Thailand Online Lawyers
เว็บบอร์ด   เกี่ยวกับเรา   บริการของเรา  ติดต่อเรา  สนับสนุนเรา  สมุดเยี่ยม
 
รักเมืองไทย
ค้นหากฎหมาย ค้นหาคำพิพากษาฎีกา ดาวน์โหลดแบบฟอร์มต่างๆรวมลิงค์กฎหมายที่น่าสนใจ
หน้าแรก
English Page
ค้นหากฎหมาย
ค้นหาฎีกา
ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม
รวมลิงค์กฎหมาย
เว็บบอร์ดกฎหมาย
บทความ
   กฎหมายทั่วไป
   กฎหมายไอที
   กฎหมายชาวบ้าน
ข่าวกฎหมาย
ข่าวสารที่น่าสนใจ
Forward Mail
บริการของเรา
ติดต่อเรา
สมุดเยี่ยมกฎหมาย
สนับสนุนเรา
Site Map
lawyerthai © 2006
คุยกันสดๆ
เสื้อ lawyerthai.com
หากสนใจหรืออยากทราบ ข้อมูลเพิ่มเติม เชิญคลิก


จะเป็นทนายความได้อย่างไร :: สภาทนายความ


คุณสมบัติ
1. มีสัญชาติไทย
2. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรืออนุปริญญาทางนิติศาสตร์จากสถาบันที่สภาทนายความอนุมัติ
3. ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดีและไม่เป็นผู้ได้กระทำการใด
ซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่น่าไว้วางใจในความซื่อสัตย์สุจริต
4. ไม่อยู่ในระหว่างต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก หรือเป็นบุคคลล้มละลาย
5. ไม่เป็นโรคติดต่อซึ่งเป็นที่รังเกียจแก่สังคม

หลักฐานที่ใช้ประกอบการสมัครอบรมวิชาว่าความ
1. หนังสือรับรองคุณวุฒิชั้นอนุปริญญา หรือปริญญาตรีทางนิติศาสตร์ ซึ่งสภาทนายความ เห็นว่ามีมาตรฐานการ
ศึกษาควรเป็นทนายความได้ (เฉพาะหนังสือรับรองที่ออกโดยสภามหาวิทยาลัยหรือปริญญาบัตร)
ต้องถ่ายเอกสาร พร้อมตัวจริงแนบใบสมัคร จำนวน 1 ชุด
2. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน/ข้าราชการ/รัฐวิสาหกิจ อื่น ๆ จำนวน 1 ชุด
3. สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 1 ชุด
4. รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว จำนวน 4 รูป (แต่งกายสุภาพถ่ายไม่เกินหกเดือน)
5. กรณีที่เปลี่ยนชื่อตัว ต้องแนบหนังสือสำคัญการเปลี่ยนชื่อตัว
6. กรณีที่เคยต้องคำพิพากษา หรือถูกลงโทษทางวินัย ต้องแนบสำเนาคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งลงโทษ
7. ใบสำคัญการสมรส หรือใบสำคัญการหย่า (เฉพาะสุภาพสตรี)
ผู้สมัครจะต้องมาสมัครด้วยตนเองเท่านั้น

ระเบียบว่าด้วยการฝึกอบรมและทดสอบ ดังต่อไปนี้
การฝึกอบรมวิชาว่าความแบ่งเป็น 2 ภาค คือภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ

ภาคทฤษฎี การฝึกอบรมความรู้ภาคทฤษฎี สำนักฝึกอบรมวิชาว่าความ จะจัดให้มีการบรรยายทางวิชาการในหัวข้อ
ต่าง ๆ ไม่น้อยกว่า 20 วัน โดยผู้เข้ารับการอบรมวิชาว่าความจะเข้ารับการอบรมหรือไม่ก็ได้ (ไม่เช็คเวลาเรียน)

เมื่อเสร็จสิ้นการฝึกอบรมภาคทฤษฎีแล้ว จะทำการทดสอบความรู้ในภาคทฤษฎี ผู้ที่สอบไม่ผ่านสำนักฝึกอบรมวิชา
ว่าความจะไม่ส่งเข้ารับการฝึกอบรมภาคปฏิบัติ และถือว่าไม่ผ่านการฝึกอบรมวิชาว่าความ แต่ไม่ตัดสิทธิที่จะเข้ารับ
การฝึกอบรมในรุ่นต่อไป โดยเสียค่าธรรมเนียมในการสมัครฝึกอบรมตามที่สำนักฝึกอบรมได้กำหนดไว้

ภาคปฏิบัติ ผู้เข้ารับการฝึกอบรมที่สอบผ่านภาคทฤษฎีจะต้องฝึกอบรมภาคปฏิบัติอีกไม่น้อยกว่า 6 เดือน โดยสำนัก
ฝึกอบรมฯ จะจัดส่งไปฝึกอบรมภาคปฏิบัติ ณ สำนักงานทนายความ, ฝ่าย, องค์กรกฎหมายต่าง ๆ ทั่วประเทศ หรือ
ในกรณีที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้แจ้งให้สำนักฝึกอบรมทราบว่า ได้มีสำนักงานที่จะฝึกภาคปฏิบัติแล้วสำนักฝึกอบรม
จะพิจารณาจัดส่งไปฝึกภาคปฏิบัติตามที่ได้แจ้งไว้ทั้งนี้ ในการเข้าฝึกอบรมภาคปฏิบัติของผู้เข้ารับการอบรมนี้
ทนายความผู้ควบคุมการฝึกและเซ็นรับรองและประเมินผลการฝึกอบรมภาคปฏิบัติ จะต้องเป็นทนายความ ผู้ที่มีใบ
อนุญาตจนถึงวันเริ่มฝึกภาคปฏิบัติ มาแล้วไม่น้อยกว่าเจ็ดปีขึ้นไป

เมื่อเสร็จสิ้นการฝึกอบรมภาคปฏิบัติแล้วจะทำการทดสอบความรู้ในภาคปฏิบัติเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติต่างๆ ตามกฎหมาย
ในหน้าที่ของทนายความ ผู้ที่สอบไม่ผ่านการฝึกอบรมภาคปฏิบัติสามารถขึ้นทะเบียนการสอบภาคทฤษฎีไว้ได้ เพื่อใช้
สิทธิ์ในการสอบภาคปฏิบัติในรุ่นต่อไป โดยไม่ต้องเข้ารับการทดสอบภาคทฤษฎีอีก ทั้งนี้ ผู้ขอขึ้นทะเบียนจะต้องรักษา
สิทธิและเสียค่าธรรมเนียมการสอบภาคปฏิบัติให้ต่อเนื่องกัน

การอบรมจริยธรรมและมรรยาททนายความ
ผู้เข้ารับการอบรมที่ผ่านการทดสอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ จะต้องเข้ารับการอบรมจริยธรรมและมรรยาท
ทนายความตามกำหนดวันที่สำนักฝึกอบรมฯ ประกาศกำหนด ผู้ที่ผ่านการอบรมจริยธรรมและมรรยาททนายความ
ดังกล่าวจึงจะถือว่าเป็นผู้ผ่านการอบรมวิชาว่าความ และมีสิทธิ์ในการยื่นคำขอ จดทะเบียน เพื่อรับใบอนุญาตประกอบ
วิชาชีพทนายความต่อไป

ค่าธรรมเนียมและค่าลงทะเบียน
1 ค่าธรรมเนียมในการสมัครเข้ารับการฝึกอบรมวิชาว่าความ เป็นเงิน 3,000 บาท (สามพันบาทถ้วน)
2 ค่าลงทะเบียนทดสอบภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ภาคละ 300 บาท (สามร้อยบาทถ้วน)
การลงทะเบียนทดสอบภาคปฏิบัติต้องนำแบบแจ้งผลการฝึกอบรมภาคปฏิบัติตลอดจนเอกสารที่เกี่ยวข้องมา
เป็นหลักฐานประกอบการลงทะเบียนทดสอบด้วย
3 ค่าลงทะเบียนรับประกาศนียบัตรเป็นเงิน 300 บาท (สามร้อยบาทถ้วน)
4 ค่าธรรมเนียมทำบัตรประจำตัว 50 บาท (ห้าสิบบาทถ้วน)
5 กรณีเคยเข้ารับการอบรมแล้ว เสียค่าธรรมเนียมรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,700 บาท (หนึ่งพันเจ็ดร้อยบาทถ้วน)

การรับประกาศนียบัตร
1 ผู้ที่จะได้รับประกาศนียบัตรจากสภาทนายความ จะต้องสอบได้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติและจะต้อง
เข้ารับการอบรมจริยธรรมและมรรยาททนายความตามกำหนดวันที่สำนักฝึกอบรมวิชาว่าความประกาศกำหนด
2 ผู้ที่สอบได้ภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติและเข้ารับการอบรมจริยธรรม และมรรยาททนายความแล้ว และ
ได้คะแนนแต่ละภาคตั้งแต่ร้อยละ 90 ขึ้นไป มีสิทธิได้รับการพิจารณาจากสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความ เพื่อให้ได้รับ
เกียรตินิยมอันดับหนึ่งและหากคะแนนแต่ละภาคได้ตั้งแต่ร้อยละ 80 ขึ้นไป มีสิทธิได้รับการพิจารณาจากสำนักฝึก
อบรมวิชาว่าความ เพื่อให้ได้รับเกียรตินิยมอันดับสอง
3 ในกรณีผู้มีสิทธิที่จะได้รับพิจารณาจากสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความเพื่อให้ได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
หรือสองแล้วแต่กรณีจะต้องผ่านการพิจารณาตรวจสอบ โดยละเอียดว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามข้อกำหนดที่
จะได้รับเกียรตินิยม

เมื่อผ่านการอบรมวิชาว่าความ จึงจะมีสิทธิยื่นขอจดทะเบียนเป็นทนายความ


หลักฐานการยื่นคำขอจดทะเบียนและรับใบอนุญาตให้เป็นทนายความ
-
สำเนาทะเบียนบ้าน
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวของบุคคลซึ่งได้รับยกเว้นไม่ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชนตาม
กฎหมาย ว่าด้วยบัตรประจำตัวประชาชน
- ใบรับรองของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (ใบรับรองแพทย์)
- หลักฐานแสดงว่าสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี หรืออนุปริญญาทางนิติศาสตร์ หรือประกาศนียบัตรในวิชา
นิติศาสตร์ ซึ่งเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรืออนุปริญญาจากสถาบันการศึกษา ซึ่งสภาทนายความเห็นว่ามี
มาตรฐานการศึกษาที่ผู้ได้รับปริญญาตรีหรือประกาศนียบัตรควรเป็นทนายความได้
- หลักฐานแสดงว่าเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภา (ขอหนังสือรับรองจากเนติบัณฑิตยสภา)
- หลักฐานแสดงว่าเคยเป็นทนายความ หรือเคยดำรงตำแหน่งเป็นผู้พิพากษา ตุลาการศาลทหาร พนักงานอัยการ
อัยการทหาร หรือทนายความตามกฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลทหาร หรือหลักฐานแสดงว่าผ่านการฝึกอบรม
มรรยาททนายความ หลักปฏิบัติ เบื้องต้นในการว่าความและการประกอบอาชีพทางกฎหมายตามข้อบังคับสภา-
ทนายความ หรือหลักฐานแสดงว่าผ่านการฝึกหัดงานในสำนักงานทนายความมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
- กรณีที่เคยรับราชการ ต้องแนบหลักฐานคำสั่งเกษียณอายุราชการ หรือคำสั่งลาออกจากราชการ
- กรณีที่เคยต้องคำพิพากษาหรือถูกลงโทษทางวินัย ต้องแนบสำเนาคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งลงโทษ
- รูปถ่ายครึ่งตัว หน้าตรง สวมครุยเนติบัณฑิต (ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน) รูปสีหรือขาวดำ ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป
และขนาด 2 นิ้ว หรือ 2 นิ้วครึ่ง จำนวน 3 รูป

ค่าจดทะเบียนเป็นสมาชิก
- ประเภทสองปี ค่าธรรมเนียม 1,600.- บาท
- ประเภทตลอดชีพ ค่าธรรมเนียม 4,800.- บาท

http://www.lawsociety.or.th/