หน้าแรก   เกี่ยวกับเรา   บริการของเรา  ติดต่อเรา  สนับสนุนเรา  สมุดเยี่ยม
    • ติดตาม lawyerthai ผ่านทาง /lawyerthai  /iamlawyerthai

แบ่งปันหน้านี้ให้เพื่อนของคุณ

 
Our Partners | รีวิว ร้านอาหาร เชียงใหม่ | รีวิว ที่เที่ยว เชียงใหม่ | รีวิว ที่พัก เชียงใหม่ | Chiang Mai Thailand | Chiang Mai Travel | Chiang Mai Travel Guide | Chiang Mai Boutique Hotel | กฎหมาย | ปรึกษากฎหมายฟรี | Detox Chiang Mai | Chiang Mai Wedding Planner | จัดงานเลี้ยง เชียงใหม่
Home
  ข้อมูลส่วนตัว(Profile)ข้อมูลส่วนตัว(Profile)   เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)     สมัครสมาชิก(Register)สมัครสมาชิก(Register) 

เวลาขณะนี้ Thu 21 August 14 01:30

กระดานสนทนากฎหมาย

lawyerthai lawyerthai lawyerthai lawyerthai



สอบถามความผิด กระทำชำเรา อนาจาร พรากผู้เยาว์ ค่ะ
Page •  1  

นศ.รามฯ
สมาชิก
ตอบ : 37

พี่ขา หนูสงสัยและยังไม่เข้าใจในความผิดเกี่ยวกับเพศแต่ตอนนี้ก็ลืมแล้วว่าสงสัยตรงไหนอยากให้พี่ช่วยอธิบายหลักให้หน่อยขอหนูนึกก่อนขอบคุณค่ะ

ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Sun 6 September 09 , 21:52


พีร์

ความคิดเห็นยอดนิยมอันดับ 1

นึกได้ว่า สงสัยตรงไหน ค่อยถามซิ หลักของการกากระทำผิดทางเพศมันตรงตัวอยุ่แล้ว ตามตัวบท เอาบทความของ อ.เดชอุดมไปอ่าน พอจะเข้าใจได้มั่งนะ


คดีทางเพศ ถือว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นค่อนข้างมาก เราจะสังเกตได้ตามสื่อต่างๆไม่เว้นแต่ละวัน เราจะเห็นว่ามีคดีทางเพศเยอะมาก

 


               สังคมไทยเราสมัยนี้มันพัฒนาไปตามวัตถุ เพราะฉะนั้นคดีอย่างนี้ก็จะติดตามเป็นปัญหาของสังคม เราสามารถแยกออกได้อย่างไรบ้าง? จริงๆคดีทางเพศที่ตามกฎหมายแยกเป็นประเด็นสำคัญ ๆ ได้ดังนี้ คือ

1. การข่มขืนกระทำชำเลา

2. การโทรมหญิง คือ การข่มขืนโดยใช้หลายๆคนไปข่มขืนคนเดียว

3. การอนาจาร

 


                 ความผิดจะลดหลั่นกันไหมคะ ? ความผิดจะลดกันในเรื่องของอายุผู้ถูกกระทำ นอกจากอายุผู้ถูกกระทำแล้ว บางความผิดก็ยอมความกันได้ บางความผิดก็ยอมความกันไม่ได้ แล้วแต่ประเด็นของแต่ละเรื่อง

 


                  ประเด็นหลักๆ ที่กรณีการข่มขืนกระทำชำเลา ถ้าจะแยกต้องแยกออกเป็นผู้ถูกกระทำ การข่มขืนกระทำชำเลาบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่ภรรยาตน เพราะฉะนั้นการไปข่มขืนภรรยาตน ภรรยาคนนั้นจะแยกกันอยู่ สามียังมีสมรสอยู่จะไม่เรียกว่าข่มขืน ที่สิทธิสตรีมาเรียกร้องในเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะการข่มขืนที่เกิดขึ้นจะเรียกร้องได้ต่อเมื่อไปกระทำกับผู้อื่นที่ไม่ใช่ภรรยาตน ถ้าการข่มขืนนั้นใช้กำลังประทุษร้าย ความผิดก็มากขึ้น 


 

                   โดยใช้อาวุธจี้บังคับ แต่ถ้าการข่มขืนนั้น คือผู้ชายมากกว่า 1 คน คือ 2,3,4,5 ไปข่มขืนหรือผลัดเวียนกันข่มขืนผู้หญิงคนเดียว ลักษณะเช่นนี้เป็นการโซมหญิง การโซมหญิงยอมความไม่ได้ ข่มขืนธรรมดาอาจยอมความได้ แต่ถ้าข่มขืนธรรมดาที่เด็กไม่ได้ แต่บุคคลนั้นอายุเกิน 15 ปี ยอมความได้ เพราะฉะนั้นการจะไปข่มขืนผู้หญิงคนเดียวแล้วผลัดเปลี่ยนกัน ลักษณะนี้เป็นการโซมหญิงยอมความกันไม่ได้ อัตราโทษก็เพิ่มขึ้น แต่ถ้าคนที่ไปข่มขืนผู้หญิง 2,3 คน จับผู้หญิงไว้ ผู้ชายคนเดียวไปข่มขืน ลักษณะนี้ไม่ใช่การไปโซมหญิงเป็นการข่มขืน แต่บุคคลอื่นจับไว้ จะมีความผิดร่วมกันข่มขืน ทั้งๆที่ไม่ได้ข่มขืน แต่โดยกระทำการบางสิ่งที่ช่วยให้บุคคลอื่นกระทำการข่มขืน ก็ถือว่าเป็นการร่วมมือกระทำการข่มขืน เพราะฉะนั้นการข่มขืนยอมความกันได้ แต่ถ้าข่มขืนเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี มีโทษสูงมาก ถ้าผู้หญิงนั้นไม่ถึง 15 ปี โทษก็จะลดลงเล็กน้อย และยอมความกันไม่ได้ การข่มขืนกรณีนี้แม้ว่าผู้หญิงจะยินยอมก็ตาม เช่น โสเภณีเด็ก ถ้ามีและไปซื้อบริการโสเภณีเด็ก และตัวเด็กอายุต่ำกว่า 15 ผู้หญิงยินยอมในลักษณะนี้อัตราโทษก็ยอมความกันไม่ได้ อัตราโทษสูงขึ้นด้วย ในบทบัญญัติที่จะลงโทษ ตั้งแต่ 1 ปี ถึง ตลอดชีวิต ขึ้นอยู่กับเด็กว่าอยู่ในช่วงอายุไหน พฤติกรรมเป็นอย่างไร


 

                    ด้านอนาจาร คือ การทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ข่มขืนนี้กฎหมายเรียกว่า การกระทำอะไรก็ได้ถ้าอวัยวะเพศชายล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศหญิง ที่รู้สึกว่าล่วงล้ำถือว่ามีความผิด ดังนั้น อนาจาร คือ การกระทำใดๆที่กระทบต่อตัว อาทิ มือ , การกอด , จูบ หรือทำอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยที่หญิงนั้นไม่ยินยอม การอนาจารนั้น ถ้าสมมุติว่าทำในห้อง หรือที่มิดชิด ยอมความกันได้ แต่ถ้าหากกระทำอนาจารในที่สาธารณะ เช่น บนรถเมล์ , รถไฟ , แทคซี่ จะยอมความไม่ได้

“ความผิดเกี่ยวกับเพศ” หรือความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรากับความผิดฐานอนาจารเป็นบทบัญญัติของกฎหมายอาญา ภาค 2 ลักษณะ 9 ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกันในลักษณะของความผิด และมักจะก่อให้เกิดความสับสนต่อผู้ที่ศึกษาและผู้ที่ต้องปฏิบัติเมื่อมีการกระทำความผิดนี้เกิดขึ้น ในที่นี้จึงขอรวบรวมเอาคำพิพากษาฎีกาสำคัญๆ เพื่อเป็นแนวในการศึกษาและวินิจฉัย
         การกระทำลักษณะใดเป็นความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา
                คำพิพากษาฎีกาที่ 1133/2509 จำเลยได้กระทำชำเราผู้เสียหาย จนของลับของจำเลยได้เข้าไปในของลับของผู้เสียหายรวม 1 องคุลี เช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นการกระทำชำเราสำเร็จตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 แล้ว การที่ทางพิจารณาไม่ปรากฏว่ามีน้ำอสุจิของจำเลยออกมาอยู่ที่ของลับของผู้เสียหายนั้น เป็นเรื่องสำเร็จความใคร่แล้วหรือไม่เป็นอีกส่วนหนึ่งไม่เป็นเหตุให้เห็นว่าจำเลยกระทำชำเราไม่สำเร็จหรือเป็นเพียงขั้นพยายาม

                คำพิพากษาฎีกาที่ 2413/2520 จำเลยเอาของลับใส่เข้าไปในของลับของผู้เสียหาย อายุ 13 ปี 11 วัน ดันโดยแรง ผู้เสียหายรู้สึกว่าของลับของจำเลยเข้าไปลึกขนาดช่วงนิ้วมือนั้น ดังนี้ของลับจำเลยได้ล่วงล้ำเข้าไปในของลับของผู้เสียหายแล้วจึงเป็นความผิดสำเร็จหาจำเป็นจะต้องมีรอยฉีกขาดที่ช่องคลอด ปากมดลูก หรือที่เยื่อพรหมจารีด้วยไม่

                คำพิพากษาฎีกาที่ 85/2504 จำเลยได้ลงมือกระทำชำเราผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กอายุเพียง 4 ปีเศษ แต่อวัยวะสืบพันธุ์ของจำเลยเพียงแต่จรดอยู่บริเวณปากช่องคลอดของผู้เสียหาย มิได้ล่วงล้ำเข้าไปในช่องคลอด การกระทำของจำเลยจึงเป็นเพียงพยายามข่มขืนกระทำชำเราเท่านั้น 

                คำพิพากษาฎีกาที่ 1588/2524 ผู้เสียหายอายุ 5 ขวบเศษ จำเลยได้พูดขู่บังคับผู้เสียหายให้ถอดกางเกงออกและจำเลยได้เอาอวัยวะของจำเลยใส่ที่อวัยวะเพศของผู้เสียหายแล้วกระทำยิกๆ เมื่อผู้เสียหายรู้สึกเจ็บที่ของลับ จะร้องให้คนช่วย จำเลยได้ใช้ผ้าปิดปากไว้ ไม่ปรากฏว่าอวัยวะเพศของจำเลยล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเรา

                คำพิพากษาฎีกาที่ 1048/2518 การกระทำชำเราตามกฎหมายจะต้องปรากฎว่าของลับของชาย ล่วงล้ำเข้าไปในช่องสังวาสหรืออวัยวะสืบพันธุ์ของหญิง การที่จำเลยขืนใจผู้เสียหาย โดยใช้ของลับของจำเลยใส่เข้าไปในทวารหนักของผู้เสียหาย จึงไม่เป็นการกระทำชำเราคงมีความผิดฐานกระทำอนาจารเท่านั้น

                ความผิดฐานกระทำชำเราตามกฎหมาย แม้ตามสภาพแห่งการกระทำผู้กระทำต้องเป็นชายกระทำต่อหญิงเท่านั้น แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า หญิงซึ่งร่วมกันกับชายที่ลงมือกระทำชำเราจะไม่ต้องรับผิดในเรื่องกระทำชำเราด้วย ดังเช่น

                คำพิพากษาฎีกาที่ 250/2510 (ประชุมใหญ่) ความผิดในเรื่องข่มขืนกระทำชำเราเป็นความผิดที่ร่วมกันกระทำผิดได้ โดยผู้ร่วมกระทำผิดมิต้องเป็นผู้ลงมือกระทำชำเราด้วยทุกคน เพียงแต่คนใดคนหนึ่งกระทำชำเราผู้ที่ร่วมกระทำผิดทุกคนก็มีความผิดฐานเป็นตัวการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และมาตรา 276 ก็หาได้บัญญัติให้ลงโทษเฉพาะชายเท่านั้นไม่ เพราะใช้คำว่า “ผู้กระทำผิดฯ” เท่านั้น แม้จำเลยที่ 2 จะเป็นหญิง เมื่อฟังได้ว่าสมคบกับจำเลยที่ 1 ร่วมกันกระทำความผิด ศาลก็ลงโทษเป็นตัวการได้ 

                ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 บัญญัติว่า “ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราหญิงซึ่งมิใช่ภรรยาของตนโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยหญิงอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้หรือโดยทำหญิงเข้าใจผิดว่าตนเป็นคนอื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่แปดพันบาทถึงสี่หมื่นบาท

                วรรคสอง ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรกได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิดโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต 

                ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราหญิง ตามมาตรา 276 แยกองค์ประกอบได้ดังนี้

1.       ข่มขืนกระทำชำเรา

2.       หญิงซึ่งมิใช่ภรรยาของตน

3.       โดยวิธีอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

ก.        โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ

ข.       โดยใช้กำลังประทุษร้าย

ค.       โดยหญิงอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือ

ง.        โดยทำให้หญิงเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น

 

คำพิพากษาฏีกาที่ 2809/2516 ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรานั้นแม้จำเลยจะไม่ได้พูดหรือ

มีอาวุธขู่เข็ญเสียหายก็ตาม ถ้าหากตามพฤติการณ์ผู้เสียหายกลัวจำเลย ตกอยู่ในอำนาจบังคับของจำเลยไม่กล้าขัดขืนอยู่ในภาวะจำต้องยอมจำเลยจะอ้างว่าผู้เสียหายยินยอมไม่ได้

            คำพิพากษาฎีกาที่ 2382/2522 ชำเราหญิงขณะเมาสุราหมดสติอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายมาตรา 276

                คำพิพากษาฎีกาที่ 2759/2532 ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรานั้นแม้จำเลยจะไม่ได้พูดหรือมีอาวุธขู่เข็ญผู้เสียหาย ถ้าตามพฤติการณ์ ผู้เสียหายกลัวจำเลย ตกอยู่ในภาวะจำยอมไม่กล้าขัดขืน จะถือว่าผู้เสียหายยินยอมไม่ได้ จำเลยต้องมีความผิด

                เหตุที่ต้องรับโทษสูงขึ้น ตามมาตรา 276 วรรคสอง

                แยกองค์ประกอบความผิดได้ดังนี้

1.       ได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืน หรือวัตถุระเบิด หรือ

2.       โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกัน อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 374/2526 โจทก์ร่วมยอมไปโรงแรมกับจำเลยที่ 2 เพราะหลงกลอุบาย

หลอกลวงว่าสามีโจทก์ร่วมนอกใจให้ไปจับผิดสามี แล้วจำเลยที่ 1 สามีจำเลยที่ 2 ได้เข้ามาช่วยถอดเสื้อผ้าและจำเลยที่ 2 ได้ใช้ปืนบังคับขู่เข็ญขณะที่จำเลยที่ 1 ข่มขืนกระทำชำเราโจทก์ร่วม โดยมีและใช้อาวุธปืนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคสอง มาตรา 83

            คำพิพากษาฎีกาที่ 3007/2532 จำเลยกับพวกร่วมกันบุกรุกเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายในเวลากลางคืน โดยจำเลยมีอาวุธปืนจี้บังคับข่มขืนกระทำชำเราพวกของผู้เสียหายอีกคนหนึ่งซึ่งนอนอยู่บนเตียงเดียวกันนั้น จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราหญิงซึ่งมิใช่ภริยาของตน โดยขู่เข็ญใช้กำลังประทุษร้ายและได้ร่วมกันกระทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคสอง

                ร่วมกันกระทำความผิดด้วยกัน อันมีลักษณะโทรมหญิง หมายความถึงการที่ผู้ร่วมกระทำตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปร่วมกันรุมข่มขืนกระทำชำเราหญิงโดยผลัดกันกระทำชำเราด้วยตนเอง ดังนั้นหากเป็นการที่คนเดียวข่มขืนหลายครั้งหรือคนเดียวข่มขืนแต่มีอีกหลายคนช่วยจับแขนขา เช่นนี้ก็ไม่เป็นการกระทำการโทรมหญิง แต่ถ้าเป็นการที่หลายคนโทรมหญิงแล้ว คนอื่นที่ร่วมในการกระทำแม้ไม่ได้ข่มขืนด้วยตนเองก็มีความผิดเป็นตัวการโทรมหญิงด้วย

                คำพิพากษาฎีกาที่ 4796/2530 แม้จำเลยที่ 1 จะมิได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายก็ตาม แต่การที่จำเลยที่ 1 พาผู้เสียหายไปให้พวกของตนผลัดกันข่มขืนกระทำชำเราและรออยู่จนพวกของตนข่มขืนกระทำชำเราเสร็จสิ้นแล้วจึงพาผู้เสียหายกลับไปนั้นถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกับพวกกระทำผิดฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง

                คำพิพากษาฎีกาที่ 3007/2532 (ประชุมใหญ่) เมื่อจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายแล้ว พวกของจำเลยได้ผละจากพวกของผู้เสียหายมาข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายต่ออีก แม้พวกของจำเลยจะไม่สามารถสอดใส่อวัยวะเพศเข้าไปในอวัยวะของผู้เสียหายได้แต่ก็ได้ลงมือกระทำการข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจนถึงขั้นพยายามแล้ว การที่จำเลยกับพวกผลัดเปลี่ยนกันกระทำชำเราผู้เสียหายต่อเนื่องกันถือได้ว่าการร่วมกันกระทำชำเราผู้เสียหาย อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคสอง

                ข้อสรุปแนวคำพิพากษาฎีกา

1.       ผู้กระทำคนเดียว กระทำชำเราหญิงหลายคนไม่เป็นการโทรมหญิง

2.       คนหลายคนจับหญิงไว้ ผู้กระทำชำเราเพียงคนเดียวทุกคนเป็นตัวการแม้ไม่ได้กระทำ

ชำเราหญิงนั้น หรือผู้กระทำเป็นหญิง ซึ่งไม่สามารถกระทำชำเราได้ ก็ผิดฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรา

                3.  การโทรมหญิงหรือรุมข่มขืนกระทำชำเรา ผู้ร่วมกระทำตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ต้องผลัดเปลี่ยนกันกระทำชำเราหญิงคนละครั้ง (ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 3007/2532 ประชุมใหญ่) ผู้ร่วมกระทำอีกคนหนึ่งลงมือกระทำการข่มขืนจนถึงขั้นพยายามแล้ว เป็นการโทรมหญิง

                ข้อสังเกต การโทรมหญิงนอกจากเป็นเหตุเพิ่มโทษสูงขึ้น ตามมาตรา 276 วรรคสอง ยังเป็นความผิดอันยอมความไม่ได้ ตามมาตรา 281

 

                ความผิดฐานอนาจาร

            มาตรา 278 บัญญัติว่า “ผู้ใดกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้บุคคลนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ”

                องค์ประกอบความผิด

1.       กระทำอนาจาร

2.       แก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี

3.       โดยวิธีอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้

ก.        โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ

ข.       โดยใช้กำลังประทุษร้าย

ค.       โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้

ง.        โดยทำให้บุคคลนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น

4.       โดยเจตนา

 

ข้อพิจารณา

1.      การกระทำอนาจาร หมายความถึง การกระทำที่ไม่สมควรในทางเพศตามประเพณีนิยม

และตามกาลเทศะรวมถึงการกระทำให้อับอายขายหน้าแต่ข้อจำกัดว่า ต้องเป็นการกระทำต่อเนื้อตัวหรือต่อร่างกายของบุคคลอื่น เช่น กอด จูบ ลูบ คลำ ร่างกายของหญิงหรือชายเป็นการแสดงความใคร่ทางเพศ การกล่าวถ้อยคำหรือเขียนภาพไม่เป็นการอนาจาร แต่อาจเป็นสิ่งลามก ถ้าไม่เป็นการข่มขืนกระทำชำเราหรือพยายามข่มขืนกระทำชำเราและการกระทำไม่เป็นการสมควรตามประเพณีนิยมและกาละเทศะเป็นการกระทำอนาจาร

2.      ผู้ถูกกระทำ คือบุคคลอายุกว่า 15 ปี ถ้าอายุไม่เกิน 15 ปี เป็นความผิดตามมาตรา 279

3.    บุคคล มาตรานี้ไม่ได้จำกัดว่าเป็นหญิงและไม่จำกัดว่าเป็นผู้อื่นซึ่งมิใช่ภริยาของผู้    กระทำดังมาตรา 276 เหตุนี้อาจมีการกระทำตามมาตรานี้ต่อชายก็ได้จะเป็นชายกระทำต่อชาย หรือหญิงกระทำต่อชาย หรือหญิงกระทำต่อหญิงก็ได้

4.  การกระทำต้องประกอบด้วย โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้บุคคลนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น เช่นเดียวกับการข่มขืนกระทำชำเรา มาตรา 276 เพราะถ้าเป็นการยินยอมให้กระทำอนาจาร ย่อมไม่เป็นความผิดเช่นเดียวกับมาตรา 276

คำพิพากษาฎีกาที่ 1289/2506 จำเลยจับนมผู้เสียหายในรถประจำทางซึ่งมีผู้คนโดยสารแน่น เป็นการกระทำต่อหน้าธารกำนัล การจับนมไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายได้อนุญาตยินยอมเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายตามมาตรา 278

การกระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัลเป็นความผิดอันไม่อาจยอมความได้

คำพิพากษาฎีกาที่ 2690/2525 ผู้เสียหายจับมือ อ. เดินตามหาเพื่อนสวนทางกับจำเลยทันใดนั้นจำเลยที่ 1 ตรงเข้าจับมือผู้เสียหาย ผู้เสียหายสะบัดหลุดจากมือ อ. ส่วนจำเลยที่ 2 เข้าจับอวัยวะเพศผู้เสียหาย และกระชากสร้อยคอพาวิ่งหนีไป การที่จำเลยที่ 2 เข้าจับอวัยวะเพศผู้เสียหาย ไม่มีพฤติการณ์แสดงว่าได้คบคิดกับจำเลยที่ 1 มาก่อน การจับมือผู้เสียหายแสดงให้เห็นเจตนาเพียงให้โอกาสจำเลยที่ 2 กระชากสร้อยคอได้สะดวกเท่านั้น จำเลยที่ 1 ไม่มีความผิดฐานกระทำอนาจาร คงผิดฐานร่วมกันวิ่งราวทรัพย์เท่านั้น

คำพิพากษาฎีกาที่ 1314/2526 จำเลยกับผู้เสียหายอยู่กินกันโดยมิได้จดทะเบียนสมรส เพียงสองเดือนก็เลิกกัน ต่อมาจำเลยฟ้องเรียกค่าสินสอดคืนจากฝ่ายผู้เสียหายศาลพิพากษายกฟ้อง แสดงว่าจำเลยได้แสดงเจตนาเลิกกับผู้เสียหายโดยเด็ดขาดแล้ว ผู้เสียหายหามีความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยากับจำเลยอีกต่อไปไม่ ผู้เสียหายขี่รถจักรยานยนต์มีคนนั่งซ้อนท้ายมาด้วยจำเลยเข้าขวาง กระชากแขนผู้เสียหายลงจากรถเข้ากอดปล้ำและพยายามฉุดให้ไปกับจำเลย จำเลยผิดฐานกระทำอนาจาร

คำพิพากษาฎีกาที่ 1454/2528 ความผิดฐานกระทำอนาจารเช่น จับต้องของสงวนก่อนข่มขืนกระทำชำเรา ก็เป็นความผิดกรรมเดียวกับความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา เมื่อศาลพิพากษาลงโทษจำเลยในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราย่อมระงับไป

คำพิพากษาฎีกาที่ 829/2532 ขณะผู้เสียหายนอนกับลูกในห้องนอนยังไม่ทันหลับ จำเลยเข้ามานั่งยองๆ ที่ปลายเท้า ผู้เสียหายถามถึงจุดประสงค์เข้ามาจำเลยก็ห้ามส่งเสียงดัง มิฉะนั้นจะเชือดคอ พอจำเลยใช้มือซ้ายจับมือขวาของผู้เสียหาย ใช้มือขวาซึ่งถือมีดกดหัวเข่าผู้เสียหายไว้ ผู้เสียหายดิ้น ศอกผู้เสียหายไปถูกลูกคนเล็กร้องขึ้น พอผู้เสียหายพูดขึ้นว่าสามีผู้เสียหายมา จำเลยก็หนีไป การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานบุกรุกตามมาตรา 365 และฐานกระทำอนาจารตามมาตรา 278 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท

 

อนาจารต่างกับกระทำชำเรา

กระทำชำเรา หมายถึงการร่วมประเวณีระหว่างชายกับหญิง ความผิดฐานกระทำชำเราสำเร็จเมื่ออวัยวะเพศชายสามารถล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศหญิงได้ แต่ถ้าไม่สามารถล่วงล้ำเข้าไปได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ผู้กระทำก็จะมีความผิดเพียงพยายามกระทำชำเรา แต่การกระทำเป็นการประสงค์ถึงการประเวณี ผู้กระทำจะมีความผิดฐานกระทำอนาจารก็ต่อเมื่อการกระทำนั้นยังไม่ถึงขั้นกระทำชำเราสำเร็จหรือพยายามกระทำชำเรา

คำพิพากษาฎีกาที่ 2878/2512 ผู้เสียหายอายุ 5 ขวบ จำเลยเป็นพี่เขยของบิดาผู้เสียหาย อยู่บ้านใกล้กัน วันเกิดเหตุผู้เสียหายไปเล่นใต้ถุนบ้านของจำเลย จำเลยเรียกผู้เสียหายขึ้นไปบนบ้านแล้วพาผู้เสียไปในครัว จำเลยนั่งบนโต๊ะแล้วเอาผู้เสียหายใส่เอวด้านหน้า ขาควบเอวของจำเลยและจับก้นของผู้เสียหายกระแทกเข้าออก อวัยวะเพศของผู้เสียหายช้ำบวมเล็กน้อย และไม่มีน้ำหรือเชื้ออสุจิของชายในช่องคลอดของผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการพยายามข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย เป็นเพียงกระทำอนาจารผู้เสียหายเท่านั้น

คำพิพากษาฎีกาที่ 1685/2516 จำเลยแอบเข้ามากอดหญิงผู้เสียหายและพูดขอกระทำชำเรา ผู้เสียหายร้องขึ้นจำเลยเอามือปิดปากผู้เสียหาย กดผู้เสียหายให้นอนลงที่พื้นแล้วขึ้นคร่อมเอาหัวเข่ากดต้นขาไว้ ขณะนั้นผู้เสียหายนอนหงายนุ่งกระโจมอกอยู่ จำเลยก้มลงกัดที่แก้มแล้วถลกผ้าซิ่นขึ้น ผู้เสียหายดิ้นอย่างแรงจนหลุดแล้วร้องไห้วิ่งหนีลงเรือนไป ดังนั้นลักษณะการกระทำของจำเลยยังไม่อยู่ในวิสัยที่จะกระทำชำเราผู้เสียหายได้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย เป็นเพียงกระทำอนาจารผู้เสียหายเท่านั้น

คำพิพากษาฎีกาที่ 1048/2518 การกระทำชำเราตามกฎหมายจะต้องปรากฏว่าของลับของชายล่วงล้ำเข้าไปในช่องสังวาสหรืออวัยวะสืบพันธุ์ของหญิง การที่จำเลยขืนใจผู้เสียหาย โดยใช้ของลับของจำเลยใส่เข้าไปในทางทวารหนักของผู้เสียหาย จึงไม่เป็นการกระทำชำเรา คงมีความผิดฐานกระทำอนาจาร

 

ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราและกระทำอนาจารที่ยอมความได้

มาตรา 281 บัญญัติว่า การกระทำความผิดตามมาตรา 276 วรรคแรก และมาตรา 278 นั้น มิได้กระทำต่อหน้าธารกำนัล ไม่เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำอันตรายสาหัสหรือแก่ความตาย หรือมิได้กระทำแก่บุคคลดังระบุไว้ในมาตรา 285 เป็นความผิดอันยอมความได้

                องค์ประกอบ

1.       กระทำความผิดตามมาตรา 286 วรรคแรก และมาตรา 278

2.       มิได้เกิดต่อหน้าธารกำนัล

3.       ไม่เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำรับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตาย

4.       มิได้เป็นการกระทำแก่บุคคลตามมาตรา 285

ข้อพิจารณา

1.       มิได้เกิดต่อหน้าธารกำนัล คือ ในที่ที่ประชาชนอาจเห็นได้ ส่วนสถานที่ที่กระทำนั้นจะ

เป็นสถานที่หรือที่เอกชนไม่สำคัญ

2.       ไม่เป็นเหตุให้ผู้กระทำรับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตาย

3.       มิได้เป็นการกระทำต่อบุคคลตาม มาตรา 285 คือ

-          ผู้สืบสันดาน

-          ศิษย์ผู้อยู่ในความดูแล

-          ผู้อยู่ในความปกครอง

-          ผู้อยู่ในความควบคุมตามหน้าที่ราชการ

-          ผู้อยู่พิทักษ์หรืออนุบาล

อนึ่ง สำหรับความผิดทางเพศที่ได้กล่าวไว้นี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความผิดในลักษณะ 9

 

*** ข้อมูลจาก ความผิดเกี่ยวกับเพศ โดย เดชอุดม ไกรฤทธิ์


ชอบ + 177 ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: ตอบเมื่อ : Mon 7 September 09 , 07:54


อีตากร
ตอบ : 2068

ความคิดเห็นยอดนิยมอันดับ 2

ขอเสริมนะครับ คือ ตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๔๙๙ ภาค ๒ ความผิด ลักษณะ ๙ ความผิดเกี่ยวกับเพศ เริ่มที่ มาตรา ๒๗๖ - ๒๘๗ โดย 
มาตรา ๒๗๖ ข่มขืนกระทำชำเรา   
มาตรา ๒๗๗ กระทำชำเรา เด็กอายุยังไม่เกิน สิบห้าปี   
มาตรา ๒๗๗ ทวิ กระทำความผิด ตาม มาตรา ๒๗๖ วรรคหนึ่ง หรือ มาตรา ๒๗๗ วรรคหนึ่ง หรือ วรรคสาม (บทฉกรรจ์)   
มาตรา ๒๗๗ ตรี การกระทำความผิด ตาม มาตรา ๒๗๖ วรรคสาม หรือ มาตรา ๒๗๗ วรรคสี่ (บทฉกรรจ์)   
มาตรา ๒๗๘ กระทำอนาจาร   
มาตรา ๒๗๙ กระทำอนาจาร แก่ เด็ก อายุ ยังไม่เกิน สิบห้าปี   
มาตรา ๒๘๐ การกระทำความผิด ตาม มาตรา ๒๗๘ หรือ มาตรา ๒๗๙ (บทฉกรรจ์)   
มาตรา ๒๘๑ การกระทำความผิด ตาม มาตรา ๒๗๖ วรรคแรก และ มาตรา ๒๗๘ (ยอมความ)   
มาตรา ๒๘๒ เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือ พาไป เพื่อการอนาจาร    
มาตรา ๒๘๓ เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือ พาไป เพื่อการอนาจาร (บทฉกรรจ์)   
มาตรา ๒๘๓ ทวิ พา บุคคล อายุเกิน สิบห้าปี แต่ยังไม่เกิน สิบแปดปี ไป เพื่อการอนาจาร    
มาตรา ๒๘๔ พาผู้อื่นไป เพื่อการอนาจาร    
มาตรา ๒๘๕ การกระทำแก่ ผู้สืบสันดาน ...   
มาตรา ๒๘๖ ดำรงชีพ จากรายได้ ของผู้ ค้าประเวณี    
มาตรา ๒๘๗ สิ่งของลามก    
นึกขึ้นได้จะมาเสริมให้อีกนะจ้ะ

ชอบ + 159 ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: ตอบเมื่อ : Wed 9 September 09 , 03:59


ทนาย_ต
ตอบ : 2666

ความคิดเห็นยอดนิยมอันดับ 3

ความคิดเห็นคุณ Tun : ตอบเมื่อ Fri 23 July 10 , 17:37
 ในกรณีผู้ชายหลอกฝันแล้วไม่รับผิอชอบมีความผิดไหมคะ
 ไม่ทราบว่าผู้หญิงอายุเท่าไรครับ ถ้าเกิน 18 ปีแล้วก็สมยอม ไม่มีความผิดฐานพรากผู้เยาว์หรอกครับ แต่ว่าอย่าไปหลอกเขาเลยจะดีกว่านะครับ

ชอบ + 144 ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 202.176.71.25 ตอบเมื่อ : Sat 24 July 10 , 11:00


  พีร์
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 1

นึกได้ว่า สงสัยตรงไหน ค่อยถามซิ หลักของการกากระทำผิดทางเพศมันตรงตัวอยุ่แล้ว ตามตัวบท เอาบทความของ อ.เดชอุดมไปอ่าน พอจะเข้าใจได้มั่งนะ


คดีทางเพศ ถือว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นค่อนข้างมาก เราจะสังเกตได้ตามสื่อต่างๆไม่เว้นแต่ละวัน เราจะเห็นว่ามีคดีทางเพศเยอะมาก

 


               สังคมไทยเราสมัยนี้มันพัฒนาไปตามวัตถุ เพราะฉะนั้นคดีอย่างนี้ก็จะติดตามเป็นปัญหาของสังคม เราสามารถแยกออกได้อย่างไรบ้าง? จริงๆคดีทางเพศที่ตามกฎหมายแยกเป็นประเด็นสำคัญ ๆ ได้ดังนี้ คือ

1. การข่มขืนกระทำชำเลา

2. การโทรมหญิง คือ การข่มขืนโดยใช้หลายๆคนไปข่มขืนคนเดียว

3. การอนาจาร

 


                 ความผิดจะลดหลั่นกันไหมคะ ? ความผิดจะลดกันในเรื่องของอายุผู้ถูกกระทำ นอกจากอายุผู้ถูกกระทำแล้ว บางความผิดก็ยอมความกันได้ บางความผิดก็ยอมความกันไม่ได้ แล้วแต่ประเด็นของแต่ละเรื่อง

 


                  ประเด็นหลักๆ ที่กรณีการข่มขืนกระทำชำเลา ถ้าจะแยกต้องแยกออกเป็นผู้ถูกกระทำ การข่มขืนกระทำชำเลาบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่ภรรยาตน เพราะฉะนั้นการไปข่มขืนภรรยาตน ภรรยาคนนั้นจะแยกกันอยู่ สามียังมีสมรสอยู่จะไม่เรียกว่าข่มขืน ที่สิทธิสตรีมาเรียกร้องในเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะการข่มขืนที่เกิดขึ้นจะเรียกร้องได้ต่อเมื่อไปกระทำกับผู้อื่นที่ไม่ใช่ภรรยาตน ถ้าการข่มขืนนั้นใช้กำลังประทุษร้าย ความผิดก็มากขึ้น 


 

                   โดยใช้อาวุธจี้บังคับ แต่ถ้าการข่มขืนนั้น คือผู้ชายมากกว่า 1 คน คือ 2,3,4,5 ไปข่มขืนหรือผลัดเวียนกันข่มขืนผู้หญิงคนเดียว ลักษณะเช่นนี้เป็นการโซมหญิง การโซมหญิงยอมความไม่ได้ ข่มขืนธรรมดาอาจยอมความได้ แต่ถ้าข่มขืนธรรมดาที่เด็กไม่ได้ แต่บุคคลนั้นอายุเกิน 15 ปี ยอมความได้ เพราะฉะนั้นการจะไปข่มขืนผู้หญิงคนเดียวแล้วผลัดเปลี่ยนกัน ลักษณะนี้เป็นการโซมหญิงยอมความกันไม่ได้ อัตราโทษก็เพิ่มขึ้น แต่ถ้าคนที่ไปข่มขืนผู้หญิง 2,3 คน จับผู้หญิงไว้ ผู้ชายคนเดียวไปข่มขืน ลักษณะนี้ไม่ใช่การไปโซมหญิงเป็นการข่มขืน แต่บุคคลอื่นจับไว้ จะมีความผิดร่วมกันข่มขืน ทั้งๆที่ไม่ได้ข่มขืน แต่โดยกระทำการบางสิ่งที่ช่วยให้บุคคลอื่นกระทำการข่มขืน ก็ถือว่าเป็นการร่วมมือกระทำการข่มขืน เพราะฉะนั้นการข่มขืนยอมความกันได้ แต่ถ้าข่มขืนเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี มีโทษสูงมาก ถ้าผู้หญิงนั้นไม่ถึง 15 ปี โทษก็จะลดลงเล็กน้อย และยอมความกันไม่ได้ การข่มขืนกรณีนี้แม้ว่าผู้หญิงจะยินยอมก็ตาม เช่น โสเภณีเด็ก ถ้ามีและไปซื้อบริการโสเภณีเด็ก และตัวเด็กอายุต่ำกว่า 15 ผู้หญิงยินยอมในลักษณะนี้อัตราโทษก็ยอมความกันไม่ได้ อัตราโทษสูงขึ้นด้วย ในบทบัญญัติที่จะลงโทษ ตั้งแต่ 1 ปี ถึง ตลอดชีวิต ขึ้นอยู่กับเด็กว่าอยู่ในช่วงอายุไหน พฤติกรรมเป็นอย่างไร


 

                    ด้านอนาจาร คือ การทำอย่างใดอย่างหนึ่ง ข่มขืนนี้กฎหมายเรียกว่า การกระทำอะไรก็ได้ถ้าอวัยวะเพศชายล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศหญิง ที่รู้สึกว่าล่วงล้ำถือว่ามีความผิด ดังนั้น อนาจาร คือ การกระทำใดๆที่กระทบต่อตัว อาทิ มือ , การกอด , จูบ หรือทำอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยที่หญิงนั้นไม่ยินยอม การอนาจารนั้น ถ้าสมมุติว่าทำในห้อง หรือที่มิดชิด ยอมความกันได้ แต่ถ้าหากกระทำอนาจารในที่สาธารณะ เช่น บนรถเมล์ , รถไฟ , แทคซี่ จะยอมความไม่ได้

“ความผิดเกี่ยวกับเพศ” หรือความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรากับความผิดฐานอนาจารเป็นบทบัญญัติของกฎหมายอาญา ภาค 2 ลักษณะ 9 ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกันในลักษณะของความผิด และมักจะก่อให้เกิดความสับสนต่อผู้ที่ศึกษาและผู้ที่ต้องปฏิบัติเมื่อมีการกระทำความผิดนี้เกิดขึ้น ในที่นี้จึงขอรวบรวมเอาคำพิพากษาฎีกาสำคัญๆ เพื่อเป็นแนวในการศึกษาและวินิจฉัย
         การกระทำลักษณะใดเป็นความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา
                คำพิพากษาฎีกาที่ 1133/2509 จำเลยได้กระทำชำเราผู้เสียหาย จนของลับของจำเลยได้เข้าไปในของลับของผู้เสียหายรวม 1 องคุลี เช่นนี้ ถือได้ว่าเป็นการกระทำชำเราสำเร็จตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 แล้ว การที่ทางพิจารณาไม่ปรากฏว่ามีน้ำอสุจิของจำเลยออกมาอยู่ที่ของลับของผู้เสียหายนั้น เป็นเรื่องสำเร็จความใคร่แล้วหรือไม่เป็นอีกส่วนหนึ่งไม่เป็นเหตุให้เห็นว่าจำเลยกระทำชำเราไม่สำเร็จหรือเป็นเพียงขั้นพยายาม

                คำพิพากษาฎีกาที่ 2413/2520 จำเลยเอาของลับใส่เข้าไปในของลับของผู้เสียหาย อายุ 13 ปี 11 วัน ดันโดยแรง ผู้เสียหายรู้สึกว่าของลับของจำเลยเข้าไปลึกขนาดช่วงนิ้วมือนั้น ดังนี้ของลับจำเลยได้ล่วงล้ำเข้าไปในของลับของผู้เสียหายแล้วจึงเป็นความผิดสำเร็จหาจำเป็นจะต้องมีรอยฉีกขาดที่ช่องคลอด ปากมดลูก หรือที่เยื่อพรหมจารีด้วยไม่

                คำพิพากษาฎีกาที่ 85/2504 จำเลยได้ลงมือกระทำชำเราผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กอายุเพียง 4 ปีเศษ แต่อวัยวะสืบพันธุ์ของจำเลยเพียงแต่จรดอยู่บริเวณปากช่องคลอดของผู้เสียหาย มิได้ล่วงล้ำเข้าไปในช่องคลอด การกระทำของจำเลยจึงเป็นเพียงพยายามข่มขืนกระทำชำเราเท่านั้น 

                คำพิพากษาฎีกาที่ 1588/2524 ผู้เสียหายอายุ 5 ขวบเศษ จำเลยได้พูดขู่บังคับผู้เสียหายให้ถอดกางเกงออกและจำเลยได้เอาอวัยวะของจำเลยใส่ที่อวัยวะเพศของผู้เสียหายแล้วกระทำยิกๆ เมื่อผู้เสียหายรู้สึกเจ็บที่ของลับ จะร้องให้คนช่วย จำเลยได้ใช้ผ้าปิดปากไว้ ไม่ปรากฏว่าอวัยวะเพศของจำเลยล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเรา

                คำพิพากษาฎีกาที่ 1048/2518 การกระทำชำเราตามกฎหมายจะต้องปรากฎว่าของลับของชาย ล่วงล้ำเข้าไปในช่องสังวาสหรืออวัยวะสืบพันธุ์ของหญิง การที่จำเลยขืนใจผู้เสียหาย โดยใช้ของลับของจำเลยใส่เข้าไปในทวารหนักของผู้เสียหาย จึงไม่เป็นการกระทำชำเราคงมีความผิดฐานกระทำอนาจารเท่านั้น

                ความผิดฐานกระทำชำเราตามกฎหมาย แม้ตามสภาพแห่งการกระทำผู้กระทำต้องเป็นชายกระทำต่อหญิงเท่านั้น แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า หญิงซึ่งร่วมกันกับชายที่ลงมือกระทำชำเราจะไม่ต้องรับผิดในเรื่องกระทำชำเราด้วย ดังเช่น

                คำพิพากษาฎีกาที่ 250/2510 (ประชุมใหญ่) ความผิดในเรื่องข่มขืนกระทำชำเราเป็นความผิดที่ร่วมกันกระทำผิดได้ โดยผู้ร่วมกระทำผิดมิต้องเป็นผู้ลงมือกระทำชำเราด้วยทุกคน เพียงแต่คนใดคนหนึ่งกระทำชำเราผู้ที่ร่วมกระทำผิดทุกคนก็มีความผิดฐานเป็นตัวการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และมาตรา 276 ก็หาได้บัญญัติให้ลงโทษเฉพาะชายเท่านั้นไม่ เพราะใช้คำว่า “ผู้กระทำผิดฯ” เท่านั้น แม้จำเลยที่ 2 จะเป็นหญิง เมื่อฟังได้ว่าสมคบกับจำเลยที่ 1 ร่วมกันกระทำความผิด ศาลก็ลงโทษเป็นตัวการได้ 

                ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 บัญญัติว่า “ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราหญิงซึ่งมิใช่ภรรยาของตนโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยหญิงอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้หรือโดยทำหญิงเข้าใจผิดว่าตนเป็นคนอื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สี่ปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่แปดพันบาทถึงสี่หมื่นบาท

                วรรคสอง ถ้าการกระทำความผิดตามวรรคแรกได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืนหรือวัตถุระเบิดโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบห้าปีถึงยี่สิบปี และปรับตั้งแต่สามหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือจำคุกตลอดชีวิต 

                ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราหญิง ตามมาตรา 276 แยกองค์ประกอบได้ดังนี้

1.       ข่มขืนกระทำชำเรา

2.       หญิงซึ่งมิใช่ภรรยาของตน

3.       โดยวิธีอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

ก.        โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ

ข.       โดยใช้กำลังประทุษร้าย

ค.       โดยหญิงอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือ

ง.        โดยทำให้หญิงเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น

 

คำพิพากษาฏีกาที่ 2809/2516 ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรานั้นแม้จำเลยจะไม่ได้พูดหรือ

มีอาวุธขู่เข็ญเสียหายก็ตาม ถ้าหากตามพฤติการณ์ผู้เสียหายกลัวจำเลย ตกอยู่ในอำนาจบังคับของจำเลยไม่กล้าขัดขืนอยู่ในภาวะจำต้องยอมจำเลยจะอ้างว่าผู้เสียหายยินยอมไม่ได้

            คำพิพากษาฎีกาที่ 2382/2522 ชำเราหญิงขณะเมาสุราหมดสติอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายมาตรา 276

                คำพิพากษาฎีกาที่ 2759/2532 ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรานั้นแม้จำเลยจะไม่ได้พูดหรือมีอาวุธขู่เข็ญผู้เสียหาย ถ้าตามพฤติการณ์ ผู้เสียหายกลัวจำเลย ตกอยู่ในภาวะจำยอมไม่กล้าขัดขืน จะถือว่าผู้เสียหายยินยอมไม่ได้ จำเลยต้องมีความผิด

                เหตุที่ต้องรับโทษสูงขึ้น ตามมาตรา 276 วรรคสอง

                แยกองค์ประกอบความผิดได้ดังนี้

1.       ได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืน หรือวัตถุระเบิด หรือ

2.       โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกัน อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 374/2526 โจทก์ร่วมยอมไปโรงแรมกับจำเลยที่ 2 เพราะหลงกลอุบาย

หลอกลวงว่าสามีโจทก์ร่วมนอกใจให้ไปจับผิดสามี แล้วจำเลยที่ 1 สามีจำเลยที่ 2 ได้เข้ามาช่วยถอดเสื้อผ้าและจำเลยที่ 2 ได้ใช้ปืนบังคับขู่เข็ญขณะที่จำเลยที่ 1 ข่มขืนกระทำชำเราโจทก์ร่วม โดยมีและใช้อาวุธปืนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคสอง มาตรา 83

            คำพิพากษาฎีกาที่ 3007/2532 จำเลยกับพวกร่วมกันบุกรุกเข้าไปในบ้านของผู้เสียหายในเวลากลางคืน โดยจำเลยมีอาวุธปืนจี้บังคับข่มขืนกระทำชำเราพวกของผู้เสียหายอีกคนหนึ่งซึ่งนอนอยู่บนเตียงเดียวกันนั้น จำเลยมีความผิดฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราหญิงซึ่งมิใช่ภริยาของตน โดยขู่เข็ญใช้กำลังประทุษร้ายและได้ร่วมกันกระทำโดยมีหรือใช้อาวุธปืนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคสอง

                ร่วมกันกระทำความผิดด้วยกัน อันมีลักษณะโทรมหญิง หมายความถึงการที่ผู้ร่วมกระทำตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปร่วมกันรุมข่มขืนกระทำชำเราหญิงโดยผลัดกันกระทำชำเราด้วยตนเอง ดังนั้นหากเป็นการที่คนเดียวข่มขืนหลายครั้งหรือคนเดียวข่มขืนแต่มีอีกหลายคนช่วยจับแขนขา เช่นนี้ก็ไม่เป็นการกระทำการโทรมหญิง แต่ถ้าเป็นการที่หลายคนโทรมหญิงแล้ว คนอื่นที่ร่วมในการกระทำแม้ไม่ได้ข่มขืนด้วยตนเองก็มีความผิดเป็นตัวการโทรมหญิงด้วย

                คำพิพากษาฎีกาที่ 4796/2530 แม้จำเลยที่ 1 จะมิได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายก็ตาม แต่การที่จำเลยที่ 1 พาผู้เสียหายไปให้พวกของตนผลัดกันข่มขืนกระทำชำเราและรออยู่จนพวกของตนข่มขืนกระทำชำเราเสร็จสิ้นแล้วจึงพาผู้เสียหายกลับไปนั้นถือได้ว่าจำเลยที่ 1 ร่วมกับพวกกระทำผิดฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง

                คำพิพากษาฎีกาที่ 3007/2532 (ประชุมใหญ่) เมื่อจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายแล้ว พวกของจำเลยได้ผละจากพวกของผู้เสียหายมาข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายต่ออีก แม้พวกของจำเลยจะไม่สามารถสอดใส่อวัยวะเพศเข้าไปในอวัยวะของผู้เสียหายได้แต่ก็ได้ลงมือกระทำการข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจนถึงขั้นพยายามแล้ว การที่จำเลยกับพวกผลัดเปลี่ยนกันกระทำชำเราผู้เสียหายต่อเนื่องกันถือได้ว่าการร่วมกันกระทำชำเราผู้เสียหาย อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคสอง

                ข้อสรุปแนวคำพิพากษาฎีกา

1.       ผู้กระทำคนเดียว กระทำชำเราหญิงหลายคนไม่เป็นการโทรมหญิง

2.       คนหลายคนจับหญิงไว้ ผู้กระทำชำเราเพียงคนเดียวทุกคนเป็นตัวการแม้ไม่ได้กระทำ

ชำเราหญิงนั้น หรือผู้กระทำเป็นหญิง ซึ่งไม่สามารถกระทำชำเราได้ ก็ผิดฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรา

                3.  การโทรมหญิงหรือรุมข่มขืนกระทำชำเรา ผู้ร่วมกระทำตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ต้องผลัดเปลี่ยนกันกระทำชำเราหญิงคนละครั้ง (ตามคำพิพากษาฎีกาที่ 3007/2532 ประชุมใหญ่) ผู้ร่วมกระทำอีกคนหนึ่งลงมือกระทำการข่มขืนจนถึงขั้นพยายามแล้ว เป็นการโทรมหญิง

                ข้อสังเกต การโทรมหญิงนอกจากเป็นเหตุเพิ่มโทษสูงขึ้น ตามมาตรา 276 วรรคสอง ยังเป็นความผิดอันยอมความไม่ได้ ตามมาตรา 281

 

                ความผิดฐานอนาจาร

            มาตรา 278 บัญญัติว่า “ผู้ใดกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้บุคคลนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ”

                องค์ประกอบความผิด

1.       กระทำอนาจาร

2.       แก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี

3.       โดยวิธีอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้

ก.        โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ

ข.       โดยใช้กำลังประทุษร้าย

ค.       โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้

ง.        โดยทำให้บุคคลนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น

4.       โดยเจตนา

 

ข้อพิจารณา

1.      การกระทำอนาจาร หมายความถึง การกระทำที่ไม่สมควรในทางเพศตามประเพณีนิยม

และตามกาลเทศะรวมถึงการกระทำให้อับอายขายหน้าแต่ข้อจำกัดว่า ต้องเป็นการกระทำต่อเนื้อตัวหรือต่อร่างกายของบุคคลอื่น เช่น กอด จูบ ลูบ คลำ ร่างกายของหญิงหรือชายเป็นการแสดงความใคร่ทางเพศ การกล่าวถ้อยคำหรือเขียนภาพไม่เป็นการอนาจาร แต่อาจเป็นสิ่งลามก ถ้าไม่เป็นการข่มขืนกระทำชำเราหรือพยายามข่มขืนกระทำชำเราและการกระทำไม่เป็นการสมควรตามประเพณีนิยมและกาละเทศะเป็นการกระทำอนาจาร

2.      ผู้ถูกกระทำ คือบุคคลอายุกว่า 15 ปี ถ้าอายุไม่เกิน 15 ปี เป็นความผิดตามมาตรา 279

3.    บุคคล มาตรานี้ไม่ได้จำกัดว่าเป็นหญิงและไม่จำกัดว่าเป็นผู้อื่นซึ่งมิใช่ภริยาของผู้    กระทำดังมาตรา 276 เหตุนี้อาจมีการกระทำตามมาตรานี้ต่อชายก็ได้จะเป็นชายกระทำต่อชาย หรือหญิงกระทำต่อชาย หรือหญิงกระทำต่อหญิงก็ได้

4.  การกระทำต้องประกอบด้วย โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้บุคคลนั้นเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น เช่นเดียวกับการข่มขืนกระทำชำเรา มาตรา 276 เพราะถ้าเป็นการยินยอมให้กระทำอนาจาร ย่อมไม่เป็นความผิดเช่นเดียวกับมาตรา 276

คำพิพากษาฎีกาที่ 1289/2506 จำเลยจับนมผู้เสียหายในรถประจำทางซึ่งมีผู้คนโดยสารแน่น เป็นการกระทำต่อหน้าธารกำนัล การจับนมไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายได้อนุญาตยินยอมเป็นการใช้กำลังประทุษร้ายตามมาตรา 278

การกระทำอนาจารต่อหน้าธารกำนัลเป็นความผิดอันไม่อาจยอมความได้

คำพิพากษาฎีกาที่ 2690/2525 ผู้เสียหายจับมือ อ. เดินตามหาเพื่อนสวนทางกับจำเลยทันใดนั้นจำเลยที่ 1 ตรงเข้าจับมือผู้เสียหาย ผู้เสียหายสะบัดหลุดจากมือ อ. ส่วนจำเลยที่ 2 เข้าจับอวัยวะเพศผู้เสียหาย และกระชากสร้อยคอพาวิ่งหนีไป การที่จำเลยที่ 2 เข้าจับอวัยวะเพศผู้เสียหาย ไม่มีพฤติการณ์แสดงว่าได้คบคิดกับจำเลยที่ 1 มาก่อน การจับมือผู้เสียหายแสดงให้เห็นเจตนาเพียงให้โอกาสจำเลยที่ 2 กระชากสร้อยคอได้สะดวกเท่านั้น จำเลยที่ 1 ไม่มีความผิดฐานกระทำอนาจาร คงผิดฐานร่วมกันวิ่งราวทรัพย์เท่านั้น

คำพิพากษาฎีกาที่ 1314/2526 จำเลยกับผู้เสียหายอยู่กินกันโดยมิได้จดทะเบียนสมรส เพียงสองเดือนก็เลิกกัน ต่อมาจำเลยฟ้องเรียกค่าสินสอดคืนจากฝ่ายผู้เสียหายศาลพิพากษายกฟ้อง แสดงว่าจำเลยได้แสดงเจตนาเลิกกับผู้เสียหายโดยเด็ดขาดแล้ว ผู้เสียหายหามีความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยากับจำเลยอีกต่อไปไม่ ผู้เสียหายขี่รถจักรยานยนต์มีคนนั่งซ้อนท้ายมาด้วยจำเลยเข้าขวาง กระชากแขนผู้เสียหายลงจากรถเข้ากอดปล้ำและพยายามฉุดให้ไปกับจำเลย จำเลยผิดฐานกระทำอนาจาร

คำพิพากษาฎีกาที่ 1454/2528 ความผิดฐานกระทำอนาจารเช่น จับต้องของสงวนก่อนข่มขืนกระทำชำเรา ก็เป็นความผิดกรรมเดียวกับความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา เมื่อศาลพิพากษาลงโทษจำเลยในข้อหาข่มขืนกระทำชำเราย่อมระงับไป

คำพิพากษาฎีกาที่ 829/2532 ขณะผู้เสียหายนอนกับลูกในห้องนอนยังไม่ทันหลับ จำเลยเข้ามานั่งยองๆ ที่ปลายเท้า ผู้เสียหายถามถึงจุดประสงค์เข้ามาจำเลยก็ห้ามส่งเสียงดัง มิฉะนั้นจะเชือดคอ พอจำเลยใช้มือซ้ายจับมือขวาของผู้เสียหาย ใช้มือขวาซึ่งถือมีดกดหัวเข่าผู้เสียหายไว้ ผู้เสียหายดิ้น ศอกผู้เสียหายไปถูกลูกคนเล็กร้องขึ้น พอผู้เสียหายพูดขึ้นว่าสามีผู้เสียหายมา จำเลยก็หนีไป การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานบุกรุกตามมาตรา 365 และฐานกระทำอนาจารตามมาตรา 278 เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท

 

อนาจารต่างกับกระทำชำเรา

กระทำชำเรา หมายถึงการร่วมประเวณีระหว่างชายกับหญิง ความผิดฐานกระทำชำเราสำเร็จเมื่ออวัยวะเพศชายสามารถล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศหญิงได้ แต่ถ้าไม่สามารถล่วงล้ำเข้าไปได้ ไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ผู้กระทำก็จะมีความผิดเพียงพยายามกระทำชำเรา แต่การกระทำเป็นการประสงค์ถึงการประเวณี ผู้กระทำจะมีความผิดฐานกระทำอนาจารก็ต่อเมื่อการกระทำนั้นยังไม่ถึงขั้นกระทำชำเราสำเร็จหรือพยายามกระทำชำเรา

คำพิพากษาฎีกาที่ 2878/2512 ผู้เสียหายอายุ 5 ขวบ จำเลยเป็นพี่เขยของบิดาผู้เสียหาย อยู่บ้านใกล้กัน วันเกิดเหตุผู้เสียหายไปเล่นใต้ถุนบ้านของจำเลย จำเลยเรียกผู้เสียหายขึ้นไปบนบ้านแล้วพาผู้เสียไปในครัว จำเลยนั่งบนโต๊ะแล้วเอาผู้เสียหายใส่เอวด้านหน้า ขาควบเอวของจำเลยและจับก้นของผู้เสียหายกระแทกเข้าออก อวัยวะเพศของผู้เสียหายช้ำบวมเล็กน้อย และไม่มีน้ำหรือเชื้ออสุจิของชายในช่องคลอดของผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการพยายามข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย เป็นเพียงกระทำอนาจารผู้เสียหายเท่านั้น

คำพิพากษาฎีกาที่ 1685/2516 จำเลยแอบเข้ามากอดหญิงผู้เสียหายและพูดขอกระทำชำเรา ผู้เสียหายร้องขึ้นจำเลยเอามือปิดปากผู้เสียหาย กดผู้เสียหายให้นอนลงที่พื้นแล้วขึ้นคร่อมเอาหัวเข่ากดต้นขาไว้ ขณะนั้นผู้เสียหายนอนหงายนุ่งกระโจมอกอยู่ จำเลยก้มลงกัดที่แก้มแล้วถลกผ้าซิ่นขึ้น ผู้เสียหายดิ้นอย่างแรงจนหลุดแล้วร้องไห้วิ่งหนีลงเรือนไป ดังนั้นลักษณะการกระทำของจำเลยยังไม่อยู่ในวิสัยที่จะกระทำชำเราผู้เสียหายได้ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานพยายามข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย เป็นเพียงกระทำอนาจารผู้เสียหายเท่านั้น

คำพิพากษาฎีกาที่ 1048/2518 การกระทำชำเราตามกฎหมายจะต้องปรากฏว่าของลับของชายล่วงล้ำเข้าไปในช่องสังวาสหรืออวัยวะสืบพันธุ์ของหญิง การที่จำเลยขืนใจผู้เสียหาย โดยใช้ของลับของจำเลยใส่เข้าไปในทางทวารหนักของผู้เสียหาย จึงไม่เป็นการกระทำชำเรา คงมีความผิดฐานกระทำอนาจาร

 

ความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราและกระทำอนาจารที่ยอมความได้

มาตรา 281 บัญญัติว่า การกระทำความผิดตามมาตรา 276 วรรคแรก และมาตรา 278 นั้น มิได้กระทำต่อหน้าธารกำนัล ไม่เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำอันตรายสาหัสหรือแก่ความตาย หรือมิได้กระทำแก่บุคคลดังระบุไว้ในมาตรา 285 เป็นความผิดอันยอมความได้

                องค์ประกอบ

1.       กระทำความผิดตามมาตรา 286 วรรคแรก และมาตรา 278

2.       มิได้เกิดต่อหน้าธารกำนัล

3.       ไม่เป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำรับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตาย

4.       มิได้เป็นการกระทำแก่บุคคลตามมาตรา 285

ข้อพิจารณา

1.       มิได้เกิดต่อหน้าธารกำนัล คือ ในที่ที่ประชาชนอาจเห็นได้ ส่วนสถานที่ที่กระทำนั้นจะ

เป็นสถานที่หรือที่เอกชนไม่สำคัญ

2.       ไม่เป็นเหตุให้ผู้กระทำรับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตาย

3.       มิได้เป็นการกระทำต่อบุคคลตาม มาตรา 285 คือ

-          ผู้สืบสันดาน

-          ศิษย์ผู้อยู่ในความดูแล

-          ผู้อยู่ในความปกครอง

-          ผู้อยู่ในความควบคุมตามหน้าที่ราชการ

-          ผู้อยู่พิทักษ์หรืออนุบาล

อนึ่ง สำหรับความผิดทางเพศที่ได้กล่าวไว้นี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความผิดในลักษณะ 9

 

*** ข้อมูลจาก ความผิดเกี่ยวกับเพศ โดย เดชอุดม ไกรฤทธิ์


ชอบ + 177   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Mon 7 September 09 , 07:54


อีตากร
สมาชิก
ตอบ : 2068

ความเห็นที่ 2

ขอเสริมนะครับ คือ ตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๔๙๙ ภาค ๒ ความผิด ลักษณะ ๙ ความผิดเกี่ยวกับเพศ เริ่มที่ มาตรา ๒๗๖ - ๒๘๗ โดย 
มาตรา ๒๗๖ ข่มขืนกระทำชำเรา   
มาตรา ๒๗๗ กระทำชำเรา เด็กอายุยังไม่เกิน สิบห้าปี   
มาตรา ๒๗๗ ทวิ กระทำความผิด ตาม มาตรา ๒๗๖ วรรคหนึ่ง หรือ มาตรา ๒๗๗ วรรคหนึ่ง หรือ วรรคสาม (บทฉกรรจ์)   
มาตรา ๒๗๗ ตรี การกระทำความผิด ตาม มาตรา ๒๗๖ วรรคสาม หรือ มาตรา ๒๗๗ วรรคสี่ (บทฉกรรจ์)   
มาตรา ๒๗๘ กระทำอนาจาร   
มาตรา ๒๗๙ กระทำอนาจาร แก่ เด็ก อายุ ยังไม่เกิน สิบห้าปี   
มาตรา ๒๘๐ การกระทำความผิด ตาม มาตรา ๒๗๘ หรือ มาตรา ๒๗๙ (บทฉกรรจ์)   
มาตรา ๒๘๑ การกระทำความผิด ตาม มาตรา ๒๗๖ วรรคแรก และ มาตรา ๒๗๘ (ยอมความ)   
มาตรา ๒๘๒ เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือ พาไป เพื่อการอนาจาร    
มาตรา ๒๘๓ เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือ พาไป เพื่อการอนาจาร (บทฉกรรจ์)   
มาตรา ๒๘๓ ทวิ พา บุคคล อายุเกิน สิบห้าปี แต่ยังไม่เกิน สิบแปดปี ไป เพื่อการอนาจาร    
มาตรา ๒๘๔ พาผู้อื่นไป เพื่อการอนาจาร    
มาตรา ๒๘๕ การกระทำแก่ ผู้สืบสันดาน ...   
มาตรา ๒๘๖ ดำรงชีพ จากรายได้ ของผู้ ค้าประเวณี    
มาตรา ๒๘๗ สิ่งของลามก    
นึกขึ้นได้จะมาเสริมให้อีกนะจ้ะ

ชอบ + 159   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Wed 9 September 09 , 03:59


  Tun
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 3

 ในกรณีผู้ชายหลอกฝันแล้วไม่รับผิอชอบมีความผิดไหมคะ

ชอบ + 78   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 115.67.208.172     ตอบเมื่อ : Fri 23 July 10 , 17:37


  ทนายอภิชาต081-5522-971
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 4

ความคิดเห็นคุณ Tun : ตอบเมื่อ Fri 23 July 10 , 17:37
 ในกรณีผู้ชายหลอกฝันแล้วไม่รับผิอชอบมีความผิดไหมคะ
 ถ้าหญิงอายุเกิน  18  ปี  แล้วไม่ผิดครับ  หากหญิงยินยอม

ชอบ + 79   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 124.122.183.230     ตอบเมื่อ : Fri 23 July 10 , 19:02


ทนาย_ต
สมาชิก
ตอบ : 2666

ความเห็นที่ 5

ความคิดเห็นคุณ Tun : ตอบเมื่อ Fri 23 July 10 , 17:37
 ในกรณีผู้ชายหลอกฝันแล้วไม่รับผิอชอบมีความผิดไหมคะ
 ไม่ทราบว่าผู้หญิงอายุเท่าไรครับ ถ้าเกิน 18 ปีแล้วก็สมยอม ไม่มีความผิดฐานพรากผู้เยาว์หรอกครับ แต่ว่าอย่าไปหลอกเขาเลยจะดีกว่านะครับ

ชอบ + 144   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 202.176.71.25     ตอบเมื่อ : Sat 24 July 10 , 11:00


  ภรรยา
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 6

สามีไปอยู่กินกับหญิงอื่นพักหนึ่งแล้วผู้หญิงท้อง ถ้าสามี ไม่ต้องการรับผิดชอบจะมีความผิดมั้ยคะ

ชอบ + 82   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 127.0.0.1     ตอบเมื่อ : Sat 28 August 10 , 10:31


ทนาย_ต
สมาชิก
ตอบ : 2666

ความเห็นที่ 7

ความคิดเห็นคุณ ภรรยา : ตอบเมื่อ Sat 28 August 10 , 10:31
สามีไปอยู่กินกับหญิงอื่นพักหนึ่งแล้วผู้หญิงท้อง ถ้าสามี ไม่ต้องการรับผิดชอบจะมีความผิดมั้ยคะ
 ถ้าผู้หญิงอายุเกินกว่า 18 ปีแล้วก็ไม่ต้องรับผิดอะไรหรอกครับ ยกเว้นเรื่องค่าเลี้ยงดูบุตร

ชอบ + 87   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 202.176.70.9     ตอบเมื่อ : Sat 28 August 10 , 10:54


  เครียด
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 8

กรณีผู้เสียหายเป็นเด็ก ที่รู้จัก กัน อายุเกินสิบห้า แต่ไม่ถึงสิบแปดปี มาขอเข้าห้องน้ำบ้านของ จำเลย 
แล้วจำเลยได้โผเข้ากอด ลูบคลำ และได้เอาเงินยัดนมพร้อมกับกำชับว่าห้ามมิให้แพร่งพราย
แต่จำเลยมิได้ใช้อาวุธขู่แต่อย่างใด ผู้เสียหายไม่ยินยอมและสบัดหลุดวิ่งหนีไป
ต่อมาได้แจ้งความเป็นเหตุดังกล่าว อยากรบกวนถามว่า จำเลยมีความผิดฐานใด 
 และจะต้องทำอย่างไร 




บทความนี้ค่อนข้างเก่า แต่ยังมี ความรู้อัดแน่น ขอบพระคุณค่ะ หากตอบใด้จะขอบพระคุณยิ่ง

ชอบ + 39   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 115.67.196.143     ตอบเมื่อ : Fri 12 April 13 , 01:04


ip2520
สมาชิก
ตอบ : 758

ความเห็นที่ 9

ความคิดเห็นคุณ เครียด : ตอบเมื่อ Fri 12 April 13 , 01:04
กรณีผู้เสียหายเป็นเด็ก ที่รู้จัก กัน อายุเกินสิบห้า แต่ไม่ถึงสิบแปดปี มาขอเข้าห้องน้ำบ้านของ จำเลย 
แล้วจำเลยได้โผเข้ากอด ลูบคลำ และได้เอาเงินยัดนมพร้อมกับกำชับว่าห้ามมิให้แพร่งพราย
แต่จำเลยมิได้ใช้อาวุธขู่แต่อย่างใด ผู้เสียหายไม่ยินยอมและสบัดหลุดวิ่งหนีไป
ต่อมาได้แจ้งความเป็นเหตุดังกล่าว อยากรบกวนถามว่า จำเลยมีความผิดฐานใด 
 และจะต้องทำอย่างไร 




บทความนี้ค่อนข้างเก่า แต่ยังมี ความรู้อัดแน่น ขอบพระคุณค่ะ หากตอบใด้จะขอบพระคุณยิ่ง
 มีความผิดฐานอนาจารครับ
ทนายพี 084-3602694 e:mail: ip2520@hotmail.com

ชอบ + 39   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 172.16.2.197     ตอบเมื่อ : Fri 12 April 13 , 20:22


pol00810081
สมาชิก
ตอบ : 15277

ความเห็นที่ 10

ความคิดเห็นคุณ เครียด : ตอบเมื่อ Fri 12 April 13 , 01:04
กรณีผู้เสียหายเป็นเด็ก ที่รู้จัก กัน อายุเกินสิบห้า แต่ไม่ถึงสิบแปดปี มาขอเข้าห้องน้ำบ้านของ จำเลย 
แล้วจำเลยได้โผเข้ากอด ลูบคลำ และได้เอาเงินยัดนมพร้อมกับกำชับว่าห้ามมิให้แพร่งพราย
แต่จำเลยมิได้ใช้อาวุธขู่แต่อย่างใด ผู้เสียหายไม่ยินยอมและสบัดหลุดวิ่งหนีไป
ต่อมาได้แจ้งความเป็นเหตุดังกล่าว อยากรบกวนถามว่า จำเลยมีความผิดฐานใด 
 และจะต้องทำอย่างไร 




บทความนี้ค่อนข้างเก่า แต่ยังมี ความรู้อัดแน่น ขอบพระคุณค่ะ หากตอบใด้จะขอบพระคุณยิ่ง
เป็นคำถามข้อสอบหรือเปล่าครับ
ทนายอภิชาต 081-5522-971 
pol00810081@hotmail.com  

ชอบ + 37   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 58.11.129.247     ตอบเมื่อ : Sat 13 April 13 , 00:43


  ป้่อม
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 11

กรณี ผม อายุ 25 แล้ว แฟนผมอายุ19 แฟนผมจะมาอยู่บ้านผม แต่พ่อแม่ เค้าไม่รู้ ผมจะมีความไหมครับ

ชอบ + 36   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 27.55.171.186     ตอบเมื่อ : Wed 24 April 13 , 12:58


  ป้่อม
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 12

กรณี ผม อายุ 25 แล้ว แฟนผมอายุ19 แฟนผมจะมาอยู่บ้านผม แต่พ่อแม่ เค้าไม่รู้ ผมจะมีความไหมครับ

ชอบ + 33   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 27.55.171.186     ตอบเมื่อ : Wed 24 April 13 , 12:58


  ฺBenz007
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 13

รบกวนท่านผู้รู้ด้วยคับ
เรื่องมีอยู่ว่า นาย ก.ไปที่บ้านนาง ข.เพื่อไปคุยเรื่องการงาน เวลากลางวัน ประตู หน้าต่างเปิดหมด คุยอยู่ชั้นล่าง พอคุยธุระเสร็จนาย ก.ก็จะกลับ แต่นาง ข. ใด้เดินเข้ามาสวมกอดนาย ก.จากข้างหลัง แล้วนาย ก. ก็หันมากอดด้วย แล้วพ่อของนาง ข. มาเห็นเข้าจึงใด้มีปากเสียงกัน พ่อของนาง ข.จึงให้ลูกของนาง ข.ไปแจ้งความข้อหาอนาจาร แต่ตอนนี้นาง ข. ใด้หนีหายตัวไปติดต่อไม่ใด้ และจะปรับนาย ก.เงินจำนวน 500,000บาท ผมอยากทราบว่าถ้านาง ข. ไม่ใด้ไปแจ้งความเองให้พยาน(พ่อนาง ข.บอกให้ลูกไปแจ้งความแทน)ใด้หรือไม่ แล้วข้อหาอนาจารใด้หรือไม่ พอจะมีวิธีที่นาย ก.ต้งทำอย่างไรบ้าง รบกวนท่านผู้รู้ช่วยน่อยคับ ขอขอพระคุณคับ

ชอบ + 38   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 180.183.55.250     ตอบเมื่อ : Mon 20 May 13 , 11:04


pol00810081
สมาชิก
ตอบ : 15277

ความเห็นที่ 14

ความคิดเห็นคุณ ฺBenz007 : ตอบเมื่อ Mon 20 May 13 , 11:04
รบกวนท่านผู้รู้ด้วยคับ
เรื่องมีอยู่ว่า นาย ก.ไปที่บ้านนาง ข.เพื่อไปคุยเรื่องการงาน เวลากลางวัน ประตู หน้าต่างเปิดหมด คุยอยู่ชั้นล่าง พอคุยธุระเสร็จนาย ก.ก็จะกลับ แต่นาง ข. ใด้เดินเข้ามาสวมกอดนาย ก.จากข้างหลัง แล้วนาย ก. ก็หันมากอดด้วย แล้วพ่อของนาง ข. มาเห็นเข้าจึงใด้มีปากเสียงกัน พ่อของนาง ข.จึงให้ลูกของนาง ข.ไปแจ้งความข้อหาอนาจาร แต่ตอนนี้นาง ข. ใด้หนีหายตัวไปติดต่อไม่ใด้ และจะปรับนาย ก.เงินจำนวน 500,000บาท ผมอยากทราบว่าถ้านาง ข. ไม่ใด้ไปแจ้งความเองให้พยาน(พ่อนาง ข.บอกให้ลูกไปแจ้งความแทน)ใด้หรือไม่ แล้วข้อหาอนาจารใด้หรือไม่ พอจะมีวิธีที่นาย ก.ต้งทำอย่างไรบ้าง รบกวนท่านผู้รู้ช่วยน่อยคับ ขอขอพระคุณคับ
ต้องดูอายุนาง ข  โอกาส  นาย ก ชนะเยอะแล้วครับ  หากนาง ข หนี
ทนายอภิชาต 081-5522-971 
pol00810081@hotmail.com 

ชอบ + 29   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 124.121.250.249     ตอบเมื่อ : Mon 20 May 13 , 12:03


ip2520
สมาชิก
ตอบ : 758

ความเห็นที่ 15

 การช่วยตอบแนวทางการแก้ปัญหาและ มุมมองความคิดของ ทางออกของปัญหา ในหลายๆแนวทาง ที่ชาวบ้านและผู้เดือดร้อนมาโพสต์ถาม ถือว่าเป็นประโยชน์ที่จะนำไปแก้ปัญหาได้หลายแนวทางให้กับผู้ถามได้เป็นอย่างดี  ขอให้โชคดีครับ 

ชอบ + 33   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 172.16.2.196     ตอบเมื่อ : Sun 26 May 13 , 13:21


  www.lawyerthai.com
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 16

ในกรณีที่ผู้หยิงอายุ 17 ผู้ชายอายุ 16 มีไรกันแล้วฝ่ายชายไม่รับผิดชอบทางฝ่ายหญิงสมารถเอาผิดได้ไหมคะ
ช่วยหน่อยค่ะ

ชอบ + 15   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 101.109.47.138     ตอบเมื่อ : Wed 23 April 14 , 16:53


  ผู้อยากรู้
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 17

ขอถามหน่อยค่ะ หลานชายไม่ถึง18 มีแฟนรุ่นเดียวกัน แอบได้เสียกัน ให้พ่อแม่ไปสู่ขอแต่ฝ่ายหญิงไม่ยอมรับได้แจ้งความว่าฝ่ายชายข่มขืนตนเรียกร้องค่าเสียหาย อยากทราบว่าถ้าฝ่ายชายไม่จ่ายค่าเสียหายมีความผิดอะไรบ้างคร๊

ชอบ + 9   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 10.165.48.22,49.230.127.26     ตอบเมื่อ : Thu 10 July 14 , 16:37


  ผู้อยากรู้
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 18

ขอถามหน่อยค่ะ หลานชายไม่ถึง18 มีแฟนรุ่นเดียวกัน แอบได้เสียกัน ให้พ่อแม่ไปสู่ขอแต่ฝ่ายหญิงไม่ยอมรับได้แจ้งความว่าฝ่ายชายข่มขืนตนเรียกร้องค่าเสียหาย อยากทราบว่าถ้าฝ่ายชายไม่จ่ายค่าเสียหายมีความผิดอะไรบ้างคร๊

ชอบ + 9   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 10.165.48.22,49.230.127.26     ตอบเมื่อ : Thu 10 July 14 , 16:57


  ร‚ยผรƒโ„ขรƒยฉรƒยรƒโ€šรƒโ
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 19

ร‚ยขรƒยร‚ยถรƒโ€™รƒยรƒโ€นร‚ยนรƒยจรƒยรƒโ€šร‚ยครƒยจรƒย รƒโ€นรƒโ€ฆรƒโ€™ร‚ยนร‚ยชรƒโ€™รƒโ€šรƒยครƒยรƒยจร‚ยถรƒโ€“ร‚ยง18 รƒยรƒโ€ขรƒยกร‚ยฟร‚ยนรƒฦ’รƒหœรƒยจร‚ยนรƒย ร‚ยดรƒโ€ขรƒโ€šรƒโ€กร‚ยกรƒโ€˜ร‚ยน รƒยกรƒยร‚ยบรƒยคร‚ยดรƒยฉรƒย รƒล รƒโ€ขรƒโ€šร‚ยกรƒโ€˜ร‚ยน รƒยฃรƒโ€นรƒยฉร‚ยพรƒยจรƒยรƒยกรƒยรƒยจรƒยคร‚ยปรƒล รƒโ„ขรƒยจร‚ยขรƒยรƒยกร‚ยตรƒยจร‚ยฝรƒยจรƒโ€™รƒโ€šรƒโ€นร‚ยญรƒโ€ร‚ยงรƒยครƒยรƒยจรƒโ€šรƒยรƒยรƒฦ’รƒโ€˜ร‚ยบรƒยคร‚ยดรƒยฉรƒยกร‚ยจรƒยฉร‚ยงร‚ยครƒโ€กรƒโ€™รƒยรƒโ€กรƒยจรƒโ€™ร‚ยฝรƒยจรƒโ€™รƒโ€šร‚ยชรƒโ€™รƒโ€šร‚ยขรƒยจรƒยร‚ยขรƒโ€”ร‚ยนร‚ยตร‚ยนรƒย รƒฦ’รƒโ€ขรƒโ€šร‚ยกรƒฦ’รƒยฉรƒยร‚ยงร‚ยครƒยจรƒโ€™รƒย รƒล รƒโ€ขรƒโ€šรƒโ€นรƒโ€™รƒโ€š รƒยรƒโ€šรƒโ€™ร‚ยกร‚ยทรƒฦ’รƒโ€™ร‚ยบรƒโ€กรƒยจรƒโ€™ร‚ยถรƒยฉรƒโ€™ร‚ยฝรƒยจรƒโ€™รƒโ€šร‚ยชรƒโ€™รƒโ€šรƒยครƒยรƒยจร‚ยจรƒยจรƒโ€™รƒโ€šร‚ยครƒยจรƒโ€™รƒย รƒล รƒโ€ขรƒโ€šรƒโ€นรƒโ€™รƒโ€šรƒยรƒโ€ขร‚ยครƒโ€กรƒโ€™รƒยร‚ยผรƒโ€ร‚ยดรƒยรƒยรƒยครƒฦ’ร‚ยบรƒยฉรƒโ€™ร‚ยงร‚ยครƒฦ’รƒยช

ชอบ + 7   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 10.165.48.22, 10.165.48.22,49.230.127.26     ตอบเมื่อ : Thu 10 July 14 , 20:00

Page •  1  
ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง LAWYERTHAI.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป

แสดงความคิดเห็น
Name :  
Special Tag : ปิดท้ายคำสั่ง
 
  :-D 8-| :-( :-) :-[ )-( B-) B-( :-P 8-.
Comment :

ใส่ตัวเลขในช่องว่าง :
   
ออกแบบเว็บไซต์โดย Gomew Co., Ltd.