|
การเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปอันเป็นความผิดฐานลักทรัพย์นั้น
ต้องเป็นการเอาไปในลักษณะตัดกรรมสิทธิ์โดยเด็ดขาด หากเอาไปเพียงชั่วคราวหรือเป็นการถือวิสาสะ
ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์ เช่น
การเอารถของผู้อื่นเพื่อใช้ขับขี่หลบหนีไปเท่านั้น
เป็นการเอาไปเพียงชั่วคราว ไม่ผิดฐานลักทรัพย์ ดูฎีกาที่ 1915/2543
ฎีกาที่ 1915/2543 จำเลยทั้งสองว่าจ้างให้ผู้เสียหายขับขี่รถจักรยานยนต์ไปส่ง
ระหว่างทางมีการบังคับให้ผู้เสียหายเข้าไปในกระท่อม แต่ผู้เสียหายไม่ยอม
จำเลยที่ ๒ เอามือรัดคอผู้เสียหายและดึงเอากุญแจรถให้กับจำเลยที่
๑ ซึ่งนั่งคร่อมรถอยู่ เมื่อมีคนผ่านมาจำเลยทั้งสองก็เอารถจักยานยนต์ไปโดยบอกผู้เสียหายว่าให้ไปเอาคืนที่โรงเรียน
แสดงให้เห็นว่าจำเลยทั้งสองเพียงต้องการนำรถจักยานยนต์ไปใช้เพียงชั่วคราวโดยตั้งใจจะคืนให้ภายหลัง
ไม่ได้กระทำเพื่อตัดกรรมสิทธิ์ตลอดไป จึงไม่ใช่เป็นการกระทำที่ถือว่าเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปอันเป็นความผิดฐานลักทรัพย์
จำเลยทั้งสองก็ไม่มีความผิดฐานชิงทรัพย์ด้วย
เอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยวิสาสะในความเป็นญาติ ไม่มีเจตนาทุจริต
ไม่เป็นความผิดฐานลักทรัพย์
ฎีกาที่ 3894/2531 จำเลย
และ ป. ผู้เสียหาย เป็นพี่น้องกัน จำเลยมาขอยืมรถจักรยานยนต์จาก
ป. แต่ ป. ไม่ให้ จำเลยแสดงกิริยาเอะอะโวยวาย แล้วต่อมาก็ได้มาเอารถจักรยานยนต์ดังกล่าวไป
แล้วขับขี่พาเพื่อนไปรับประทานอาหาร การกระทำของจำเลยในการเอารถจักรยานยนต์ไป
เป็นเพียงการถือวิสาสะฉันพี่น้อง และเมื่อเอาไปแล้วก็มิได้พาหลบหนีแต่อย่างใด
จำเลยจึงขาดเจตนาทุจริต ไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์
http://www.police.go.th
|