู้นั้นเข้า ผู้ใช้ต้องมีความผิดฐานชิงทรัพย์ด้วย
http://www.police.go.th
|