หน้าแรก   เกี่ยวกับเรา   บริการของเรา  ติดต่อเรา  สนับสนุนเรา  สมุดเยี่ยม
    • ติดตาม lawyerthai ผ่านทาง /lawyerthai  /iamlawyerthai
close [x]
close [x]

Our Partners | รีวิว ร้านอาหาร เชียงใหม่ | รีวิว ที่เที่ยว เชียงใหม่ | รีวิว ที่พัก เชียงใหม่ | Chiang Mai Thailand | Chiang Mai Travel | Chiang Mai Travel Guide | Chiang Mai Boutique Hotel | กฎหมาย | ปรึกษากฎหมายฟรี | Detox Chiang Mai | Chiang Mai Wedding Planner | จัดงานเลี้ยง เชียงใหม่
Home
  ข้อมูลส่วนตัว(Profile)ข้อมูลส่วนตัว(Profile)   เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)     สมัครสมาชิก(Register)สมัครสมาชิก(Register) 

เวลาขณะนี้ Wed 22 October 14 13:21

กระดานสนทนากฎหมาย

lawyerthai lawyerthai lawyerthai lawyerthai



รับปรึกษาคดีความและปัญหาข้อกฎหมาย ฟรี
Page •  1   2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36 

khokpho
สมาชิก
ตอบ : 42

โดยทนายความมีประสบการณ์




แก้ไขเมื่อ : Mon 3 November 08 , 09:09

IP:      ตอบเมื่อ : Mon 3 November 08 , 08:59


arty

ความคิดเห็นยอดนิยมอันดับ 1

ช่วยตอบด้วยครับ คือว่าผมไปทำสัญญาซื้อที่ดินและได้จ่ายเงินบางส่วนแล้วแต่ตอนนี้ผมเดือดร้อนอยากจะยกเลิกสัญญานั้นผมจะเป็นผู้ผิดสัญญาหรือเปล่าและจะเรียกเงินคืนได้ไหมครับช่วยตอบผมด้วยเดือดร้อนจริงๆ

ชอบ + 414 IP: 113.53.36.210 ตอบเมื่อ : Thu 27 January 11 , 16:31


pol00810081
ตอบ : 16284

ความคิดเห็นยอดนิยมอันดับ 2

ความคิดเห็นคุณ ดา : ตอบเมื่อ Tue 4 January 11 , 16:00
ปรึกษาหน่อยคือได้เอาที่นาไปจำนองไว้กับบริษัทเอกชน 300000 แต่ได้ชำระหนึ้ไปแล้ว160000บาทตอนนี้เหลืออีก140000บาท แต่ได้ส่งบ้างไม่ส่งบ้างเดือนเว้นเดือน เขาโทรมาหาก็มีแต่จะประกาศขายที่นาเราอย่างเดียว ได้อ่านในกฎหมายการจำนองถ้าลูกหนี้ขาดส่งเป็นระยะเวลา 5 ปี ถึงจะประกาศขายได้ ไม่เข้าใจเขาเลยทำไมจะต้องขู่เราเรื่อย เราไม่รู้จะปรึกษาใคร ให้คำแนะนำด้วย 
รอทางเขาฟ้องมาก่อนนะครับ ประกาศขายไม่ได้  ตอนนี้  ทนายอภิชาต 081-5522-971

ชอบ + 411 IP: 124.120.202.141 ตอบเมื่อ : Tue 4 January 11 , 18:07


g
ตอบ : 16284

ความคิดเห็นยอดนิยมอันดับ 3

    

ชอบ + 353 IP: ตอบเมื่อ : Tue 4 November 08 , 16:19


  g
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 1

    

ชอบ + 319    IP:      ตอบเมื่อ : Tue 4 November 08 , 16:19


  g
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 2

    

ชอบ + 353    IP:      ตอบเมื่อ : Tue 4 November 08 , 16:19


  nan
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 3

สวัสดีคะดิฉั้นมีเรื่องปรึกษาคือว่าพ่อแม่ของดิฉั้นอย่าร้างนานแล้วและพ่อได้ทำสัญญาว่าจะส่งเสียเงินจนกว่่าฉันเรียนจนจบเดือนละ4000บาทแต่ท่านละเลยไม่ได้ส่งเสียเป็นเวลากว่า6ปีแล้วตอนนี้ฉันอายุ23ปีแล้วยังเรียนไม่จบปริญญาตรีเลยเพราะไม่มีเงินเรียนต่อ  

ชอบ + 276    IP:      ตอบเมื่อ : Fri 7 November 08 , 09:12


khokpho
สมาชิก
ตอบ : 42

ความเห็นที่ 4

สัญญาที่ว่า ทำกันที่ไหน เป็นหนังสือหรือวาจาหรือเป็นบันทึกการหย่าหรือเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาล เพราะมีผลผูกพันและสภาพการบังคับต่างกัน และได้ระบุไว้ชัดเจนหรือไม่ว่าต้องเรียนจบถึงระดับไหน 
หากเป็นสัญญาด้วยวาจา ก็ยากที่จะบังคับให้ปฎิบัตตามได้ ด้วยเหตุว่ากฎหมายบัญญัติทำนองว่าบิดามารดามีหน้าที่ตามต้องอุปการะเลี้ยงดูและให้การศึกษาแก่บุตรจนบรรลุนิติภาวะเท่านั้น(อายุ 20 ปี) อีกทั้งระดับปริญญาตรีก็พ้นเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับตามที่ทางราชการกำหนดแล้ว แต่หากสัญญาที่ว่าทำเป็นหนังสือไม่ว่ากระทำกันเองหรือเป็นบันทึกการหย่าณ.ที่ว่าการอำเภอหรือเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำขึ้นที่ศาล อย่างนี้สามารถใช้เป็นหลักฐานบังคับได้ แต่ต้องให้มารดาเป็นผู้ดำเนินการเพราะกฎหมายห้ามบุตรฟ้องร้องบิดาในกรณีเช่นว่านี้

ชอบ + 315    IP:      ตอบเมื่อ : Fri 7 November 08 , 09:39


  T
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 5

สวัดดีครับผมมีปัญหากลุ้มใจอยากจะถามครับ ผมกับภรรยาหย่ากันได้เกือบปีแล้วครับ ก่อนหน้านั้นไม่นานภรรยาผมเขาอยากเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล ของตัวเขา ตัวลูก และตัวผมด้วย แต่ผมไม่อยากเปลี่ยน เราเลยมีปัญหากันสาเหตุที่เขาอยากเปลี่ยนเขาไปดูดวงมาเขาว่าชื่อ-นามสกุลทั้งสามคนเป็นการกีณี แต่ผมไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ เราเลยมีปากเสียงกัน เขาบอกว่าถ้าผมไม่อยากเปลี่ยนก็ไม่เป็นไรขอให้เขากับลูกเปลี่ยนได้ไหม ด้วยความรำคาญ
ผมจึงยอมให้เขาเปลี่ยน ชื่อ-นามสกุลกันสองคนโดยตัวผมไม่ได้เปลี่ยนด้วย
หลังจากนั้นไม่นานเราก็หย่ากัน โดยบุตรอยู่กับมารดาตามในเอกสารใบหย่า
แต่ในเอกสารระบุไว้ว่า ให้บิดามีสิทธิพบบุตรได้ตลอดเวลา แต่หลังจากนั้นผมได้พบลูกแค่ 2-3 ครั้ง เขาก็ไม่ยอมให้ผมพบกับลูกอีก มีอยู่วันหนึ่ง ทางโรงเรียนโทรมาแจ้งว่าน้องมีอุบัติเหตุหัวแตก ต้องส่งโรงพยาบาลแต่ไม่สามารถติดต่อมารดาได้ ผมจึงรีบไปดูลูกและได้พาลูกส่งกลับบ้านของมารดา แต่ภรรยาผมกลับไปแจ้งที่โรงเรียนว่าห้ามติดต่อทางบิดาและถ้าบิดามาขอพบบุตรที่โรงเรียนก็ห้ามพบ พอดีผมมีโอกาสได้เจอครูประจำชั้นผมจึงขออนุญาติขอเจอน้อง ครูเขาคงเห็นใจเด็กเลยยอมให้เราพบกันและครูก็แจ้งให้ผมทราบว่าเขามาแจ้งห้ามติดต่อเอาไว้ พอผมเจอลูกผมเห็นลูกทำหน้าเศร้าๆผมก็เลยถามลูกว่าเป็นอะไร ลูกก็ตอบผมว่ากลัวแม่ดุแม่สั่งไม่ให้เจอพ่อ ผมก็เลยบอกลูกว่าไม่เป็นไรลูกก็ไม่ต้องบอกแม่นะว่าพ่อมาหา ผมร้อนใจมากครับไม่รู้จะปรึกษาใคร ในกรณีแบบนี้ผมยังมีโอกาสที่จะได้พบลูกอยู่ไหมครับผมควรต้องทำอย่างไรบ้าง โดยที่เขายอมให้ผมได้เจอลูก ได้โปรดช่วยผมด้วยครับ จักเป็นพระคุณอย่างยิ่ง ขอบคุณครับ

ชอบ + 321    IP:      ตอบเมื่อ : Fri 14 November 08 , 02:16


  T
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 6

ผมลืมไปอีกอย่างครับ ตอนนี้ผมทราบว่ามารดาของอดีภรรยาผมได้เสียชีวิตแล้ว ที่บ้านเขาจึงไม่มีใครอยู่ ตอนเช้าเขาต้องฝากลูกไว้กับเพื่อนบ้านเพื่อรอรถโรงเรียนมารับ และตอนเย็นลูกต้องอยู่กับเพื่อนบ้านรอจนกว่าตัวเขาเลิกงาน กว่าจะกลับถึงบ้านก็ 18.30น.หรือบางวันก็ค่ำ ผมสงสารลูกมากครับ

ชอบ + 308    IP:      ตอบเมื่อ : Fri 14 November 08 , 02:25


  khokpho
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 7

         จากบันทึกข้อตกลงการหย่าที่ว่า ให้บุตรอยู่กับมารดาและให้ฝ่ายบิดามีสิทธิพบบุตรได้ตลอดเวลา แสดงว่าอำนาจในการปกครองบุตรยังคงมีอยู่ด้วยกันทั้งสองฝ่าย เพียงแต่ฝ่ายมารดาเป็นผู้ดูแลบุตรเท่านั้น การที่มารดาแสดงพฤติกรรมกีดขวางการพบปะดังกล่าวจึงถือว่าเป็นการใช้สิทธิที่ทำให้บุคคลอื่น(บิดา)ได้รับความเดือดร้อนเสียหายและไม่ชอบด้วยกฎหมาย 
         ทางแก้ไข กรณีนี้ถือเป็นข้อพิพาททางแพ่ง ท่านต้องไปร้องต่อศาลตามความประสงค์ของท่าน อาทิเช่น ขอเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองดูแลบุตรแต่ฝ่ายเดียว หรือขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามมารดากระทำการดังกล่าวนั้น ซึ่งโดยหลักแล้วศาลมักจะมีคำสั่งห้ามตามคำขอ  แต่การขอใช้อำนาจปกครองดูแลบุตรฝ่ายเดียวศาลจะพิจารณาถึงความเหมาะสมโดยรวม ไม่ว่าจะเป็นอาชีพ รายได้ ความประพฤติ ฯลฯ ตลอดทั้งเพศและอายุของบุตร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในทางปฎิบัติคดีในลักษณะเช่นว่านี้ศาลมักจะไม่ตัดอำนาจปกครองบุตรของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเพราะการเป็นผู้ปกครองร่วมกันจะเป็นประโยชน์กับบุตรมากกว่า เว้นแต่จะมีเหตุพิเศษเป็นกรณีไป 

ชอบ + 298    IP:      ตอบเมื่อ : Fri 14 November 08 , 08:08


  bb
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 8

ขอคำปรึกษาด้วยค่ะ
รับจ้างทำของคือทำงานตกแต่งภายในให้ลูกค้า มีการตกลงเรื่องค่าปรับวันละ 5,000 บาท งานเสร็จเลยระยะเวลาที่ตกลง แต่ลูกค้าไม่ได้เลิกสัญญาและรับมอบงานโดยมิได้อิดเอื้อน แต่ไม่ยอมชำระเงินที่ขาด ต่อมาได้ส่งหนังสือบอกกล่าวและดำเนินการฟ้อง ในคำฟ้องระบุให้จำเลยชำระเพียงเงินส่วนที่ขาดโดยหักเงินค่าปรับออก ซึ่งทนายไม่ได้แนะนำให้เรียกในส่วนเงินค่าปรับด้วยอ้างว่าจะได้มีประเด็นเดียว ต่อมาพอถึงวันนัดศาลไกล่เกลี่ยแล้วให้จำเลยชำระเงินเพียงครึ่งเดียว จำเลยบอกว่าจะจ่ายโดยการโอนเงินเข้าบัญชีให้พยานเท่านั้น (พยานคือผู้รับเหมาช่วงที่ทั้งสองฝ่ายอ้างเป็นพยาน แต่จำเลยมีหมายเรียกพยานฝั่งเดียว) ผู้พิพากษาได้ทำรายงานกระบวนการพิจารณาระบุให้จำเลยจ่ายเงินเข้าบัญชีพยาน ให้โจทก์ถอนฟ้องและแถลงไม่ติดใจนำคดีมาฟ้องร้องอีกและจำหน่ายคดี โจทก์ลงลายมือชื่อ ต่อมาพยานได้รับเงินที่โจทก์ฟ้องจากจำเลย และในวันเดียวกันนั้นพยานโอนเงินกลับไปให้จำเลยทั้งหมด 
     มีคำถามดังนี้ค่ะ
1.  ทนายมิได้ทำคำร้องขอถอนฟ้อง และจำเลยโอนเงินให้พยาน แล้วพยานก็โอนกลับไปทั้งหมด โจทก์ยังไม่ได้รับเงินเลย แต่ศาลจำหน่ายคดีแล้วโดยในรายงานกระบวนฯ ลงเวลา 9.30 น. ทั้งที่พยานเพิ่งได้รับเงินประมาณ 12.30 น. แต่พยานก็แฟกซ์เอกสารการโอนเงินคืนมาให้โจทก์แล้ว ทำอย่างไรดีคะ
2.  ทำอย่างไรเรื่องค่าปรับ เพราะในคำฟ้องตัดประเด็นเรื่องนี้ออกไปแล้วมาทราบทีหลังจากเว๊บของ อ.ประมาณ ในเรื่องคุณแคทรียา ว่าหากจำเลยไม่ได้เลิกสัญญาและรับมอบงานที่ล่าช้าโดยมิได้อิดเอื้อนก็ไม่สามารถปรับได้
     ช่วยตอบคำถามด้วยนะคะ ตั้งใจทำงานอย่างดีแล้วไม่ได้เงินค่าเหนื่อยกลับต้องมาฟ้องร้องแล้วยังไม่ได้เงินอีก ยอมรับว่าไม่รู้กฎหมายดี จึงจ้างทนายมาช่วย แต่ทนายคนนี้ก็ช่วยอะไรไม่ได้  

ชอบ + 302    IP:      ตอบเมื่อ : Sat 15 November 08 , 08:48


  khokpho
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 9

                ผลการไกล่เกลี่ยที่ว่า จำเลยยอมจ่ายเงินให้แก่โจทก์ครึ่งหนึ่งจากทุนทรัพย์ที่ฟ้อง โดยวิธีโอนเงินเข้าบัญชีของบุคคลภายนอก แต่เมื่อบุคคลภายนอกได้รับเงินแล้วไม่นำมาส่งมอบแก่โจทก์แต่กลับนำส่งคืนจำเลย ก็เท่ากับว่าโจทก์ยังมิได้รับการชำระหนี้ตามข้อตกลงนั่นเอง
                ทางแก้ไข   ให้ท่านหรือทนายความยื่นคำแถลงข้อเท็จจริงดังกล่าวต่อศาลเพื่อขอให้ศาลมีหมายเรียกตัวจำเลยและบุคคลภายนอกนั้นมาไต่สวนสอบถามเหตุขัดข้องที่ไม่ส่งมอบเงินชำระหนี้แก่โจทก์ และเชื่อว่า   กรณีปัญหาเช่นนี้ศาลจะหาข้อยุติได้ไม่ยุ่งยากนัก
               ( ความจริงข้อตกลงทั้งหลายดังที่กล่าวควรจะทำเป็นสัญญาประนีประยอมความยอม มิใช่กล่าวไว้แต่เพียงในรายงานกระบวนพิจารณาคดีของศาลเท่านั้น )
                 กรณีเงินค่าปรับเมื่อคำฟ้องยอมให้จำเลยหักออกจากค่าจ้างส่วนที่ค้างไปแล้ว จึงถือว่าท่านสละสิทธิเรียกร้องเงินในส่วนดังกล่าวนั้นแล้ว 
ดังนั้นในชั้นนี้จึงไม่สิทธิที่จะเรียกร้องได้อีก

ชอบ + 280    IP:      ตอบเมื่อ : Sat 15 November 08 , 10:14


kilalajang
สมาชิก
ตอบ : 2

ความเห็นที่ 10

รบกวนนิดนึงนะคะ

คือตอนนี้หนูอยู่ม.1อยากทราบว่าถ้าจะเรียนเป็นอัยการ
ตอนม.ปลายต้องเรียนสายไหนคะ
แล้วต้องทำคะแนนวิชาไหนดีๆ
แล้วส่วนใหญ่ข้อสอบของมหาวิทยาลัยจะออกเรื่องไหนบ้างคะ
ขอบคุณค่ะ

ชอบ + 308    IP:      ตอบเมื่อ : Sun 16 November 08 , 14:17


  สายบู๊
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 11

วิชาภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ครับ
ข้อสอบ มหาลัยก็แล้วแต่หลักสูตร ของแต่ละมหาลัย ออกได้หมด ครับ

ชอบ + 280    IP:      ตอบเมื่อ : Sun 16 November 08 , 17:44


  T
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 12

  ขอขอบคุณ คุณkhokpho มากครับ  

ชอบ + 284    IP:      ตอบเมื่อ : Tue 18 November 08 , 12:28


  นฤมล
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 13

ประมาณปี  2546  ดิฉันทำงานบริษัท  แต่ได้กระทำความผิดโดยใช้บิลที่เบิกเงินแล้วนำมาเบิกซ้ำอีก  และทำสัญญาเงินกู้ขึ้นเองโดยใช้ชื่อเพื่อนร่วมงาน  แต่เจ้านายจับได้แต่ไม่เอาความใด  ๆ  โดยหนี้ที่ดิฉันทำผิดทั้งหมดเจ้านายให้ทำเป็นหนังสือรับสภาพหนี้และสัญญาเงินกู้ขึ้นโดยให้ดิฉันและสามีกู้ร่วมค่ะ ( โดยหนี้สินทั้งหมดเจ้านายใช้ดอกเบี้ยร้อยละ  3 %  ต่อเดือน  ร้อยละ  5  ต่อเดือนบ้าง แต่ดิฉันก็จำต้องยอมเซ็นต์เพราะกลัวค่ะ )ต่อมาดิฉันก็ได้ใช้หนี้บางส่วนโดยให้เจ้านายหักจากเงินเดือน   พอประมาณเดือน  ก.ค. 2551  ดิฉันกับแฟนได้ขอลาออกเพราะจะทำธุรกิจเล็ก  ๆ  เองแต่เจ้านายไม่พอใจมากเพราะสามีเป็น  SALE  ที่ทำเงินให้เค้าปีละหลายล้านบาทค่ะ  จึงขู่ว่าจะฟ้องอาญาในเรื่องเก่าที่เคยทำสัญญาเป็นตัวเงินแล้ว  ดิฉันกลัวมากค่ะ  กลัวติดคุก  ถ้าเค้าฟ้องจริงจะรบกวนคุณทนายว่าความให้จะมีสิทธิติดคุกไหมคะ  ตอบหน่อยนะคะเพราะไม่รู้จะไปปรึกษาใครค่ะ

ชอบ + 300    IP:      ตอบเมื่อ : Tue 18 November 08 , 14:56


  khokpho
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 14

       1.  ใช้บิลเบิกซ้ำ เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง ยอมความได้ การทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้ดังกล่าวทำให้คดีอาญาในส่วนนี้ยุติลง
       2.  ทำสัญญากู้โดยใช้ชื่อคนอื่น เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงเช่นกัน แต่หากท่านทำการปลอมลายมือชื่อบุคคลอื่นด้วยก็จะเป็นความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารอีกกระทงหนึ่งซึ่งยอมความกันไม่ได้ แม้ทำหนังสือรับสภาพหนี้แล้วบริษัทก็ยังสามารถแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีได้
          ส่วนว่าจะติดคุกหรือไม่นั้น เมื่อดูตามพฤติการณ์ที่ว่ามีการทำหนังสือรับสภาพหนี้ให้ไว้ต่อกันและได้มีการปฎิบัติตามสัญญานั้นโดยชำระหนี้หรือค่าเสียหายให้ครบถ้วนเช่นนี้แล้ว หากผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่เคยต้องโทษจำคุกมาก่อนศาลก็น่ารอการลงโทษ (ไม่ติดคุก) แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าท่านได้ปลอมแปลงเอกสารจำนวนกี่ครั้งกี่หนด้วย

ชอบ + 288    IP:      ตอบเมื่อ : Tue 18 November 08 , 15:58


  นฤมล
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 15

เรื่องการปลอมลายมือชือทำขึ้นประมาณ  2 - 3  ฉบับ  แต่เพื่อนร่วมงานไม่เอาความใด  ๆ  อย่างนี้ต้องติดคุกไหมคะ    แล้วจะต้องทำอย่างไรคะ  ช่วยตอยด้วยนะคะ

ชอบ + 282    IP:      ตอบเมื่อ : Tue 18 November 08 , 16:08


  khokpho
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 16

          แม้บุคคลที่ถูกปลอมชื่อนั้นจะไม่เอาความ แต่บริษัทซึ่งเป็นผู้เสียหายจากการอ้างเอกสารปลอมเช่นว่านั้นถือเป็นผู้เสียหายตามกฎหมายและสามารถที่จะแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีฐานปลอมแปลงเอกสารกับท่านได้ แต่อย่างไรก็ตามพฤติการณ์เช่นว่านี้ที่สุดแล้วศาลยังน่าที่จะรอการลงโทษให้ได้
          หากมีการดำเนินคดีดังกล่าวขึ้นจริง ขอแนะนำว่าท่านควรติดต่อทนายความให้เขียนคำร้องประกอบคำรับสารภาพเพื่อประกอบการพิจารณาพิพากษาของศาลว่าท่านสมควรได้รับการรอการลงโทษด้วยเหตุผลกรณีเช่นใด

ชอบ + 299    IP:      ตอบเมื่อ : Tue 18 November 08 , 16:29


kilalajang
สมาชิก
ตอบ : 2

ความเห็นที่ 17

ขอบคุณสำหรับคำตอบค่ะ
อาจจะขอบคุณช้าหน่อยเพราะช่วงนี้ไม่ค่อยได้เปิดคอมพ์ค่ะ

ชอบ + 299    IP:      ตอบเมื่อ : Tue 18 November 08 , 18:43


  may
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 18

รบกวนขอคำปรึกษาด้วยค่ะ
     ปัญหาของหนูมีอยู่ว่าตอนนี้สามีหนูไปอยู่กินกับแฟนใหม่หนูอยากจะฟ้องอย่าหนูต้องทำยังไงบ้างคะหนูกับเค้าได้คุยกันบ้างแล้วแต่ก็ตกลงกันไม่ได้เขาอ้างว่าไม่มีค่าเลี้ยงดูให้ลูกจึงไม่ไปหย่าหนูว่ามันแปลกๆนะคะมีเงินให้เมียใหม่แต่ไม่มีเงินให้ลูกอีกอย่างตอนนี้หนูเดือดร้อนมากค่ะเขาเอารถที่หนูต้องใช้รับสงลูกไปขายหมดแล้วในฐานะภรรยาหนูมีสิทธิ์ทำอะไรได้มั้ยคะแต่หนูทำใจแล้วหละค่ะเพราะรถเป็นชื่อเค้าเค้าพาแฟนใหม่มาหาลูกที่โรงเรียนลูกหนูกลัวมากคุณครูที่โรงเรียนบอกว่าแฟนใหม่พยายามกีดกันไม่ให้เค้าเข้าใกล้ลูกหนูหนูจึงบอกเค้าว่าถ้ามาคนเดียวไม่ได้ไม่่ต้องมาหลังจากนั้นเค้าก็ไม่เคยมาหาลูกอีกเลยจะเป็นข้ออ้างได้ไหมคะว่าหนูกีดกันไม่ให้เค้าพบลูกอีกอย่างเค้าติดยากันทั้งคู่พอจะมีวิธีไหนที่หนูจะฟ้องเค้าทั้งคู่ได้บ้างคะแล้วต้องรออีกนานไหมกว่าจะฟ้องได้


ชอบ + 296    IP:      ตอบเมื่อ : Tue 18 November 08 , 21:24


  khokpho
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 19

        ตอบ may       
                    พฤติการณ์ของฝ่ายชายดังที่กล่าวมานั้นสามารถฟ้องหย่าและเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรจนกว่าบุตรจะบรรลุนิติภาวะ(อายุ 20 ปี)ได้
                    ส่วนหญิงชู้นั้น ท่านก็สามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายฐานชู้สาวได้เช่นกัน
                    การฟ้องร้องทั้งสองกรณีข้างต้นสามารถทำได้ทันที หากท่านประสงค์จะฟ้องดำเนินคดีควรไปพบและปรึกษาทนายความโดยตรง

ชอบ + 306    IP:      ตอบเมื่อ : Wed 19 November 08 , 06:38


  may
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 20

แล้วเรื่องที่เค้านำทรัพย์สินไปขายโดยที่หนูไม่ทราบหละคะค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการฟ้องเยอะไหมคะหนูกลัวว่าฟ้องไปเค้าก็จะอ้างว่าไม่มีเงินให้อีกค่ะ

ชอบ + 215    IP:      ตอบเมื่อ : Wed 19 November 08 , 06:56


  khokpho
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 21

       เรื่องทรัพย์ที่ขายแล้ว หากเป็นสินสมรสปกติมีส่วนได้คนละครึ่ง แต่ต้องพิสูจน์ให้ศาลเห็นว่าฝ่ายชายขายโดยไม่แจ้งให้ท่านทราบและยินยอมและเงินที่ได้จากการขายทรัพย์ฝ่ายชายนำไปใช้จ่ายส่วนตัวมิได้เพื่อประโยชน์ของครอบครัว กลับต้องดูว่าเหตุการณ์ขายทรัพย์นั้นเกิดขึ้นนานแล้วหรือไม่ท่าน ถ้าเกิดขึ้นนานแล้วเมื่อทราบเรื่องแล้วแต่ยังคงอยู่กินเป็นสามีภริยากันต่อมาเช่นนี้อาจจะถือได้ว่าท่านได้ให้อภัยต่อการกระทำเช่นว่านั้นไปแล้ว ไม่อาจเรียกร้องส่วนนี้ได้อีก
         ค่าใช้จ่ายดำเนินคดีขึ้นอยู่จำนวนเงินค่าเสียหายที่เรียกร้อง ส่วนค่าดำเนินการของทนายความขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างกัน(กรณีของท่านไม่น่าจะสูง) 
         ส่วนกรณีผู้ถูกฟ้องเมื่อแพ้คดีแล้วไม่ชำระตามคำพิพากษาจะถูกบังคับคดียึดอายัดทรัพย์สินขายทอดตลาดชำระหนี้แก่ท่านต่อไป และท่านสามารถทำการบังคับคดีได้ภายในระยะเวลานานถึง 10 ปี

ชอบ + 223    IP:      ตอบเมื่อ : Wed 19 November 08 , 07:21


  may
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 22

ขอบคุณสำหรับคำตอบค่ะ

ชอบ + 204    IP:      ตอบเมื่อ : Wed 19 November 08 , 09:34


  fa
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 23

เรียน  ผู้ให้คำปรึกษาด้านกฏหมาย ที่เคารพ..
         หนูมีปัญหาเรื่องที่ดินข้อพิพาทและมรดกค่ะ จึงรบกวนข้อคำปรึกษา เรื่องมีอยู่ว่า  ตอนที่คุณตายังมีชีวิตอยู่คุณตามีที่ดินอยู่ประมาณ 100 ไร่ แต่ยังไม่เป็นโฉนด ตอนที่คุณตายังไม่ชีวิตอยู่คุณตาได้แบ่งที่ดินออกเป็น 4 ส่วน โดยคุณตาแบ่งให้ลูกสามคน ละ 25 ไร่  ที่เหลือ อีก 25 ไร่ แกเก็บไว้เอง แต่การแบ่งให้ลูกเป็นที่รู้กันในครอบครัวแครือญาติโดยไม่มีหนังสือไดๆไว้เป็นหลักฐานแต่รู้กันเป็นการภายในและทำกินกันมาหลายปี  แต่มีพี่คนโตหนึ่งในสามนั่นได้นำที่ดินส่วนที่คุณตาแบ่งให้ไปขายให้ หลานเนื่องจากตัวเองไม่ยากทำกินส่วนที่คุณตาแบ่งให้ โดยมีหนังสือสัญญาซื้อขายถูกต้องโดยมีทั้งหนังสือสัญญาซื้อขาย และพยานบุคคล ที่ได้ลงชื่อเป็นพยาน  ต่อมาคุณตาเสียชีวิต  ก่อนที่จะเสียชีวิตคุณตาได้อยู่กลับครอบครัวหนูหรือว่า พ่อของหนูเป็นคนเลี้ยงดูและเสียชีวิตที่บ้านหนู  การจัดการงานศพและค่าปลงศพพ่อหนูเป็นคนดำเนินการทั้งหมดโดยลูกของคุณตาคนใดเข้ามาช่วยดูแลและค่าดำเนินการส่วนนี้  และที่ดินดังกล่าวตกเป็นมรดกออกมาเป็นโฉนด  เมื่อจัดการงานศพเรียบร้อยแล้ว พี่สาวคนโต คนเดียวกับคนที่เอาที่ดินส่วนที่ตาแบ่งให้แต่ต้นไปขายให้หลาน ได้ยื่นเรื่องต่อศาลเข้ามาเป็นผู้จักการมรดก ศาลสั่งให้พี่สาวคนโตเป็นผู้จัดการมรดก พี่สาวคนโตได้นำที่ดินดังกล่าวมาดำเนินการและภายหลังที่มีการจัดการมรดก ปรากฏลูกของคนตาอีกคนแต่คนละแม่เข้ามาร่วมด้วย ลูกของคุณตาจึงมี 4  คน จากที่มี 3คน หนูจึงจะเรียนถามท่านผู้รู้ว่า..
1.พ่อของหนูสามารถฟ้องเรียกค่าปลงศพและค่าเลี้ยงดูคุณตาได้หรือไม่เนื่องจากเคยทวงถามค่าปลงศพจากญาติพี่น้องแล้วไม่มีใครจะช่วยเหลือในส่วนนี้
2.ส่วนที่ ที่ดินที่พี่สาวคนโตคนที่เป็นผู้จัดการมรดกได้รับแบ่งจากคุณตาให้ทำกิน แล้วนำไปขายให้หลานสามารถให้ได้กลับคืนมาซึ่งที่ดินส่วนนั่นหรือไม่ หลังจากที่แบ่งแก่ทาญาติ (โดยมีหนังสือสัญญาและพยานบุคล)
3.ผู้จัดการมรดกได้กล่าวว่า ตนเองเป็นผู้จัดการมรดกจะแบ่งที่ดินส่วนไหนให้ใครหรือไม่ให้ใครก้อได้เพราะเป็นสิทธิของผู้จัดการมรดก หรือไม่แบ่งให้ทาญาติคนใดก้อได้ สามารถกระทำได้หรือไม่
4.จากคำถามข้อที่ 3  ถ้าผู้จัดการมรดกไม่แบ่งมรดกส่วนที่ทาญาติควรได้รับสามารถดำเนินการไดได้มั่งค่ะ
        หนูขอกราบขอบพระคุณล่วงหน้านะที่นี้ด้วยคะ

ชอบ + 216    IP:      ตอบเมื่อ : Wed 19 November 08 , 10:47


  khokpho
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 24

ตอบ fa
     1. ค่าปลงศพฟ้องเรียกร้องได้ ส่วนค่าอุปการะเรียกไม่ได้เพราะถือเป็นการกระทำไปตามหน้าที่ศีลธรรมที่บุตรพึงต้องกระทำต่อบิดา
     2. ที่ดินที่ผู้ตายแบ่งให้แก่บุตรไปก่อนตายและบุตรต่างได้เข้าครอบครองทำประโยชน์เป็นสัดส่วนของตนตลอดมาเช่นนี้แล้ว ต้องถือที่ดินแต่ละส่วนดังกล่าวตกเป็นของบุตรแล้วแม้ว่าการยกให้นั้นจะไม่ได้ทำเป็นหนังสือก็ตาม ที่ดินที่ยกให้ดังกล่าวแล้วจึงไม่เป็นทรัพย์มรดกของผู้ตายอีกต่อไป ส่วนเมื่อผู้รับให้นำไปขายโดยทำเป็นหนังสือสัญญาและส่งมอบการครอบครองที่ดินแก่หลานแล้วถือว่าที่ดินส่วนนั้นตกเป็นของหลานโดยชอบด้วยกฎหมาย ทรัพย์มรดกของตาจึงคงมีแต่เฉพาะที่ดิน 25 ไร่ซึ่งมีอยู่ก่อนตายเท่านั้นและตกทอดแก่ทายาทโดยชอบธรรมทุกคนเท่ากัน
     3-4. ผู้จัดการมรดกต้องแบ่งปันทรัพย์แก่ทายาททุกคน คนละเท่ากัน หากปฎิบัติเป็นอย่างอื่นทายาทสามารถยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนบุคคลนั้นจากการเป็นผู้จัดการมรดกได้ (ระหว่างยื่นคำร้องขอเพิกถอนผู้จัดการมรดกทายาทควรไปร้องขออายัดที่ดินนั้นไว้ต่อสำนักงานที่ดินก่อน เพื่อป้องกันการจำหน่ายจ่ายโอนระหว่างดำเนินคดี)

ชอบ + 214    IP:      ตอบเมื่อ : Wed 19 November 08 , 11:18


  fa
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 25

กรณีที่นี้ที่ดินของตา  ก่อนเจ้ามรดกตายเขาได้ดำเนินการขอเอกสารสิทธิ์แต่ยังไม่ได้เอกสารสิทธิ์(โฉนด)แต่พอเจ้ามรดกใด้ตายแล้วถึงได้รับโฉนด ผู้จัดการมรดกได้ นำส่วนทั้งหมดมาแบ่งใหม่ คือที่ดินประมาณ 100 ไร่เสียใหม่และได้แบ่งคนละ 25 ไร่ โดยให้เจ้าหน้าที่ที่ดินทำการรางวัดเรียบร้อยแล้ว ถ้าเกิดผู้จัดการมรดกได้แบ่งให้ทายาทให้คนละ 25 ไร่ แล้วส่วนที่ได้ขายให้หลายไปแล้วหลานสามารถฟ้องร้องในส่วนนี้ได้หรือไม่  เนื่องจากเขาต้องการต้องการาหลบในส่วนนี้เพื่อจะได้ครอบครองที่ดิน 25 ส่วนของเขาแต่จริงแล้วได้ขายให้หลานไปแล้ว แต่ไม่มีเอกสารสิทธิใดเลย แต่ว่ายังมีหลักฐานการซื้อขายเป็นหนังสืออยู่และยังมีพยานบุคคลอีกด้วย   จะมีช่องทางหรือวิธีการใดที่จะได้มาซึ่งที่ดินที่หลานได้ซื้อไป  ส่งสารเคะเสียตังแล้วยังจะโดนเขาเล่นแบบนี้อีก
       ขอบคุณสำหรับคำตอบด้านบนนะคะ 

ชอบ + 202    IP:      ตอบเมื่อ : Wed 19 November 08 , 15:45


  dmanee
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 26

เรื่องของผมอะครับ คุณโคกโพ ที่ว่าหมิ่นประมาท
ตกลงยังไงกันแน่ ผมสงสัยว่า ผมไม่ได้โพสข้อความที่อาจจะหมิ่นหลังจากที่ได้รับโนติสจากทนายเค้า ผมทำเรื่องเข้าสคบ ให้ช่วยไกล่เกลี่ย เรื่องจบที่สคบ เค้าซื้อเครื่องคืนไป ผมได้เงินมา ผมโพสชี้แจงให้เพื่อนในเนตทราบ ต่อมาสองเดือน มีหมายศาลมา งงครับ ได้คุยกันคร่าวๆ เค้าว่ามันน้อยไปกับที่ผมทำไว้ จึงส่งเรื่องเข้าศาล 
ถามว่า 
1. ตกลง ที่จบกันที่สคบ ไม่มีผลอะไรเลยใช่หรือไม่  
2. เค้ายังฟ้องอะไรผมได้หรือเปล่า แพ่ง หรือ อาญา ผมไม่ทราบจริงๆ

ขอบคุนครับ

ชอบ + 232    IP:      ตอบเมื่อ : Wed 19 November 08 , 19:30


  dmanee
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 27

เรื่องของผมอะครับ คุณโคกโพ ที่ว่าหมิ่นประมาท
ตกลงยังไงกันแน่ ผมสงสัยว่า ผมไม่ได้โพสข้อความที่อาจจะหมิ่นหลังจากที่ได้รับโนติสจากทนายเค้า ผมทำเรื่องเข้าสคบ ให้ช่วยไกล่เกลี่ย เรื่องจบที่สคบ เค้าซื้อเครื่องคืนไป ผมได้เงินมา ผมโพสชี้แจงให้เพื่อนในเนตทราบ ต่อมาสองเดือน มีหมายศาลมา งงครับ ได้คุยกันคร่าวๆ เค้าว่ามันน้อยไปกับที่ผมทำไว้ จึงส่งเรื่องเข้าศาล 
ถามว่า 
1. ตกลง ที่จบกันที่สคบ ไม่มีผลอะไรเลยใช่หรือไม่  
2. เค้ายังฟ้องอะไรผมได้หรือเปล่า แพ่ง หรือ อาญา ผมไม่ทราบจริงๆ

ขอบคุนครับ

ชอบ + 233    IP:      ตอบเมื่อ : Wed 19 November 08 , 19:35


  khokpho
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 28

ตอบ dmanee         
        หมิ่นประมาทโดยการโฆษณาหรือไม่  ต้องดูรายละเอียดของข้อความ พฤติการณ์โดยรวมของคดี และเจตนาของจำเลย  แต่อย่างไรก็ตามการแสดงความเห็นหรือข้อความใดโดยสุจริต เพื่อความชอบธรรม ป้องกันตนหรือส่วนได้เสียแห่งตนตามสมควร หรือการติชมด้วยความชอบธรรมตามวิสัยของประชาชนพึงกระทำ หรือการแจ้งข่าวด้วยความเป็นธรรมเรื่องการดำเนินการอันเปิดเผยในการประชุม(สคบ. ผู้แจ้ง ผู้ถูกแจ้ง)  เหล่านี้ไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท
          แต่หากการกระทำของจำเลยตามฟ้องเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ถ้าจำเลยสามารถพิสูจน์ได้ว่าข้อความที่กล่าวเป็นความจริง จำเลยไม่ต้องรับโทษ แต่ทั้งนี้การพิสูจน์ข้อความจริงเช่นว่านั้นจะต้องเป็นประโยชน์แก่ประชาชน
         1. เอกสารหรือบันทึกต่างๆที่ทำขึ้นที่สคบ. เป็นพยานหลักฐานที่เป็นประโยชน์ในการต่อสู้คดี
         2. ไม่มีใครห้ามใครมิให้ฟ้องได้ ส่วนว่าผลแห่งคดีจะเป็นเช่นใดนั้นต้องพิสูจน์กันชั้นศาล
          ทางปฎิบัติ ในการดำเนินคดีในลักษณะเช่นว่านี้บริษัท/ทนายความจะฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาก่อน แต่เมื่อจำเลยตกหลุมพลางโดยยอมรับสารภาพไปเพราะเห็นว่าคดีอาญานั้นมีกำหนดโทษต่ำและศาลน่าที่จะรอการลงโทษได้แล้วจึงฟ้องร้องดำเนินคดีแพ่งต่อไปทันที ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้นท่านแทบจะหมดช่องทางหรือโอกาสในการต่อสู้คดีแพ่งทันที โดยที่การเรียกร้องค่าเสียหายในทางแพ่งไม่สามารถยังทราบได้ว่าบริษัทจะฟ้องเรียกร้องจำนวนสูงเพียงใด ดังนั้นการรับสารภาพคดีอาญาจึงมีความเสี่ยงสูงต่อการผลาดพลั้งเป็นอย่างยิ่ง
         คดีอาญาฐานหมิ่นประมาทมีช่องทางและข้ออ้างในการต่อสู้คดีดังที่กล่าวข้างต้น แนะนำว่าท่านควรต้องแต่งตั้งทนายความเข้าต่อสู้คดี   

ชอบ + 248    IP:      ตอบเมื่อ : Thu 20 November 08 , 08:01


wichan
สมาชิก
ตอบ : 1

ความเห็นที่ 29

ขอร้องเรียนเกี่ยวกับพนักงาน citybank
เรื่องการตามโทรศัพท์ติดตามถวงถามเงินพูดจาไม่ดีกลับลูกค้าและพูดจาท้าทายลูกค้าเรื่องอวดรวยเรื่องว่าตนเองมีเงิน

ชอบ + 224    IP:      ตอบเมื่อ : Thu 20 November 08 , 08:12


  fa
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 30

ถามต่อจากคำถามที่ 23 นะคะกรณีที่นี้ที่ดินของตา  ก่อนเจ้ามรดกตายเขาได้ดำเนินการขอเอกสารสิทธิ์แต่ยังไม่ได้เอกสารสิทธิ์(โฉนด)แต่พอเจ้ามรดกใด้ตายแล้วถึงได้รับโฉนด ผู้จัดการมรดกได้ นำส่วนทั้งหมดมาแบ่งใหม่ คือที่ดินประมาณ 100 ไร่เสียใหม่และได้แบ่งคนละ 25 ไร่ โดยให้เจ้าหน้าที่ที่ดินทำการรางวัดเรียบร้อยแล้ว ถ้าเกิดผู้จัดการมรดกได้แบ่งให้ทายาทให้คนละ 25 ไร่ แล้วส่วนที่ได้ขายให้หลายไปแล้วหลานสามารถฟ้องร้องในส่วนนี้ได้หรือไม่  เนื่องจากเขาต้องการต้องการาหลบในส่วนนี้เพื่อจะได้ครอบครองที่ดิน 25 ส่วนของเขาแต่จริงแล้วได้ขายให้หลานไปแล้ว แต่ไม่มีเอกสารสิทธิใดเลย แต่ว่ายังมีหลักฐานการซื้อขายเป็นหนังสืออยู่และยังมีพยานบุคคลอีกด้วย   จะมีช่องทางหรือวิธีการใดที่จะได้มาซึ่งที่ดินที่หลานได้ซื้อไป  ส่งสารเขาคะเสียตังแล้วยังจะโดนเขาเล่นแบบนี้อีก 

ชอบ + 227    IP:      ตอบเมื่อ : Thu 20 November 08 , 10:33


  papa
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 31

ตอนนี้เพื่อนถูกจำคุกข้อหายักยอกทรัพย์ เงินประมาณ 6 แสนบาท อยากจะทราบว่าจะถูกจำคุกกี่ปี  และจะต้องชดใช้เงินที่เอาไปหรือไม่

ชอบ + 219    IP:      ตอบเมื่อ : Thu 20 November 08 , 12:34


  1584
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 32

เพื่อนที่ทำงานซื้อรถมาแต่ได้นำรถไปจำนำไว้แล้วไม่มีเงินมาไถ่  คนรับจำนำจึงนำรถไปขายต่อ  ข้าพเจ้าซึ่งเป็นคนค้ำประกันควรจะทำยังไงดี

ชอบ + 244    IP:      ตอบเมื่อ : Thu 20 November 08 , 12:44


  1584
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 33

ตอนนี้ทุกข์ใจมากไม่รู้จะทำยังไงดี

ชอบ + 209    IP:      ตอบเมื่อ : Thu 20 November 08 , 12:45


  khokpho
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 34

ตอบfa
        หลานฟ้องร้องบังคับให้ผู้ขายจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ขายให้แก่หลานได้

ชอบ + 211    IP:      ตอบเมื่อ : Thu 20 November 08 , 14:06


  khokpho
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 35

ตอบpp
        ต้องกลับไปดูคำพิพากษาของศาลในคดีนั้น ส่วนเงิน 600,000 บาท เป็นค่าเสียหายส่วนแพ่งหากเมื่อฟ้องร้องและศาลมีคำพิพากษาแล้วไม่ชำระ ผู้เสียหายอาจบังคับคดียึดอายัดทรัพย์ต่อไป

ชอบ + 216    IP:      ตอบเมื่อ : Thu 20 November 08 , 14:14


  khokpho
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 36

ตอบ1584
        ตามคำถามเข้าใจว่าเป็นการเช่าซื้อและยังผ่อนชำระไม่หมด การกระทำของผู้เช่าซื้อเช่นว่าย่อมทำให้ผู้ให้เช่าซื้อได้รับความเสียหาย ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดตามสัญญาค้ำประกันนั้น
        แนะนำว่าท่านต้องเจรจากับผู้เช่าซื้อให้รับผิดชอบในการกระทำของตน หรือไม่ก็ติดต่อเจรจากับบริษัทผู้ให้เช่าซื้อนำติดตามเอารถกลับคืน โดยขอให้บริษัทลดหย่อนผ่อนผันความรับผิดให้แก่ท่าน

ชอบ + 215    IP:      ตอบเมื่อ : Thu 20 November 08 , 14:24


  khokpho
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 37

ตอบwichan
              แจ้งสคบ.

ชอบ + 213    IP:      ตอบเมื่อ : Thu 20 November 08 , 14:26


  may
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 38

รถเป็นรถที่พ่อเค้าซื้อให้ระหว่างที่อยู่กินด้วยกันถือว่าเป็นสินสมรสมั้ยคะแล้วเค้าเคยเขียนสัญญาหย่าให้กับหนูเพื่อเป็นข้อยืนยันว่าเขาจะเลิกเสพยาในสัญญาระบุว่ายกทรัย์สินทั้งหมดให้หนูและลูกหนูพอจะใช้สัญญานี้ให้เป็นประโยชน์ได้ไหมคะ

ชอบ + 211    IP:      ตอบเมื่อ : Thu 20 November 08 , 22:12


  khokpho
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 39

ตอบmay
            รถที่บิดายกให้โดยเสน่หา หากไม่ได้ระบุว่ายกให้ฝ่ายใด ตกเป็นสินสมรส
            การหย่าจะสมบูรณ์ต่อเมื่อจดทะเบียนหย่า และต้องทำเป็นหนังสือโดยมีพยานลงลายมือชื่ออย่างน้อย 2 คน ดังนั้นสัญญาหย่าที่ท่านกล่าวถึงจึงไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย
            สัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ทำกันไว้ระหว่างเป็นสามีภริยา ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะบอกเลิกในขณะอยู่กินด้วยกันหรือภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ขาดจากการเป็นสามีภริยากันก็ได้ ดังนั้นคำมั่นสัญญาจะยกให้ทรัพย์สินนั้นฝ่ายชายจึงสามารถบอกเลิกได้

ชอบ + 202    IP:      ตอบเมื่อ : Fri 21 November 08 , 07:04


  พยาบาลชนบทผู้อ่อนต่อโลก
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 40

สวัสดีค่ะ ท่านผู้รู้กฏหมาย
   ดิฉันมีเรื่องอยากจะปรึกษาค่ะ กลุ้มใจมาก เนื่องจากว่า พี่ที่ทำงานที่เป็นข้าราชการด้วยกันมีปัญหาทางครอบครัวเราก็เห็นว่าพอมีเงินและพอช่วยเหลือได้ เค้าขอยืมเงินไป 40,000 บาทเมื่อเดือนกันยา 49 บอกว่าจะคืนภายในหนึ่งเดือน ดิฉันก็เชื่อและสงสาร เอาเงินที่เก็บออมและเก็บด้วยน้ำพักน้ำแรงตั้งแต่เรียนมหาลัยมาให้เค้ายืม แต่ด้วยความไม่เคยและไม่รู้เพื่อนอีกคนแนะนำให้ทำสัญญาไว้บ้าง ก็เลยทำ แต่ไม่ได้คิดดอกเบี้ยค่ะ ผ่านมา1 ปีครึ่ง ไม่ยอมใช้ ดิฉันก็ทวงทุกเดือนเวลาเงินเดือนออก ก็ไม่ยอมจ่าย 
จนดิฉันอายที่จะทวง แต่เค้าก็ไม่สนใจ จนต้องฟ้องศาลเดือนพค.ที่ผ่านมา แล้วได้ตกลงประนีประนอมยอมความกัน ให้ส่งใช้ทุกเดือนขั้นต่ำเดือนละ หนึ่งพันบาท แต่ต้องจ่ายให้ครบทั้งหมดภายใน 2 ปี นี่ผ่านมา 6 เดือน จ่ายมา 2000 บาท และไม่ยอมมาจ่ายอีกเลย เวลาทวงถามก็บอกว่าไม่มี ดิฉันอายทวงมากๆๆๆ ดิฉันทุกข์ใจมากจึงอยากจะปรึกษาค่ะ
1. ดิฉันควรจะทำยังไงต่อไปดีค่ะ ต้องบังคับคดีทันที หรือต้องรอให้ครบ 2 ปีเพราะคุยกับคู่กรณีแล้ว เค้าบอกว่าไม่มีเงิน แต่เค้าซื้อรถยนต์คันใหม่ เค้ามีเงิน แต่ไม่อยากจ่ายค่ะ เค้าบอกน้องเค้าเป็นทนายความที่กทม.ด้วย
2. ถ้าบังคับคดีจะต้องมีค่าใช้จ่ายมากไหมค่ะ แล้วถ้าอายัดเงินเดือนไม่ได้ เราจะยึดอะไรได้บ้าง เค้ามีสถานีวิทยุชุมชน สามีทำงานที่เทศบาล แต่ดิฉันไม่อยากได้อย่างอื่น ขอแค่ได้เงินคืนอย่างเดียวก็พอ เสียความรู้สึกด้วย 
3. ถ้ายังไม่ได้เงินคืนภายใน 2 ปี ตามที่ประนีประนอมยอมความ ดิฉันต้องทำยังไงค่ะ  ต้องบังคับคดีเลยหรือต้องรอให้เกินระยะเวลาที่กำหนดก่อน แล้วถ้าเกินกำหนดเวลาที่ระบุ ดิฉันสามารถบังคับคดีได้ไหมค่ะ แล้วมีโอกาสที่ดิฉันจะได้เงินคืนไหมค่ะ
ทนายที่ฟ้องร้องให้บอกว่าถ้าเค้าไม่มีทรัพย์สิน ไม่สามารถบังคับคดีได้ ต้องยอมปล่อยเงินไป
      ความหวังดีของดิฉันและความสงสาร ความอ่อนต่อโลก นำมาซึ่งความทุกข์ใจจริงๆๆ ช่วยกรุณาไขความทุกข์ใจด้วยนะค่ะ ขอบคุณมากค่ะ konnarak1981@hotmail.com
 

ชอบ + 200    IP:      ตอบเมื่อ : Fri 21 November 08 , 19:40


  khokpho
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 41

 ตอบ พยาบาล
        1. หากสัญญาประนีประนอมยอมความระบุว่า หากจำเลยผิดนัดการผ่อนชำระหนี้งวดหนึ่งงวดใดหรือเดือนหนึ่งเดือนใด ให้ถือว่าผิดนัดทั้งหมด เช่นนี้ ท่านสามารถบังคับคดียึดหรืออายัดทรัพย์สินจำเลยได้ทันที
        2. ค่าธรรมเนียมการยึด 2,500 บาท หากอายัด 1,500 บาท ยึดทรัพย์สิน ที่ดิน บ้าน อายัดทุนเรือนหุ้นและเงินปันผลสหกรณ์ออมทรัพย์ ทั้งที่เป็นของจำเลยและสามีโดยชอบด้วยกฎหมาย
        3. ทนาย 

ชอบ + 229    IP:      ตอบเมื่อ : Fri 21 November 08 , 20:14


  พยาบาลชนบทผู้อ่อนต่อโลก
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 42

ขอบคุณkhokphoมากค่ะ 
แบบว่าดิฉันไม่อยากมีเรื่องกับเค้า แบบว่ารู้สึกอายที่จะไปถามบ่อยๆๆๆ เค้าก็ไม่เคยเอาเงินมาให้สักที มีแต่ดิฉันต้องไปถาม ถามมากกว่า 30 ครั้งแล้ว เขาดูเฉยๆๆๆไม่สนใจเลยค่ะ

ชอบ + 223    IP:      ตอบเมื่อ : Fri 21 November 08 , 21:36


  Brownie
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 43

มีปัญหามาสอบถามคะ

คือว่าคุณน้าต้องการขอประนอมหนี้กับธนาคาร และธนาคารก็ยอมให้ประนอมหนี้แล้ว  เพียงแต่อยากทราบแบบของหนังสือขอประนอมหนี้คะ ว่าเขียนแบบไหน โดยมีเงื่อนไขดังนี้คะ
   1. ขอชำระหนี้จำนวน 400,000 บาท พร้อมค่าใช้จ่ายต่างๆ 12,500 บาท รวมเป็นเงินที่ขอชำระหนี้ ไม่เกิน 412,500 บาท โดยขอชำระหนี้ภายใน 3 เดือน
   2. ขอไถ่ถอนทรัพย์จำนอง และขอยกเลิกการล้มละลาย

   ขอบคุณมากๆคะ

ชอบ + 240    IP:      ตอบเมื่อ : Sun 23 November 08 , 11:19


  khokpho
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 44

         การประนอมหนี้กับธนาคาร กรณ๊ที่ยังมิได้มีการฟ้องร้องดำเนินคดีนั้นทางปฎิบัติธนาคารจะเป็นฝ่ายจัดทำเอกสารสัญญาต่างๆขึ้นเอง ฝ่ายท่านเพียงอ่านทำความเข้าใจตามเนื้อความว่าถูกต้องตรงความประสงค์หรือไม่ หากต้องการให้เพิ่มเติมความตอนใดก็แจ้งให้ธนาคารทราบ ถ้าธนาคารยินยอมตามนั้นก็จะพิมพ์ข้อความเช่นที่ว่าเพิ่มเติมให้ครบถ้วนตามความประสงค์ของทั้งสองฝ่าย
         หนี้เพียง 4 แสนกว่าบาท ไม่เข้าเงื่อนไขที่จะเป็นบุคคลล้มละลาย จึงไม่ต้องกังวลในส่วนนี้       

ชอบ + 218    IP:      ตอบเมื่อ : Sun 23 November 08 , 12:26


  Brownie
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 45

 ขอบคุณคะ คุณ khokpho 

ลืมบอกข้อเท็จจริงเพิ่มเติมคะว่า  ตอนนี้ธนาคารฟ้องล้มละลายและศาลสั่งล้มละลายแล้ว  เพียงแต่ว่าตอนนี้ได้คุยกับทางธนาคารเพื่อขอชำระหนี้และทางธนาคารได้ยื่นข้อเสนอมาว่าให้ชำระ 412,500 บาท ทางคุณน้าก็เลยต้องการทำหนังสือขอประนอมหนี้คะ และไม่ต้องการให้บ้านที่จำนองโดนบังคับคดีออกขายทอดตลาด จึงอยากทราบว่าจะทำหนังสือแบบไหนที่จะเสนอขอประนอมหนี้กับทางธนาคารได้คะ

ขอบคุณคะ

ชอบ + 231    IP:      ตอบเมื่อ : Sun 23 November 08 , 13:04


  khokpho
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 46

          แสดงว่าเป็นคดีที่ฟ้องร้องกันมาก่อนหลายปีและฟ้องก่อนที่จะมีการแก้ไขกฎหมายว่าบุคคลธรรมดาจะล้มละลายได้ต้องมีหนี้เกิน 1 ล้านบาทขึ้นไป 
         หากมีเจ้าหนี้รายเดียวคือธนาคาร ปัญหาการประนอมหนี้ก็คงไม่ยุ่งยาก แต่ไม่ทราบว่าเงิน 4 แสนกว่าบาทนั้นเป็นการชำระหนี้ทั้งหมดแล้วหรือไม่
         การชำระหนี้ดังกล่าวควรกระทำผ่านเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เมื่อชำระแล้วโจทก์จะทำการถอนการยึดทรัพย์ แล้วเข้าสู่ขั้นตอนการยื่นคำร้องขอศาลมีคำสั่งเพิกถอนการล้มละลายต่อไป
        หนังสือขอประนอมหนี้ไม่มีแบบแน่นอนตายตัว ท่านเพียงบรรยายความไปตามข้อเท็จจริงและความประสงค์ โดยสาระสำคัญว่าธนาคารได้ฟ้องร้องในวงหนี้เท่าไร ท่านประสงค์จะชำระหนี้นั้นเมื่อไร อย่างไร และระหว่างรอการพิจารณาอนุมัติขอให้ธนาคารงดการบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึด

ชอบ + 235    IP:      ตอบเมื่อ : Sun 23 November 08 , 13:27


dek_bio_law50
สมาชิก
ตอบ : 1

ความเห็นที่ 47

มีปัญหาขอปรึกษาค่ะ  
คือว่าแม่ของดิฉันเซ็นสัญญาเงินกู้ที่ไม่ได้ระบุจำนวนเงินค่ะ  แล้วขณะนี้เจ้าหนี้ได้ระบุจำนวนเงินที่กู้เกินจริง  จากการกู้เงินจำนวน  4500 บาท  แต่พิมพ์สัญญาเป็นจำนวนเงิน  45000 บาท  แล้วขณะนี้เจ้าหนี้ได้นำไปฟ้องและมีหมายศาลออกมาที่บ้าน  ซึ่งจำนวนเงินที่ระบุไม่เป็นความจริง อีกทั้ง แม่ของดิฉันก็เซ็นสัญญาที่ไม่ได้ระบุจำนวนเงินด้วย  ขณะนี้ดิฉันควรจะทำอย่างไรดีคะ  เพราะขณะนี้มีหมายศาลมาที่บ้านแล้ว 
อีกทั้งเจ้าหนี้รายนี้ทำเช่นนี้กับลูกหนี้ทุกคนที่เซ็นสัญญาที่ไม่ได้ระบุจำนวนเงิน ขอความกรูณาให้คำปรึกษาด้วยนะคะ  ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ

ชอบ + 231    IP:      ตอบเมื่อ : Sun 23 November 08 , 15:32


  khokpho
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 48

ตอบdek
           คำพิพากษาฎีกาที่ 1539/2548 เจ้าหนี้กรอกจำนวนเงินกู้ผิดจากความเป็นจริงลงในสัญญากู้ที่มิได้ระบุตัวเลขตั้งแต่แรก โดยผู้กู้มิได้ยินยอม สัญญากู้ฉบับนี้จึงเป็นเอกสารปลอม และถือว่าเจ้าหนี้มิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินเป็นหนังสือ จึงไม่อาจฟ้องบังคับคดีได้
          และลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดในหนี้กู้ยืมเดิมซึ่งมิได้ระบุจำนวนเงินในสัญญากู้แม้ตามคำให้การต่อศาลของลูกหนี้ยอมรับว่าเป็นหนี้ เหตุเอกสารปลอมและมิได้มีหลักฐานการกู้ตามกฎหมายย่อมผูกพันไปถึงผู้ค้ำประกันของผู้กู้ซึ่งต้องชำระหนี้อย่างเดียวกัน ถือเป็นการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกกันได้ เจ้าหนี้จึงไม่อาจเรียกคืนหนี้เดิมหรือหนี้ใหม่ที่กรอกตัวเลขบิดเบือนได้ซึ่งก่อความเสียหายอย่างหนักสืบเนื่องจากเจตนาทุจริตของตนที่กรอกตัวเลขไม่เป็นความจริงอันทำให้สัญญากู้กลายเป็นเอกสารปลอมและส่งผลให้ลูกหนี้ไม่ต้องใช้หนี้เดิมแท้จริงไปด้วย 
         แต่ผลสำฤทธิ์เช่นที่กล่าวข้างต้นจะเกิดขึ้นได้ก็โดยทนายความเข้าช่วยเหลือต่อสู้คดี

ชอบ + 235    IP:      ตอบเมื่อ : Sun 23 November 08 , 15:45


  คนไทยด้วยกัน
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 49

คือ มีคนอ้างว่าเป็น สารวัตร สน.หนึ่ง โทรมา หา ผม บอกว่า บริษัทกฎหมายแห่งหนึ่ง ซึ่งได้ ซื้อหนี้มาจากบริษัท อีซี่บาย แล้วบริษัทกฎหมายแห่งนี้ก็แจ้งข้อหายักยอกทรัพย์ เค้าบอกว่าเป็นคดีอาญาผมจะติดคุก สารวัตรคนนี้ ก็ให้ ผม โทรไปเคลียร์กับบริษัทกฎหมายนี้ พอผมโทร ไป เค้า ก็จะให้ ผม ชำระหนี้ จำนวน 24990 บาท และ ถ้าจะให้เค้าระงับการฟ้อง ผมต้องโอนเงินให้ 10000 บาทก่อน ภายในวันนั้น 
    แต่ที่สำคัญ คือ ผมได้ ผิดนัดชำระการผ่อนชำระเงินกู้ ตั้งแต่ ปี 2544 
อยากทราบว่า กรณีนี้ เค้า จะ ฟ้องผมได้หรือป่าว 
    และ ผมได้โทรไป สน.ที่ สารวัตรคนนี้ อ้างถึง ปรากฎว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ชื่อนี้ 
   แล้วผมควรทำอย่างไร ใครรู้ รบกวนช่วยตอบที

ชอบ + 211    IP:      ตอบเมื่อ : Mon 24 November 08 , 15:18


Page •  1   2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  15  16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36 
ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง LAWYERTHAI.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป

ออกแบบเว็บไซต์โดย Gomew Co., Ltd.