Thailand Online Lawyers
เว็บบอร์ด   เกี่ยวกับเรา   บริการของเรา  ติดต่อเรา  สนับสนุนเรา  สมุดเยี่ยม
 
รักเมืองไทย
ค้นหากฎหมาย ค้นหาคำพิพากษาฎีกา ดาวน์โหลดแบบฟอร์มต่างๆรวมลิงค์กฎหมายที่น่าสนใจ
หน้าแรก
English Page
ค้นหากฎหมาย
ค้นหาฎีกา
ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม
รวมลิงค์กฎหมาย
เว็บบอร์ดกฎหมาย
บทความ
   กฎหมายทั่วไป
   กฎหมายไอที
   กฎหมายชาวบ้าน
ข่าวกฎหมาย
ข่าวสารที่น่าสนใจ
Forward Mail
บริการของเรา
ติดต่อเรา
สมุดเยี่ยมกฎหมาย
สนับสนุนเรา
Site Map
lawyerthai © 2006
คุยกันสดๆ
เสื้อ lawyerthai.com
หากสนใจหรืออยากทราบ ข้อมูลเพิ่มเติม เชิญคลิก


ปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการออกหมายจับ :: http://www.police.go.th


เลขเสร็จ
๕๗๘/๒๕๔๕
เรื่อง
บันทึกสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
เรื่อง หารือปัญหาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการออกหมายจับ
-------------------
เนื้อหา
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีหนังสือ ที่ ตช ๐๐๐๔.๖/๗๒๐๗ ลงวันที่
๑๓ มิถุนายน ๒๕๔๕ ถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาความว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับ
แจ้งจาก สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ว่า ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล
กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (เรื่องการจับ การค้น การคุมขัง การปล่อย
ชั่วคราว และการสอบสวน) ไม่อาจทราบระยะเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวได้
อย่างแน่นอนว่าจะเสร็จสิ้นก่อนวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๔๕ หรือไม่ กรณีจึงมีปัญหาข้อกฎหมาย
เกี่ยวกับการออกหมายจับ ซึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๕๘ (๑)
กำหนดให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่สามารถออกหมายจับได้ แต่ตามรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๓๗ บัญญัติว่า ในคดีอาญา การจับและคุมขังบุคคลใดจะกระทำ
มิได้ เว้นแต่มีคำสั่งหรือหมายของศาล และได้กำหนดบทเฉพาะกาลมาตรา ๓๓๕ (๖) ว่า ในวาระ
เริ่มแรก มิให้นำบทบัญญัติมาตรา ๒๓๗ มาใช้บังคับจนกว่าจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่ง
กฎหมายเพื่อให้การเป็นไปตามบทบัญญัติดังกล่าว ซึ่งต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรม
นูญนี้

สำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาแล้วเห็นว่า ตามมาตรา ๕๘ (๑) แห่ง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และมาตรา ๓๓๕ (๖) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณา
จักรไทย พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่สามารถออกหมายจับได้ จนกว่าจะมีการแก้ไข
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาให้การออกหมายจับเป็นอำนาจของศาล แต่หากระยะ
เวลาเกินห้าปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ไม่ว่าการแก้ไขประมวล
กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเรื่องการออกหมายจับจะเสร็จสิ้นหรือไม่ก็ตาม ก็ให้มาตรา ๒๓๗
ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มีผลใช้บังคับ ดังนั้น ในกรณีที่ยังไม่มีการแก้ไขประมวล
กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเรื่องการออกหมายจับ นับตั้งแต่วันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๔๕ ซึ่งเป็น
วันที่เกินกำหนดห้าปีนับแต่วันที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยประกาศใช้ พนักงานฝ่ายปก
ครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่จึงไม่มีอำนาจออกหมายจับอีกต่อไป เนื่องจากเป็นการกระทำที่ขัดต่อบท
บัญญัติดังกล่าวของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอหารือว่า ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความ
เห็นเกี่ยวกับการออกหมายจับดังกล่าวเป็นการชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เพื่อที่สำนักงานตำรวจแห่ง
ชาติจักได้ถือเป็นแนวทางปฏิบัติต่อไป

คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑๑) ได้พิจารณาปัญหาดังกล่าวโดยมีผู้แทน
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย (กรมการปกครอง) ผู้แทนสำนักงานศาล
ยุติธรรม และผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดข้อเท็จจริงแล้ว มีความเห็นว่า
บทบัญญัติมาตรา ๒๓๗*[๑] ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่กำหนดให้ศาลเท่านั้นเป็น
ผู้มีอำนาจออกหมายจับมีเจตนารมณ์ที่จะคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนให้มากขึ้น โดย
กำหนดให้ผู้ที่มีอำนาจออกหมายจับและผู้ที่ปฏิบัติการจับกุมเป็นคนละองค์กรกัน อันจะเป็นการ
ควบคุมการใช้อำนาจของรัฐในเรื่องที่จะมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกายของ
ประชาชนตามมาตรา ๓๑*[๒] ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉะนั้น การที่บทเฉพาะกาล
มาตรา ๓๓๕ (๖)*[๓] ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติมิให้นำมาตรา ๒๓๗ มาใช้
บังคับจนกว่าจะมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ
นี้ นั้น เห็นว่า เงื่อนไขการบังคับใช้มาตรา ๒๓๗ อยู่ที่กำหนดเวลาห้าปีมากกว่าการแก้ไขกฎหมาย
ที่เกี่ยวข้อง กำหนดเวลาดังกล่าวจึงเป็นบทบังคับเด็ดขาด เพราะเป็นการกำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับ
การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ดังนั้น เมื่อครบกำหนดระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยประกาศใช้บังคับแล้ว แม้ว่าจะยังไม่ได้มีการแก้ไขมาตรา ๕๘
(๑) *[๔] แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ให้สอดคล้องกับมาตรา ๒๓๗ ของ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ก็ตาม มาตรา ๒๓๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ก็จะมีผลใช้บังคับ ส่วนมาตรา ๕๘ (๑) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเป็นอันใช้
บังคับมิได้ เพราะขัดกับมาตรา ๒๓๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ ๑๑) เห็นว่า เมื่อ
ครบกำหนดระยะเวลาห้าปีนับแต่วันที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยประกาศใช้บังคับแล้ว
ก็ต้องดำเนินการตามมาตรา ๒๓๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยศาลเป็นผู้มีอำนาจ
ออกหมายจับ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ไม่มีอำนาจออกหมายจับอีกต่อไป ความ
เห็นของสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นถูกต้องแล้ว

(ลงชื่อ) ชัยวัฒน์ วงศ์วัฒนศานต์
(ศาสตราจารย์พิเศษ ชัยวัฒน์ วงศ์วัฒนศานต์)
เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
กันยายน ๒๕๔๕

http://www.police.go.th