|
ประชาชน
ที่มีความจำเป็นต้องใช้บริหารของทนายความ จะมีหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกทนายความอย่างไร?
คำถามใดที่ควรจะถามและทำความเข้าใจกับทนายความก่อนอื่นใด? และจะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?
--------------------------------------------------------------------------------
ถ้าหากเลือกทนายความผิด...แทนที่จะได้คนมาช่วยแก้ไขปัญหา หรือบรรเทาความเดือดร้อนของเราแล้ว
อาจจะเป็นการสร้างปัญหาเพิ่มเป็นทวีคูณก็ได้ ถ้าผู้ที่ต้องการทนายความสามารถเตรียมตัวในการพบทนายความสามารถเตรียมตัวใน
การพบทนายความได้ดีแล้วก็จะทำให้ทนายความสามารถทำงานให้ได้อย่างถูกต้อง
รวดเร็ว เป็นการประหยัดเวลาของผู้ได้รับความเดือดร้อนและของทนายความได้อย่างดี
และยังเป็นการลดความขัดแย้งของลูกความกับทนายความ ซึ่งทำให้คดีมรรยาททนายความลดน้อยลงไปด้วย
คำแนะนำดังต่อไปนี้เป็นเพียงหลักเกณฑ์เบื้องต้นที่ควรปฏิบัติในการพบทนายความครั้งแรก
ขอดูใบอนุญาตทนายความ
ผู้ประกอบอาชีพทนายความต้องได้รับใบอนุญาตจากสภาทนายความเท่านั้น
ซึ่งก่อนที่จะได้รับใบอนุญาตว่าความ ต้องได้รับการทดสอบว่าเป็นผู้ที่ต้องมีความรู้ทางด้านกฎหมาย
และได้รับการฝึกฝนการใช้กฎหมายมาเป็นอย่างดี รวมทั้งได้รับการอบรมเกี่ยวกับจรรยาบรรณทางวิชาชีพแล้ว
ซึ่งสภาทนายความมีอำนาจในการคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมมาเป็นทนายความ
จึงเสมือนหนึ่งเป็นการรับรองว่า ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตว่าความต้องเป็นผู้มีมาตรฐานการประกอบวิชาชีพขั้นต่ำแล้ว
ผู้ที่ไม่ได้รับใบอนุญาตว่าความ
หากมาทำการว่าความในศาล หรือแต่งฟ้องคำให้การ ฟ้องอุทธรณ์ แก้อุทธรณ์
ฟ้องฎีกา แก้ฎีกา คำร้อง หรือคำแถลง อันเกี่ยวแก่การพิจารณาในศาล
เป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา33 จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติทนายความ
พ.ศ.2528 มาตรา 82 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ
เชื่อหรือไม่? ในปัจจุบันนี้
มีสำนักงานทนายความบางแห่งที่ประกอบกิจการมานานนับสิบปี โดยเจ้าของสำนักงานหรือผู้ประกอบการดังกล่าวไม่ได้รับใบอนุญาตว่าความ
แต่จะทำการเป็นผู้ให้คำแนะนำทางด้านกฎหมาย เมื่อจะว่าความก็จะใช้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตว่าความดำเนินการในชั้นศาล
บุคคลทั่วไปจะเห็นแต่ท่าทางภูมิฐาน พูดจะมีหลักมีเกณฑ์น่าเชื่อถือ
โดยปกปิดเรื่องที่ไม่ได้รับใบอนุญาตว่าความหรือบางครั้งแอบอ้างว่าเป็น
ทนายความด้วย เมื่อให้คำแนะนำกฎหมายที่ผิดพลาดก็ไม่รับผิดชอบ
หรือหากมีการละทิ้งงานหรือฉ้อโกง หรือหลอกลวงเงินของลูกความแล้ว
สภาทนายความก็ไม่มีอำนาจเข้าไปลงโทษแต่อย่างใด ซึ่งเป็นช่องว่างของกฎหมาย
สำนักงานคณะกรรมการมรรยาททนายความได้รับหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติการณ์เหล่านี้หลายเรื่อง
แต่ไม่อาจลงโทษบุคคลดังกล่าวได้ เพราะกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจไว้
ในขณะนี้ สภาทนายความกำลังพยายามแก้ไขกฎหมายให้ครอบคลุมถึงการจดทะเบียนสำนักงานทนายความด้วย
ซึ่งหากดำเนินการสำเร็จ ก็จะทำให้สภาทนายความมีอำนาจเข้าไปควบคุมการดำเนินการของสำนักงานทนายความที่ประพฤติมิชอบได้
อันจะเป็นปกป้องประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนอีกทางหนึ่งด้วย
ทนายความบางคนอาจถูกสภาทนายความลงโทษเพราะประพฤติผิดมรรยาททนายความ
โดยมีโทษห้ามทำการเป็นทนายความมีกำหนดไม่เกิน 3 ปีหรืออาจถูกลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความ
ถ้าทนายความดังกล่าวยังขืนไปว่าความในศาลหรือแต่งฟ้องคำให้การฟ้องอุทธรณ์
แก้อุทธรณ์ ฟ้องฎีกา แก้ฎีกา คำร้อง หรือคำแถลง อันเกี่ยวแก่การพิจารณาคดีในศาล
กระบวนพิจารณาที่ดำเนินไปโดยทนายความดังกล่าวจะเสียไปทันที ซึ่งจะเป็นผลร้ายต่อลูกความด้วย
ทนายความดังกล่าวอาจถูกศาลลงโทษฐานละเมิดอำนาจศาลก็ได้ ทนายความที่ถูกห้ามทำการเป็นทนายความแล้วยังขืนไปทำการว่าความ
จะมีโทษตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 มาตรา 82 ประกอบกับมาตรา
33 ดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับ
ไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากการลงโทษเป็นเพียงห้ามทำการเป็นทนายความ
ยังอาจถือได้ว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการขัดคำสั่งของคณะกรรมการสภาทนายความ
หรือสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความ อันเป็นการประพฤติผิดมรรยาททนายความ
ตามข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ.2529 หมวด
6 ข้อ 21 อีกส่วนหนึ่งด้วย ส่วนทนายความที่ถูกลบชื่อออกจากทะเบียนทนายความแล้ว
ยังขืนทำการว่าความถือว่า ไม่ได้รับใบอนุญาตว่าความ ก็จะมีความผิดตามพระราชบัญญัติทนายความ
พ.ศ.2528 มาตรา 82 ดังกล่าว มาแล้วข้างต้น แต่คนที่จะได้รับความเสียหายมากที่สุดก็ยังคงเป็นผู้เลือกหรือแต่งตั้ง
ดังนั้น หากสอบถามแล้ว
ได้ความยังไม่ชัดเจนหรือมีข้อสงสัย ก็สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่
นายทะเบียนทนายความ หรือที่สำนักงานคณะกรรมการมรรยาททนายความ
สภาทนายความ โทรศัพท์ 0-2629-1430 ต่อ 106, 107
ถามทนายความว่า
มีความสัมพันธ์ส่วนตัวอะไรกับบุคคลที่จะเป็นคู่ความกับตนหรือไม่?
หากมีการแต่งตั้งให้เป็นทนายความแล้ว
ทนายความบางคนอาจจะมีผลประโยชน์ขัดกันในการทำหน้าที่เป็นทนายความให้แก่ลูกความ
การที่จะแต่งตั้งทนายความ
หมายถึง การที่จะแต่งตั้งให้ทนายความทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของผู้แต่งตั้ง
หากทนายความมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับคู่ความฝ่ายตรงข้าม เช่น
เป็นญาติหรือเป็นเพื่อนสนิทกับฝ่ายตรงข้ามหรือมีผลประโยชน์อื่นใดที่ได้รับจากคู่ความฝ่ายตรงข้าม
เช่น เป็นที่ปรึกษากฎหมายของฝ่ายตรงข้ามอยู่แล้วหรือเป็นทนายความให้แก่ฝ่ายตรงข้ามหรือทนายความมีส่วนได้เสียจากกรณีที่พิพาทกัน
เช่น ทนายความเป็นผู้จะซื้อที่ดินที่จะพิพาทกัน หรือเป็นผู้มีสิทธิจะได้รับมรดกเป็นที่ดินที่จะพิพาทกัน
เป็นต้น ก็อาจจะทำให้ทนายความคนนั้นไม่ทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของผู้แต่งตั้งทนายความได้
ปัญหานี้อาจพบได้ในต่างจังหวัด ซึ่งมีสังคมที่แคบกว่าในกรุงเทพมหานคร
ทุกคนในจังหวัดอาจรู้จักกันและมีผล
ประโยชน์เกี่ยวเนื่องกันอยู่ ทนายความที่ได้รับเป็นทนายความหรือได้ปรึกษาคดี
ได้ทราบข้อเท็จจริงแห่งคดีแล้ว ไปทำหน้าที่ทนายความให้กับอีกฝ่ายหนึ่งอาจจะ
มีความผิดเปิดเผยความลับของลูกความ หรือรับปรึกษาคดีแล้วภายหลัง
มาทำหน้าที่เป็นทนายความให้กับอีกฝ่ายหนึ่ง หรือเป็นการประกอบอาชีพที่เสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์และวิชาชีพทนายความ
อันเป็นประพฤติผิดมรรยาททนายความตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ
พ.ศ.2529 หมวด 3 ข้อ 11, 13 หรือ 18 ก็ได้ ดังนั้น ทนายความไม่ควรรับปรึกษาคดีที่มีปัญหาดังกล่าว
สอบถามเรื่องค่าใช้จ่ายในคดี
และค่าทนายความ
ทนายความมีวิธีการเรียกค่าใช่จ่ายและค่าทนายความไม่เหมือนกัน
ซึ่งโดยทั่วไปทนายความจะขอให้ลูกความเล่าเรื่องย่อแล้ว จะให้ความเห็นทางกฎหมาย
แนวทางการปฏิบัติตามกฎหมายก่อน จึงจะกำหนดค่าใช้จ่ายและค่าทนายความ
ซึ่งควรสอบถามรายละเอียดหรือข้อสงสัยเพื่อให้ทนายความอธิบายให้ชัดแจ้งด้วย
ทนายความบางคนจะเรียกค่าใช้จ่ายและค่าทนายความเป็นการเหมาจ่ายตลอดทั้งสามศาล
หรือเหมาจ่ายเป็นรายศาล บางรายจะเรียกค่าใช่จ่ายตามที่จ่ายจริงแยกต่างหากจากค่าทนายความ
แยกกันแต่ละศาล
ค่าใช้จ่ายในศาล หากเป็นคดีแพ่ง
ต้องวางเงินค่าขึ้นศาล เป็นเงินร้อยละ 2.5 ของทุนทรัพย์ที่พิพาทกัน
และกำหนดค่าขึ้นศาลสูงสุดที่ศาลจะเรียกไม่เกิน 200,000 บาท ถ้าเป็นคดีที่ไม่มีทุนทรัพย์
ต้องวางเงินค่าฤชาธรรมเนียม 200 บาท ค่าใบแต่งทนายความ 20 บาท
ค่าคำร้อง 20 บาท คำขอ 10 บาท ค่าอ้างพยานเอกสารใบละ 5 บาท แต่ไม่เกิน
200 บาท ประมาณค่าคำร้อง คำขอ และค่าใช้จ่ายอื่นคดีละไม่เกิน
2,000 บาท
หากคดีมีการอุทธรณ์หรือฎีกา ก็ต้องเสียค่าขึ้นศาลในอัตราเดียวกันข้างต้น
และต้องนำเงินค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความ ที่ศาลสั่งให้ใช้แทนอีกฝ่ายหนึ่ง
ไปวางศาลด้วย ในกรณีที่ตัวความเป็นผู้ยากจน ก็อาจขอให้ทนายความยื่นคำร้องขอฟ้องคดีอย่างคนอนาถาได้
ซึ่งศาลจะมีคำสั่งให้ไต่สวนและมีคำสั่งต่อไป หากเป็นคดีอาญาไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาทั้งหมด
เคยมีคดีมรรยาททนายความหลายคดีที่ทนายความเรียกค่าฤชาธรรมเนียมจากลูกความสูงกว่าที่กำหนดในกฎหมาย
เช่น เรียกในอัตราร้อยละ 3 หรือร้อยละ 5 บางรายไม่แจ้งให้ลูกความทราบว่ากฎหมายกำหนดเพดานสูงสุดของค่าฤชาธรรมเนียมไว้
ทำให้ได้รับเงินสูงกว่าที่จะต้องนำไปวางศาล โดยนำมาเป็นประโยชน์ส่วนตน
ซึ่งเป็นการใช้อุบายด้วยประการใด ๆ โดยปราศจากเหตุผลอันสมควร
เพื่อจะให้ตนได้รับประโยชน์นอกเหนือจากที่
ลูกความได้ตกลง สัญญาให้อันเป็นการประพฤติผิดมรรยาททนายความ
ตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ.2529 หมวด
3 ข้อ 14
ค่าทนายความ ขึ้นอยู่กับความยากง่ายในการดำเนินคดีและความมีชื่อเสียงของทนายความ
หรือของสำนักงานทนายความ มีวิธีการคิดค่าทนายหลายแบบ เช่น
คิดเป็นอัตราร้อยละ จากทุนทรัพย์ที่พิพาทกัน เช่น ร้อยละ 3 ร้อยละ
5 ร้อยละ 10 ร้อยละ 20 ของทุนทรัพย์ เป็นต้น หรือคิดเป็นจำนวนเงินที่แน่นอน
หรือคิดเป็นรายชั่วโมงของการทำงานของทนายความ หรืออาจคิดเป็นรายครั้งที่ต้องไปทำงานว่าความที่ศาลหรือไปติดตามสืบค้นหา
ข้อเท็จจริงแห่งคดี เป็นต้น
ค่าทนายความไม่มีการกำหนดแน่นอนว่าควรจะเรียกเท่าใด
แต่ในทางจริยธรรมวิชาชีพทนายความแล้ว ค่าทนายความควรจะเรียกในจำนวนที่เหมาะสม
ไม่ใช่เป็นการขูดรีดจากตัวความในขณะที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส
เคยมีคดีที่ทนายความเรียกค่าจ้างเฉพาะในชั้นบังคับคดีเป็นเงิน
60,000 บาท ทั้งที่คดีมีทุนทรัพย์เพียง 80,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นการประกอบอาชีพที่เสื่อมเสียต่อศักดิ์ศรีและเกียรติคุณของทนายความตามข้อบังคับสภาทนายความ
ว่าด้วยมรรยาททนายความ พ.ศ.2529 ข้อ 18
มอบคดีให้ทนายความ
เมื่อได้สอบถามปัญหาต่าง
ๆ ดังกล่าวจนเป็นที่พอใจว่า จะว่าจ้างทนายความดังกล่าวแล้ว ก็ควรส่งมอบคดีให้ทนายความดำเนินการ
โดยควรบันทึกข้อเท็จจริงแห่งคดีโดยละเอียด ระบุรายละเอียดของพยานเอกสารพยานบุคคล
ที่อยู่ของพยานบุคคลดังกล่าว และวิธีการได้มาซึ่งพยานหลักฐานดังกล่าวเพื่อให้ทนายความสามารถทำงานต่อไปได้อย่างรวดเร็วโดยควรให้ทนายความลงชื่อรับบันทึกและพยานเอกสารดังกล่าวเป็นหนังสือด้วย
เพื่อไม่ต้องมาโต้แย้งกันในภายหลังว่า ทนายความได้รับเอกสารดังกล่าวไปแล้วหรือยัง
ทำสัญญาจ้างว่าความ
ควรขอให้ทนายความทำหนังสือสัญญาจ้างว่าความให้ละเอียดถูกต้องตามที่ได้เจรจากันมา
หากมีข้อความในหนังสือสัญญาข้อใดไม่ชัดเจนหรือไม่เข้าใจ ก็ขอให้ทนายความชี้แจง
หรือขยายความในหนังสือสัญญาให้ชัดเจน เพื่อมิให้เป็นปัญหาในภายหลัง
และผู้แต่งตั้งทนายความควรจะต้องปฏิบัติตามสัญญาจ้างว่าความให้เคร่งครัด
การเก็บเอกสาร
ควรเก็บสำเนาเอกสารที่ส่งมอบให้แก่ทนายความตลอดจนเอกสารต่างๆ
ที่เกี่ยวข้องกับคดี หนังสือโต้ตอบระหว่างท่านกับทนายความให้เป็นหมวดหมู่
เพื่อประโยชน์ในการค้นหาและติดตามคดี หรือใช้อ้างอิงในภายหน้า
การติดตามผลคดีอย่างใกล้ชิด
ควรติดตามผลคดีอย่างต่อเนื่อง
แม้ว่าจะได้มอบหมายให้ทนายความดำเนินการแล้วก็ตาม เพราะผลดีหรือผลเสียแห่งคดี
ย่อมต้องตกแก่ตัวความเพียงฝ่ายเดียว หากละเลยไม่สนใจผลคดีแล้ว
หากมีข้อผิดพลาดแล้วจะทำให้ไม่สามารถแก้ไขได้
แจ้งข้อมูลเพิ่มเติมทันที
หากคู่ความฝ่ายตรงข้ามติดต่อมาหรือมีข้อมูลอื่นเพิ่มเติม
ต้องรีบแจ้งให้ทนายความทราบทันที เพราะข้อมูลบางอย่างที่ท่านเห็นว่าไม่สำคัญ
อาจจะมีความหมายสำคัญต่อทนายความในการดำเนินคดีก็ได้ การให้ข้อมูลที่ถูกต้องตรงกับความเป็นจริง
และรวดเร็วจะเป็นประโยชน์ในการดำเนินคดีอย่างยิ่ง
วันนัดของศาล
ต้องจดจำวันนัดของศาลให้แม่นยำ
มิฉะนั้นหากท่านไม่ไปศาลในวันนัด ไม่ว่าจะเป็นเพราะหลงลืมหรือไม่ก็ตาม
คดีท่านอาจจะได้รับความเสียหาย โดยไม่มีทางแก้ไขได้
มีปัญหาข้อข้องใจเกี่ยวกับคดีให้สอบถามทนายความทันที
เมื่อมีปัญหาสงสัยเกี่ยวกับคดีที่มอบหมายให้ทนายความ
ให้รีบสอบถามหรือขอคำอธิบายจากทนายความทันที อย่ามัวแต่เกรงใจ
ต้องสอบถามหรือขอคำอธิบายจนเข้าใจดี มิฉะนั้น ปัญหาข้อข้องใจดังกล่าวอาจทำให้ผลของคดีต้องได้รับความเสียหาย
หรือกลายเป็นปัญหาใหญ่ติดตามมา หรืออาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดกับทนายความก็ได้
http://www.lawsociety.or.th/
|