Thailand Online Lawyers
เว็บบอร์ด   เกี่ยวกับเรา   บริการของเรา  ติดต่อเรา  สนับสนุนเรา  สมุดเยี่ยม
 
รักเมืองไทย
ค้นหากฎหมาย ค้นหาคำพิพากษาฎีกา ดาวน์โหลดแบบฟอร์มต่างๆรวมลิงค์กฎหมายที่น่าสนใจ
หน้าแรก
English Page
ค้นหากฎหมาย
ค้นหาฎีกา
ดาวน์โหลดแบบฟอร์ม
รวมลิงค์กฎหมาย
เว็บบอร์ดกฎหมาย
บทความ
   กฎหมายทั่วไป
   กฎหมายไอที
   กฎหมายชาวบ้าน
ข่าวกฎหมาย
ข่าวสารที่น่าสนใจ
Forward Mail
บริการของเรา
ติดต่อเรา
สมุดเยี่ยมกฎหมาย
สนับสนุนเรา
Site Map
lawyerthai © 2006
คุยกันสดๆ
เสื้อ lawyerthai.com
หากสนใจหรืออยากทราบ ข้อมูลเพิ่มเติม เชิญคลิก


ค่าตอบแทนผู้เสียหาย ค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา:: โดย http://tanay.hypermart.net/


กฎหมายฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2544 และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2544 เป็นกฎหมายที่เปิดโอกาสให้กับผู้เสียหายในคดีอาญา หรือว่าจำเลยในคดีอาญาที่ถูกคุมขังในระหว่างการพิจารณาคดี และต่อมาศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าไม่ได้เป็นผู้กระทำความผิดหรือการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด ได้รับค่าตอบแทนหรือค่าทดแทนจากรัฐ

การขอรับค่าตอบแทนหรือค่าทดแทนนี้จะแบ่งออกเป็นสองกรณีด้วยกันคือ

1. กรณีของผู้เสียหาย

ผู้เสียหายที่จะสามารถขอรับค่าตอบแทนได้ จะต้องเป็นผู้เสียหายที่ถูกกระทำความผิดตามรายการที่ระบุไว้ในท้ายพระราชบัญญัติซึ่งได้แก่ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ลักษณะ 9 ความผิดเกี่ยวกับเพศ มาตรา 276 ถึงมาตรา 287 ลักษณะ 10 ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย มาตรา 288 ถึง 308 เท่านั้น หากเป็นผู้เสียหายในความผิดอย่างอื่นจะไม่สามารถขอรับค่าตอบแทนได้

ค่าตอบแทนได้แก่

1. ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการรักษาพยาบาล รวมทั้งค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจ

2. ค่าตอบแทนในกรณีที่ผู้เสียหายถึงแก่ความตาย

3. ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ในระหว่างที่ไม่สามารถประกอบการงานได้ตามปกติ

4. ค่าตอบแทนความเสียหายอื่นตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร

ในการพิจารณาค่าตอบแทน จะมีคณะกรรมการพิจารณากำหนดจำนวนเงินค่าตอบแทนที่สมควรได้รับ โดยจะกำหนดให้ผู้เสียหายได้รับค่าตอบแทนเพียงใดหรือไม่ก็ได้ โดยคำนึงถึงพฤติการณ์และความร้ายแรงของการกระทำความผิด และสภาพความเสียหายที่ผู้เสียหายได้รับ รวมทั้งโอกาสที่ผู้เสียหายจะได้รับการบรรเทาความเสียหายโดยทางอื่นด้วย

2. กรณีของจำเลยในคดีอาญา

จำเลยในคดีอาญาจะมีข้อแตกต่างจากกรณีของผู้เสียหายคือ ในกรณีของจำเลยจะไม่ได้กำหนดประเภทของความผิดไว้แต่มีเงื่อนไขว่า 1. ต้องเป็นจำเลยที่ถูกดำเนินคดีโดยพนักงานอัยการ หากเป็นกรณีที่ผู้เสียหายฟ้องคดีเองไม่ได้ 2. ถูกคุมขังในระหว่างการพิจารณาคดี หากประกันตัวออกไปสู้คดีก็ไม่ได้ และ 3. ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำความผิดและมีการถอนฟ้องในระหว่างดำเนินคดี หรือปรากฏตามคำพิพากษาอันถึงที่สุดในคดีนั้นว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำความผิด หรือการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด การที่จะขอรับค่าทดแทนได้จะต้องเข้าเงื่อนไขทั้งสามข้อ จะขาดข้อหนึ่งข้อใดไปไม่ได้

ค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายได้แก่

1. ค่าทดแทนการถูกคุมขัง ให้คำนวณจากจำนวนวันที่ถูกคุมขังในอัตราที่กำหนดไว้สำหรับการกักขังแทนค่าปรับตามประมวลกฎหมายอาญา (ปัจจุบันอยู่ในอัตราวันละ 70 บาท)

2.ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการรักษาพยาบาล รวมทั้งค่าฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจ หากความเจ็บป่วยของจำเลยเป็นผลโดยตรงจากการถูกดำเนินคดี

3. ค่าทดแทนในกรณีที่จำเลยถึงแก่ความตาย และความตายนั้นเป็นผลโดยตรงจากการถูกดำเนินคดี

4. ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ในระหว่างถูกดำเนินคดี

5. ค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำเนินคดี

วิธีการยื่นคำขอ

ผู้เสียหาย จำเลย หรือทายาทซึ่งได้รับความเสียหาย จะต้องยื่นคำขอต่อคณะกรรมการ ณ สำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาตามแบบที่กำหนด ภายในเวลา 1 ปี นับแต่วันที่ผู้เสียหายได้รู้ถึงการกระทำความผิดหรือในกรณีของจำเลย ภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ถอนฟ้อง เพราะปรากฏหลักฐานชัดเจนว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำความผิดหรือวันที่มีคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่าจำเลยมิได้เป็นผู้กระทำความผิด หรือการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด

ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ สามารถที่จะยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัย และคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด ในการยื่นอุทธรณ์นั้นจะยื่นต่อสำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา หรือจะยื่นต่อศาลจังหวัดที่ผู้นั้นมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตอำนาจ เพื่อส่งต่อให้แก่ศาลอุทธรณ์ก็ได้และในการวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีอำนาจไต่สวนหลักฐานเพิ่มเติมโดยสืบพยานเอง หรืออาจแต่งตั้งให้ศาลชั้นต้นทำการแทนตามที่เห็นสมควรก็ได้

http://tanay.hypermart.net/