หน้าแรก   เกี่ยวกับเรา   บริการของเรา  ติดต่อเรา  สนับสนุนเรา  สมุดเยี่ยม
    • ติดตาม lawyerthai ผ่านทาง /lawyerthai  /iamlawyerthai

แบ่งปันหน้านี้ให้เพื่อนของคุณ

 
Our Partners | รีวิว ร้านอาหาร เชียงใหม่ | รีวิว ที่เที่ยว เชียงใหม่ | รีวิว ที่พัก เชียงใหม่ | Chiang Mai Thailand | Chiang Mai Travel | Chiang Mai Travel Guide | Chiang Mai Boutique Hotel | กฎหมาย | ปรึกษากฎหมายฟรี | Detox Chiang Mai | Chiang Mai Wedding Planner | จัดงานเลี้ยง เชียงใหม่
Home
  ข้อมูลส่วนตัว(Profile)ข้อมูลส่วนตัว(Profile)   เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)     สมัครสมาชิก(Register)สมัครสมาชิก(Register) 

เวลาขณะนี้ Fri 25 April 14 12:58

กระดานสนทนากฎหมาย

lawyerthai lawyerthai lawyerthai



ขอถามเรื่องแบบฟอร์มสัญญายืมเงิน
Page •  1  


admin
ผู้ดูแล
ตอบ : 86

สวัสดีครับ
คือผมได้โหลดไฟล์แบบฟอร์มสัญญายืมเงิน จากหน้าดาวน์โหลดของเว็บ www.lawyerthai.com เป็นไฟล์ที่ชื่อว่า 004 ครับ เอาไปปรินต์แล้วก็เอาไปให้เพื่อนที่ต้องการยืมเงิน(20000 บาท)เซ็นต์เรียบร้อย แต่ไม่ได้ลงจำนวนเงินไว้ แต่ลงวันที่ไว้ว่าจะคืนให้ภายในวันที่ 20 สิงหาคม 2550 ซึ่งได้เลยเวลามานานแล้ว ผมได้ไปทวงเงินแต่ฝ่ายโน้นก็บ่ายเบี่ยงมาตลอดเลยครับ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2550 ฝ่ายที่ยืมเงินไปได้บอกว่าให้ไปรอที่ร้านเพื่อนไม่เกิน 20 นาที เดี๋ยวจะเอาตังไปให้พร้อมขอใบสัญญาคืน แต่ผมรออยู่ประมาณ 1 ชม. ก็ยังไม่เห็นมาผมก็เลยโทรไปจะถามว่าอยู่ไหนแล้ว แต่ปรากฏว่าฝ่ายโน้นไม่ยอมรับสายเลยครับ ผมก็เลยไปปรึกษากับกลุ่มเพื่อนว่าจะเอายังไงดี ก็เลยเอาสัญญามาดูกัน ในกลุ่มก็มีเพื่อนบางคนบอกว่าสัญญาที่ปรินต์เองเอามาเป็นหลักฐานฟ้องไม่ได้ต้อง เอาสัญญาที่เป็นเล่มๆที่เขาขายกันถึงจะใช้ได้
จึงอยากจะขอถามพี่ๆทนายในเว็บwww.lawyerthai.com หน่อยนะครับว่าผมจะเอาสัญญาที่ปรินต์มา แล้วก็มีลายมือชื่อผู้ยืมเซ็นต์อยู่ ไปแจ้งความหรือว่าดำเนินคดีได้หรือเปล่าครับ แล้วผมมีสิทธิ์จะได้เงินคืนมั๊ยครับ
ขอบคุณครับ

ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Mon 3 December 07 , 13:40


eng_law_buu

ความคิดเห็นยอดนิยมอันดับ 1

สัญญายืมใช้สิ้นเปลือง 
         อันยืมใช้สิ้นเปลืองนั้น  อาจจะเป็นสัญญามีค่าตอบแทนก็ได้ค๊ะ  และการทำสัญญากู้ยืมเงินเกินกว่า 2000บาท  จะต้องทำหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืม(เป็นกรณีที่ผู้ให้ยืมจะฟ้องร้องผู้กู้ยืม)   และหลักฐานนั้นกฏหมายไม่ได้กำหนดไว้ว่าจะต้องทำกันตอนไหน  แต่พึงจะสันนิฐานได้ว่าต้องมีหลักฐานกันก่อนฟ้องคดี  ถ้าเกิดหลักฐานมีหลังการฟ้องร้องคดีก็จะดำเนินการฟ้องร้องไม่ได้ค๊ะ   ส่วนจำนวนเงินนั้นถ้าการกู้ยืมเงินเพียงแต่ให้ผู้กู้ลงชื่อแต่ไม่ได้ระบุจำนวนเงินไว้  ก็สามารถระบุจำนวนเงินภายหลังได้แต่จะต้องก่อนฟ้อง  และจำนวนเงินที่ระบุนั้นจะต้องเป็นจำนวนเงินตามจริงที่ได้ส่งมอบ(อันสัญญายืมใช้สิ้นเปลืองนั้นจะสมบูรณ์ต่อเมื่อมีการส่งมอบ)    และการกำหนดดอกเบี้ยนั้นไม่เกินร้อยละ15   ถ้าเกินร้อยละ15  ผลจะตกเป็นโมฆะคือไม่สามารถเรียกได้ตาม  พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตตรา  จะไม่ใช่ทางปพพ.   และหากมีการเพิ่มจำนวนเงินกู้ต้องการใช้สัญญาฉบับเดิมก็สามารถทำได้แต่จะต้องมีการขีดฆ่าตัวเลขเดิมและเซ็นชื่อกำกับไว้ด้วย(ชื่อผู้กู้หรือผู้ยืม)
         หากผิดพลาดประการใดก็ขอให้ผู้รู้ช่วยแก้ไข้ไว้ ณ ที่นี้ด้วยค๊ะ

ชอบ + 295 ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: ตอบเมื่อ : Mon 14 January 08 , 14:09


123

ความคิดเห็นยอดนิยมอันดับ 2

  

ชอบ + 255 ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: ตอบเมื่อ : Wed 5 November 08 , 07:33


7777

ความคิดเห็นยอดนิยมอันดับ 3

ตามกฎหมายการกู้ยืมเงินเกิน 2000 บาท ขึ้นไปต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืม มิฉะนันจะฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้( ป.พ.พ.653) 

คำว่าหลักฐานเป็นหนังสือนั้นไม่ได้จำกัดว่าต้องทำขึ้นในรูปแบบของสัญญาเท่านั้น เพียงแค่ปรากฏข้อความในหนังสือว่ามีการกู้ยืมเงินกันและผู้กู้ได้ลงชื่อไว้ก็สามารถใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องรองบังคับคดีได้แล้ว ดังนั้นคุณจึงสามารถนำสัญญาที่ปริ้นต์มาและผู้กู้ได้ลงแล้วนั้นเป็นหลักฐานในการฟ้องร้องต่อศาลได้ครับ  ส่วนที่ว่าสัญญาไม่ได้ระบุจำนวนเงินไว้คุณก็สามารถระบุจำนวนเงินที่แท้จริงลงได้  ถามว่ามีสิทธิได้เงินคืนหรือไม่นั้นต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานเนื่องจากสัญญามิได้ระบุจำนวนเงินไว้จึงต้องอาศัยพยานหลักฐานอื่นประกอบเพื่อแสดงให้เห้นว่าได้มีการกู้ยืมกันจริง 

ชอบ + 135 ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: ตอบเมื่อ : Tue 4 December 07 , 06:46


  7777
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 1

ตามกฎหมายการกู้ยืมเงินเกิน 2000 บาท ขึ้นไปต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืม มิฉะนันจะฟ้องร้องให้บังคับคดีไม่ได้( ป.พ.พ.653) 

คำว่าหลักฐานเป็นหนังสือนั้นไม่ได้จำกัดว่าต้องทำขึ้นในรูปแบบของสัญญาเท่านั้น เพียงแค่ปรากฏข้อความในหนังสือว่ามีการกู้ยืมเงินกันและผู้กู้ได้ลงชื่อไว้ก็สามารถใช้เป็นหลักฐานในการฟ้องรองบังคับคดีได้แล้ว ดังนั้นคุณจึงสามารถนำสัญญาที่ปริ้นต์มาและผู้กู้ได้ลงแล้วนั้นเป็นหลักฐานในการฟ้องร้องต่อศาลได้ครับ  ส่วนที่ว่าสัญญาไม่ได้ระบุจำนวนเงินไว้คุณก็สามารถระบุจำนวนเงินที่แท้จริงลงได้  ถามว่ามีสิทธิได้เงินคืนหรือไม่นั้นต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานเนื่องจากสัญญามิได้ระบุจำนวนเงินไว้จึงต้องอาศัยพยานหลักฐานอื่นประกอบเพื่อแสดงให้เห้นว่าได้มีการกู้ยืมกันจริง 

ชอบ + 135   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Tue 4 December 07 , 06:46


  mml
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 2

ผมมีข้อสงสัยเกี่ยวกับสัญญาการกู้ยืมเงินครับ  คือ สัญญายืมเงิน  กับ  สัญญากู้เงิน ต่างกันไม๊ครับ
และในสัญญายืมเงิน ไม่มีการกำหนดดอกเบี้ย มีแต่เงินตน ผมอยากทราบว่า สัญญาทั้ง 2 ฉบับนี้อย่างไหนรัดกุมกว่ากัน มีน้ำหนักมากกว่ากัน 

ชอบ + 129   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Fri 11 January 08 , 10:54


  wanida_buucu
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 3

สัญญา ยืมคือ ผู้ให้ยืม มีความประสงค์จะให้ผู้ยืม ไปใช้ และไม่คิดค่าตอบแทน
 สัญญา กู้เงินคือ  ผู้ให้ยืม มีความประสงค์จะให้ผู้ยืม ไปใช้ และคิดค่าตอบแทนเป็นดอกเบิ้ย แต่ต้องไม่เกิน กฎหมายกำหนด คือ 15 % ต่อปี หากไม่ได้ลงในสัญญา  คิดดอกเบิ้ย ร้อยละ 7.5 % ต่อปี 
  หรือแล้วแต่ตกลงกันภายหลังก็ ได้

ชอบ + 89   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Fri 11 January 08 , 11:01


  eng_law_buu
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 4

สัญญายืมใช้สิ้นเปลือง 
         อันยืมใช้สิ้นเปลืองนั้น  อาจจะเป็นสัญญามีค่าตอบแทนก็ได้ค๊ะ  และการทำสัญญากู้ยืมเงินเกินกว่า 2000บาท  จะต้องทำหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืม(เป็นกรณีที่ผู้ให้ยืมจะฟ้องร้องผู้กู้ยืม)   และหลักฐานนั้นกฏหมายไม่ได้กำหนดไว้ว่าจะต้องทำกันตอนไหน  แต่พึงจะสันนิฐานได้ว่าต้องมีหลักฐานกันก่อนฟ้องคดี  ถ้าเกิดหลักฐานมีหลังการฟ้องร้องคดีก็จะดำเนินการฟ้องร้องไม่ได้ค๊ะ   ส่วนจำนวนเงินนั้นถ้าการกู้ยืมเงินเพียงแต่ให้ผู้กู้ลงชื่อแต่ไม่ได้ระบุจำนวนเงินไว้  ก็สามารถระบุจำนวนเงินภายหลังได้แต่จะต้องก่อนฟ้อง  และจำนวนเงินที่ระบุนั้นจะต้องเป็นจำนวนเงินตามจริงที่ได้ส่งมอบ(อันสัญญายืมใช้สิ้นเปลืองนั้นจะสมบูรณ์ต่อเมื่อมีการส่งมอบ)    และการกำหนดดอกเบี้ยนั้นไม่เกินร้อยละ15   ถ้าเกินร้อยละ15  ผลจะตกเป็นโมฆะคือไม่สามารถเรียกได้ตาม  พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตตรา  จะไม่ใช่ทางปพพ.   และหากมีการเพิ่มจำนวนเงินกู้ต้องการใช้สัญญาฉบับเดิมก็สามารถทำได้แต่จะต้องมีการขีดฆ่าตัวเลขเดิมและเซ็นชื่อกำกับไว้ด้วย(ชื่อผู้กู้หรือผู้ยืม)
         หากผิดพลาดประการใดก็ขอให้ผู้รู้ช่วยแก้ไข้ไว้ ณ ที่นี้ด้วยค๊ะ

ชอบ + 295   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Mon 14 January 08 , 14:09


  123
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 5

  

ชอบ + 255   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Wed 5 November 08 , 07:33


  ส้มกาน
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 6

    ดีจัง

ชอบ + 88   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Sat 15 August 09 , 09:55


  cat
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 7

ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่ได้ทราบจากผู้อื่นมาว่า 
สัญญายืมเงิน คือไม่มีการระบุดอกเบี้ยในสัญญา หากผู้ยืมไม่ชำระตามกำหนดและผู้ให้ยืมฟ้องร้อง แค่แจ้งความก็เป็นคดีอาญา (ถือว่าฉ้อโกง)ยอมความไม่ได้ค่ะ
สัญญากู้ยืมเงิน คือ มีการระบุดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนอื่นที่ไม่เกิน กม.กำหนด เมื่อเป็นคดีความ จะเป็นคดีแพ่ง ยอมความได้ ค่ะ
ถ้าผิดพลาดประการใด แก้ไขให้ถูกต้องได้นะคะ จะขอบคุณและเป็นความรู้ที่ดีค่ะ

ชอบ + 94   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Mon 28 September 09 , 19:41


  12345
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 8

ขอถามหน่อยครับว่า  การทำสัญญากู้เงิน พยานจำเป็นไหม_ครับ

ชอบ + 94   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 124.120.103.132     ตอบเมื่อ : Thu 26 August 10 , 04:59


pol00810081
สมาชิก
ตอบ : 13907

ความเห็นที่ 9

ความคิดเห็นคุณ 12345 : ตอบเมื่อ Thu 26 August 10 , 04:59
ขอถามหน่อยครับว่า  การทำสัญญากู้เงิน พยานจำเป็นไหม_ครับ
ไม่จำเป็นครับ  แต่มีก็ดีกว่า  ทนายอภิชาต  081-5522-971

ชอบ + 86   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 10.0.3.245     ตอบเมื่อ : Thu 26 August 10 , 09:52


ทนาย_ต
สมาชิก
ตอบ : 2666

ความเห็นที่ 10

ความคิดเห็นคุณ 12345 : ตอบเมื่อ Thu 26 August 10 , 04:59
ขอถามหน่อยครับว่า  การทำสัญญากู้เงิน พยานจำเป็นไหม_ครับ
 ไม่จำเป็นต้องมีครับ แต่ถ้ามีก็จะได้มาเป็นพยานรู้เห็นการทำสญญาและรับเงินไปจากเราจริงๆ ครับ

ชอบ + 84   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 202.176.71.23     ตอบเมื่อ : Thu 26 August 10 , 12:04


  รียา
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 11

    
ทำไมเวลายืมเงินจะต้องคืนด้วย

ชอบ + 82   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 202.143.147.3     ตอบเมื่อ : Wed 1 September 10 , 14:03


  AA
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 12

+++ ปรึกษาปัญหาเชิญได้ที่เว็บบอร์ดของสำนักงาน หรือสายด่วนทนายความ 
+++ ว่าความคดีแพ่ง คดีอาญา คดีแรงงาน คดีล้มละลาย และคดีอื่นๆ 
+++ ยื่นคำร้องจัดการมรดก ฟ้องให้รับรองบุตร ฟ้องเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู 
+++ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการจดทะบียนบริษัท ห้าง ร้านต่างๆ 
+++ จัดทำและตรวจร่างนิติกรรมสัญญาทุกประเภท 
+++ รับติวกฎหมายทุกวิชาของชั้นปริญญาตรี ติวสอบตรงเข้าคณะนิติศาสตร์ 
    ติวสอบใบอนุญาตว่าความ  
+++ สำหรับผู้ที่เดือดร้อนแต่ มีทุนทรัพย์สามารถติดต่อทนายความอาสาได้ฟรี 
      
ดูรายละเอียดได้ที่เว็บ 

http://wandkgroup.100free.com/ 

ชอบ + 86   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 202.183.218.180     ตอบเมื่อ : Wed 1 September 10 , 15:20


pol00810081
สมาชิก
ตอบ : 13907

ความเห็นที่ 13

ความคิดเห็นคุณ รียา : ตอบเมื่อ Wed 1 September 10 , 14:03
    
ทำไมเวลายืมเงินจะต้องคืนด้วย
       ไม่มีคอมเม้นครับ  ขำอย่างเดียว  ทนายอภิชาต  081-5522-971

ชอบ + 80   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 124.122.247.44     ตอบเมื่อ : Wed 1 September 10 , 16:52


  ยา
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 14

ดอกเบี้ยระบุในสัญญาว่าร้อยละ 10/เดือนได้หรือไม่คะ

ชอบ + 81   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 125.27.146.208     ตอบเมื่อ : Sat 2 October 10 , 18:12


pol00810081
สมาชิก
ตอบ : 13907

ความเห็นที่ 15

ความคิดเห็นคุณ ยา : ตอบเมื่อ Sat 2 October 10 , 18:12
ดอกเบี้ยระบุในสัญญาว่าร้อยละ 10/เดือนได้หรือไม่คะ
ตามกฎหมายไม่ได้ครับ  ได้เต็มที่ร้อยละ  15  ต่อปีเท่านั้นครับ  ทนายอภิชาต  081-5522-971

ชอบ + 83   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 124.122.121.24     ตอบเมื่อ : Sat 2 October 10 , 18:31


ทนาย_ต
สมาชิก
ตอบ : 2666

ความเห็นที่ 16

ความคิดเห็นคุณ ยา : ตอบเมื่อ Sat 2 October 10 , 18:12
ดอกเบี้ยระบุในสัญญาว่าร้อยละ 10/เดือนได้หรือไม่คะ
 ดอกเบี้ยจริงๆควรระบุแค่ร้อยละ 15 ต่อปี ถ้าเกินกว่านั้นถือว่าผิดกฎหมายใช้บังคับไม่ได้ ดังนั้นควรระบุแค่ร้อยละ 15 ต่อปี ส่วนคุณจะไปเก็บดอกเบี้ยกันจริงเท่าไรก็ตามใจคุณ


ชอบ + 72   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 1.47.2.92     ตอบเมื่อ : Sat 2 October 10 , 18:37


อีตากร
สมาชิก
ตอบ : 2068

ความเห็นที่ 17

ความคิดเห็นคุณ รียา : ตอบเมื่อ Wed 1 September 10 , 14:03
    
ทำไมเวลายืมเงินจะต้องคืนด้วย
 เพราะถ้าไม่คืนเขาจะไม่ให้ยืมอะจ้ะ



ชอบ + 79   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 222.123.109.169     ตอบเมื่อ : Sat 2 October 10 , 19:19


pol00810081
สมาชิก
ตอบ : 13907

ความเห็นที่ 18

ความคิดเห็นคุณ อีตากร : ตอบเมื่อ Sat 2 October 10 , 19:19
ความคิดเห็นคุณ รียา : ตอบเมื่อ Wed 1 September 10 , 14:03
    
ทำไมเวลายืมเงินจะต้องคืนด้วย
 เพราะถ้าไม่คืนเขาจะไม่ให้ยืมอะจ้ะ


ตกลงจะยืมแล้วไม่คืน  ว่าไป

ชอบ + 85   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: 124.122.121.24     ตอบเมื่อ : Sat 2 October 10 , 19:25

Page •  1  
ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง LAWYERTHAI.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป

แสดงความคิดเห็น
Name :  
Special Tag : ปิดท้ายคำสั่ง
 
  :-D 8-| :-( :-) :-[ )-( B-) B-( :-P 8-.
Comment :

ใส่ตัวเลขในช่องว่าง :
   
ออกแบบเว็บไซต์โดย Gomew Co., Ltd.