หน้าแรก   เกี่ยวกับเรา   บริการของเรา  ติดต่อเรา  สนับสนุนเรา  สมุดเยี่ยม
    • ติดตาม lawyerthai ผ่านทาง /lawyerthai  /iamlawyerthai
close [x]
close [x]

Our Partners | รีวิว ร้านอาหาร เชียงใหม่ | รีวิว ที่เที่ยว เชียงใหม่ | รีวิว ที่พัก เชียงใหม่ | Chiang Mai Thailand | Chiang Mai Travel | Chiang Mai Travel Guide | Chiang Mai Boutique Hotel | กฎหมาย | ปรึกษากฎหมายฟรี | Detox Chiang Mai | Chiang Mai Wedding Planner | จัดงานเลี้ยง เชียงใหม่
Home
  ข้อมูลส่วนตัว(Profile)ข้อมูลส่วนตัว(Profile)   เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)     สมัครสมาชิก(Register)สมัครสมาชิก(Register) 

เวลาขณะนี้ Sun 21 December 14 22:46

กระดานสนทนากฎหมาย

lawyerthai lawyerthai
 



รับปรึกษาคดีความและปัญหาข้อกฎหมาย ฟรี
Page  1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  •  15   16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90 

  khokpho
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 280

ตอบ pikky
          ให้ยืมเงินโดยไม่ทำสัญญาหรือไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ เจ้าหนี้ฟ้องร้องบังคับไม่ได้
           ท่านพยายามติดต่อให้ผู้กู้ทำหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อก่อน หรือให้พี่สาวทำหนังสือรับใช้หนี้แทนลงลายมือชื่อไว้ก็ได้

ชอบ + 113    IP:      ตอบเมื่อ : Fri 27 February 09 , 06:40


pikky
สมาชิก
ตอบ : 4

ความเห็นที่ 281

ขอบคุณคร้าสำหรับคำตอบ

ดิฉันมีปัญหาอีกอย่างซึ่งเกิดขึ้นในปัจจุบัน
...คือว่าเรื่องเกิดตั้งแต่ต้นเดือนมกราคมแล้วคือ  ดิฉันอยู่หอพักเดียวกันกับแฟนแต่พักคนละห้อง ส่วนแฟนอยู่กับเพื่อนบ้านคนหนึ่ง วัน1ดิฉันกลับมาหอพร้อมแฟนประมาณทุ่มกว่า  และจะออกไปกินหมูกะทะกันกับเพื่อนของดิฉันซึ่งวันนั้นเพื่อนมาขอค้างที่ห้องดิฉัน  และวันนั้นดิฉันคิดว่าจะไปนอนห้องแฟน และก่อนออกไปได้บอกแฟนว่าขอเอาโทรศัพท์ไปว่างไปที่ห้องแฟนน่ะ  แฟนดิฉันตกลงและรอข้างล่างหอ  (ซึ่งตอนนั้นน้องเพื่อนบ้านไม่อยู่)และไปกินหมูกระทะกัน แต่พอกลับมาปรมาณ4ทุ่มดิฉันกลับมาที่ห้องแฟนซึ่งมีน้องเพื่อนบ้านของแฟนเข้ามาแล้วและโทรศัพท์ได้หายไปแล้ว  จึงลงไปดูกล้องวงจรปิดของทางหอพัก ซึ่งในเวลาที่โทรศัพท์หายนั้นมีแค่ดิฉันกับน้องชายเพื่อนบ้านของแฟนเท่านั้น  ดิฉันและแฟนได้ถามน้องชายแต่น้องไม่ยอมรับอาไรเลย 

**ในกรณีนี้จะทำอย่างไรได้บ้างคร้า 



ต่อจากกรณีแรก(ข้อความข้างบนนี้)น่ะคร้า>>  ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมานี้เอง   ดิฉันอดใจไม่ไหวได้เข้าไปทำร้ายร่างกายโดยใช้ไม้กวาดไปตีน้องชายเพื่อนร่วมห้องของแฟนและทำโน๊ตบุ๊คและโทรศัพท์เสียหายหล่น   เนื่องจากตลอดเวลาที่ผ่านมาจาก  เดือน มกราคม ในวันที่โทรศัพท์หาย  น้องชายเพื่อนบ้านแฟนดิฉันมีพิรุด ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน  หนีหน้าตลอด  (หลายอย่างมาก)  ดิฉันได้ติดต่อสอบถามกลับทางพ่อแม่ของเพื่อนร่วมห้องของแฟนตลอด   ซึ่งทางฝ่ายโน้นไม่มีท่าทีจะตื่นเต้นอะไรเลยและพูดเข้าข้างลูกของตยเองตลอด   จนเกิดเรื่องนี้ขึ้นพ่อแม่ของเพื่องร่วมห้องแฟนดิฉันได้เข้ามาเจรจา    
  
เขามาชี้หน้าดิฉันและขู่ว่า  "มึงติดคุกแน่"   
"กูนี้เป็นตำรวจตั้งแต่มึงยังไม่เกิดเลย" พร้อมยกบัตรแสดงตนเป็นตำรวจให้ดิฉันดู  ซึ่งเขาไม่ฟังดิฉันพูดเลย แถมว่าไปถึงพ่อแม่ของดิฉันอีก 


 หลังจากนี้เขาก็บอกว่าจะถอนแจ้งความหากดิฉันรับผิดชอบ
ดิฉันจึงให้ผู้ใหญ่ทางดิฉันคุยกับพ่อของฝ่ายโน้นแล้ว  และตกลงว่าจะรับผิดชอบของที่เสียหาย (เขาก็บอกว่าจะถอนแจ้งความหากดิฉันรับผิดชอบ ) แต่น้าดิฉันบอกเขาว่าขอดูของที่เสียหายและจะชดใช้ตามเห็นสมควร   แต่ฝ่ายโน้นกับโวยวายและบอกว่า  "ของที่พังแล้วจะซ่อมคงไม่ได้จะให้ดิฉันซื้อของให้ใหม่เลย" ซึ่งดิฉันคิดว่ามันไม่ถูก



ในกรณีนี้ดิฉันจะถูกฟ้องเรื่องอะไรบ้างค่ะ 
แล้วมีวิธีแก้ไขอย่างไรบ้าง 

แล้วเรื่องชดใช้ดิฉันต้องซื้อให้เขาใหม่เลยไหมค่ะ
 ช่วยตอบทีน่ะค่ะ 

--------------------------------------------------------------------------------
 

ชอบ + 118    IP:      ตอบเมื่อ : Sat 28 February 09 , 00:33


  khokpho
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 282

ตอบ pikky
         กรณีทำให้เสียทรัพย์จะเป็นความผิดทางอาญาได้ก็ต่อเมื่อผู้กระทำมีเจตนาหรือตั้งใจที่จะทำให้ทรัพย์นั้นเสียหาย แต่หากว่าทรัพย์ที่เสียหายเกิดจากการกระทำโดยประมาท ไม่ถือเป็นความผิดทางอาญา แต่ผู้กระทำต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่ง
         ผู้เสียหายเรียกร้องค่าเสียหายได้เท่าทีมีจริง ผู้กระทำผิดสามารถเลือกชดใช้ค่าเสียหายโดยวิธีการซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพเหมือนเช่นปกติได้

ชอบ + 114    IP:      ตอบเมื่อ : Sat 28 February 09 , 08:06


  วิงวอน
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 283

ดิฉันขอปรึกษาเรื่องที่ดินตาบอดคือบ้านที่อยู่อาศัยอยู่ติดกับทางเดินเก่าซึ่งอาศัยเดินมาเกือบร้อยปีแล้ว
ต้องผ่านสวนของคนในหมู่บ้านหลายคน เป็นทางเดินของหมู่บ้านทะลุได้สองทางยาวประมาณเกือบ๒กิโล แต่ทางที่ดิฉันใช้เป็นเส้นทางออกประจำคือห่างจากปากทางเดินประมาณ ๓๐๐ เมตร ซึ่งได้อาศัยจอดรถไว้กับเพื่อนบ้านตรงปากทางเดินนี้ ต่อมาเจ้าของที่ดินซึ่งดิฉันใช้ัเดินผ่านทางปลูกสร้างบ้านทับทางเดินเดิมทำให้เดินออกทางเดินเดิมไม่ได้ จะทำอย่างไรกับปัญหานี้ เพราะเจ้าของที่นี้มีที่ดินปิดล้อมที่อยู่ของดิฉันเป็นรูปตัว L ที่ดินของดิฉันอยู่ในตัว L ไม่มีทางออกเลย จะฟ้องให้เปิดตัดจากตัว L ให้เป็นทางจำเป็นได้หรือไม่ เพราะยินดีซื้อทางออกเพื่อจะไ้ด้นำรถเข้าบ้าน ทุกวันนี้ลำบากมาก จะสู้ในเรื่องนี้ได้หรือไม่ เพราะขณะนี้เขากำลังสร้างบ้านทับทางเดินออกไม่ได้เลย แต่ทางพี่น้องของเขาได้อนุญาติให้เดินผ่านบ้านได้ชั่วคราวแต่อยากได้สิทธิในทางเดินเก่ามากกว่า เนื่องจากทางชั่วคราวนี้ต้องผ่านที่ของญาติที่กำลังปลูกบ้าน ซึ่งได้ประกาศว่าจะปิดทางชั่วคราวนี้อีกแล้วจึงขอเรียนถามว่าดิฉันจะสู้เรื่องทางจำเป็น หรือทางภาระจำยอมได้หรือไม่ แล้วการที่มีทางออกอีกทางหนึ่งซึ่งห่างเดินทางจากบ้านไปออกเส้นทางนั้นเป็นระยะทางประมาณกิโลกว่า จะเป็นเหตุฟ้องขอเปิดทางตรงจากบ้านซึ่งต้องผ่านที่ดินของเจ้าของที่ที่เป็นรูปตัว L ออกเป็นสองส่วนได้หรือไม่ เป็นเส้นทางประมาณ ๘๐๐ เมตร ขอเบอร์ติดต่อเพื่อปรึกษาด้วยค่ะ เพราะดิฉันมีพี่น้องซึ่งไม่มีการศึกษาสูงมากนัก ขอทราบโดยด่วนค่ะ เดือดร้อนมาก    

ชอบ + 144    IP:      ตอบเมื่อ : Sat 28 February 09 , 10:01


  khokpho
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 284

ตอบ วิงวอน
          กรณีใช้ที่ดินของท่านถูกที่ดินของผู้อื่นปิดล้อมและได้ใช้ที่ดินของบุคคลอื่นเป็นเส้นทางผ่านเข้าออกสู่ทางสาธารณะมาเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปีแล้ว ที่ดินของผู้อื่นในส่วนที่ถูกใช้เป็นเส้นทางนั้นจึงตกเป็นภาระจำยอมของท่านตามกฎหมายแล้ว เจ้าของที่ดินจะทำการปิดกั้นเส้นทางนั้นมิได้
          ท่านต้องรีบดำเนินการฟ้องร้องให้ศาลมีคำพิพากษาให้ที่ดินดังกล่าวนั้นตกเป็นทางภาระจำยอม ซึ่งกรณีนี้ท่านมิจำต้องจ่ายเงินชดใช้ค่าที่ดินแต่อย่างใด
          ขณะยื่นฟ้องท่านต้องร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองประโยชน์ชั่วคราว(เป็นกรณีฉุกเฉิน) ศาลจะทำการไต่สวนคำร้องขอนั้นทันทีและหากศาลเห็นว่าหากปล่อยให้จำเลยก่อสร้างบ้านต่อไปจะเป็นเหตุให้ท่านไม่มีทางผ่านเข้าออกสู่ทางสาธารณะได้ ศาลท่านก็จะมีคำสั่งห้ามจำเลยก่อสร้างบ้านปิดกั้นเส้นทางนั้นชั่วคราวจนกว่าจะมีคำพิพากษาต่อไป

ชอบ + 119    IP:      ตอบเมื่อ : Sat 28 February 09 , 12:42


  maintenance
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 285

เป็นหนี้สินเชื่อและถูกฟ้อง ไม่ได้ไปขึ้นศาล ทางตัวแทน(ทนาย)สินเชื่อ 
บอกว่าคดีสิ้นสุดต้องถูกอายัดรายได้ 30% ต้องทำอย่างไรบ้าง
ขอความคิดเห็นว่าสามารถแก้ไขอย่างไรได้บ้าง หรือลดจาก 30% ให้เหลือน้อยกว่านี้ เพราะลูกก็ยังเล็ก แฟนก็ตกงาน เงินเดือนก็ไม่ขึ้น บ้านก็ต้องเช่า เศรฐกิจแบบนี้แย่ครับ ช่วยแนะนำหน่อยครับ
ผมอยากทราบวิธียื่นคำร้องไปที่ศาล ขอศาลมีคำสั่งให้ลดจำนวนเงินที่อายัดแต่ละเดือน ต้องทำอย่างไรบ้างมีเอกสารอะไรบ้าง และยื่นที่ไหนบ้าง ผมไม่มีความรู้ด้านนี้จริงเลยครับ.......ขอบคุณครับ

ชอบ + 129    IP:      ตอบเมื่อ : Sun 1 March 09 , 11:39


  maintenance
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 286

เป็นหนี้สินเชื่อและถูกฟ้อง ไม่ได้ไปขึ้นศาล ทางตัวแทน(ทนาย)สินเชื่อ 
บอกว่าคดีสิ้นสุดต้องถูกอายัดรายได้ 30% ต้องทำอย่างไรบ้าง
ขอความคิดเห็นว่าสามารถแก้ไขอย่างไรได้บ้าง หรือลดจาก 30% ให้เหลือน้อยกว่านี้ เพราะลูกก็ยังเล็ก แฟนก็ตกงาน เงินเดือนก็ไม่ขึ้น บ้านก็ต้องเช่า เศรฐกิจแบบนี้แย่ครับ ช่วยแนะนำหน่อยครับ
ผมอยากทราบวิธียื่นคำร้องไปที่ศาล ขอศาลมีคำสั่งให้ลดจำนวนเงินที่อายัดแต่ละเดือน ต้องทำอย่างไรบ้างมีเอกสารอะไรบ้าง และยื่นที่ไหนบ้าง ผมไม่มีความรู้ด้านนี้จริงเลยครับ.......ขอบคุณครับ

ชอบ + 126    IP:      ตอบเมื่อ : Sun 1 March 09 , 11:41


  วิงวอน2
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 287

ขอขอบคุณค่ะ คุณ khokpho ขอเรียนถามเพิ่มเติมว่า 
1. กรณีที่ปิดทางด้านที่กำลังก่อสร้างบ้านนั้น แต่มีทางเดินเก่าเส้นเดียวกันกับที่ปลูกบ้านทับทาง แต่ต้องเิดินอ้อมประมาณกิโลกว่า เพื่อจะมาใช้รถยนต์ที่เช่าจอดไว้ตรงปากทางเส้นที่ปลูกบ้าน(ห่างประมาณ 300 เมตร จะเป็นข้ออ้างจะไม่เปิดทางนี้ได้หรือไม่
2. จากกรณีนี้จะใ้ช้เป็นข้ออ้างฟ้องร้องให้เจ้าของที่ดินอีกที่หนึ่งซึ่งมีที่ดินติดกับถนนสาธารณะเปิดทางให้เป็นทางจำเป็นได้หรือไม่ (เจ้าของที่ดินที่ติดกับถนนสาธารณะเป็นญาติกับเจ้าของที่กำลังปลูกสร้างบ้าน)
กราบขอบพระคุณค่ะ 

ชอบ + 115    IP:      ตอบเมื่อ : Sun 1 March 09 , 12:32


  khokpho
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 288

ตอบ maintenance
   ยื่นคำร้องที่ศาลเดิม(ที่ถูกฟ้อง)
   เอกสาร - ใบรับรองเงินเดือน บัญชีรายจ่ายแต่ละเดือนพร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง อาทิ ค่าเช่าบ้านพร้อมใบเสร็จค่าเช่า
   ควรให้ทนายเป็นผู้จัดทำคำร้อง ซึ่งจะมีค่าดำเนินการไม่สูงนัก พร้อมค่าส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์
   ศาลจะทำการไต่สวนว่ามีเหตุสมควรลดหย่อนให้ตามคำขอหรือไม่

ชอบ + 115    IP:      ตอบเมื่อ : Sun 1 March 09 , 12:41


  khokpho
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 289

ตอบ วิงวอน
    เจ้าของที่ดินจะอ้างว่าท่านสามารถใช้เส้นทางอื่นเพื่อปิดทางเดิมเช่นว่ามิได้ เพราะทางเดิมตกเป็นภาระจำยอมด้วยอายุความแล้ว ส่วนทางอื่นหรือเส้นทางที่จะเกิดใหม่หาได้ตกเป็นทางภาระจำยอมไม่ หากท่านเปลี่ยนหรือยอมใช้เส้นทางใหม่ท่านมิได้สิทธิภาระจำยอมจนกว่าจะใช้ติดต่อกันแล้วเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี ซึ่งอาจจะทำให้รูปการณ์ต่าง ๆ พลิกผันเสียหายได้
     เมื่อเส้นทางเดิมที่ท่านใช้เป็นทางผ่านเข้าออกสู่ทางสาธารณะไม่ว่าจะผ่านที่ดินของบุคคลใดก็ตาม หากได้ใช้มาเกิน 10 ปี ที่ดินนั้นตกเป็นภาระจำยอมทั้งสิ้น

ชอบ + 113    IP:      ตอบเมื่อ : Sun 1 March 09 , 12:54


  วิงวอน
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 290

ขอเรียนถามเพิ่มเติมค่ะว่า กรณีที่ฟ้องเป็นทางภาระจำยอมจะต้องรวบรวมรายชื่อผู้ที่ใช้ทางนี้ให้มาก ๆ ด้วยหรือไม่ เพราะทางหมู่บ้านแนะนำว่าควรต้่องรวบรวมรายชือผู้ใช้ทางนี้ด้วย แต่ตามข้อเท็จจริงมีครอบครัวดิฉันครอบครัวเดียวที่ต้องใช้ทางเดินนี้กับญาติที่มีที่ดินทำสวนใช้เป็นทางเดินเข้าออกแต่มิได้อาศัยอยู่ จะต้องเตรียมเอกสารหรือหลักฐานอย่างไรในการฟ้องร้อง

ชอบ + 113    IP:      ตอบเมื่อ : Sun 1 March 09 , 13:17


  khokpho
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 291

ตอบ วิงวอน
        ที่ดินตกเป็นภาระจำยอมของที่ดินแปลงอื่น มิใช่ตกเป็นภาระจำยอมของคนใช้ที่ดิน ดังนั้นคนที่ใช้ที่ดินของบุคคลอื่นเป็นทางเข้าออกแต่มิได้มีที่ดินอยู่ด้านหลังย่อมไม่ได้สิทธิภาระจำยอม
        ตามข้อเท็จจริง ผู้มีสิทธิฟ้องและได้สิทธิภาระจำยอม คือ ท่านและบริวารในครอบครัว กับ ญาติของท่านซึ่งมีที่ดินสวนอยู่ด้านหลัง 
        พยานบุคคลที่จำเป็น คือ บุคคลที่ยืนยันว่าท่านได้ใช้เส้นทางตามฟ้องมาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปี ส่วนบุคคลอื่นเป็นเพียงพยานแวดล้อมใช้ยืนยันแต่ว่ามีเส้นทางตามฟ้องอยู่จริง 
        คดีเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องใช้พยานมาก แต่ควรขอให้ศาลออกเดินเผชิญสืบ (ดูสถานที่จริง)

ชอบ + 154    IP:      ตอบเมื่อ : Sun 1 March 09 , 13:32


  สงสารแม่
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 292

ขอเรียนถามคุณkhokphoและคุณเกิดผลครับ

เรื่องมีอยู่ว่าน้องชายผม เพื่อนเขาและแฟนของเพื่อนถูกล่อซื้อยาบ้าที่โคราช
ของกลางที่จับได้จำนวน 101 เม็ด ซึ่งทั้งสามคนก็รับสารภาพแต่โดยดี 
แต่เมื่อไปถึงสภอ.แล้วตำรวจตรวจค้นเพิ่มได้อีก 2 ห่อ ห่อละ 200 เป็น400เม็ด ค้นได้จากกระปุกเกียร์รถปิกอัพที่เขาขับไป
ทั้งสามคนไม่รู้เรื่องของยาที่ค้นพบในครั้งหลังนี้ ทั้งสามคนนี้ จึงไม่มีใครยอมรับ

ก่อนหน้านี้ รถคันนี้เคยถูกพ่อเลี้ยงของเพื่อนน้องชายผมใช้อยู่
แต่พ่อเลี้ยงของเขาถูกจับพร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 8000 เม็ดและตอนนี้ยังอยู่ในเรือนจำ

ผมอยากทราบว่าคดีนี้จะออกมายังไง เพราะเด็กทั้งสามคน(เยาวชนหนึ่งคน)เขายอมรับไปแล้วในจำนวน 101 เม็ด
แต่อีก 400 ที่เหลือไม่มีใครยอมรับ ตำรวจจะต้องสืบจำนวน 400 ที่เหลือต่อไป
หรือตำรวจจะดำเนินการอย่างไรครับ
ตำรวจบอกว่าให้พวกเขายอมรับไปเถอะ เพราะจะได้ลดโทษลงกึ่งหนึ่ง

ที่น่าสังเกตคือสีของยาจำนวน 101 กับ 400 เม็ดนี้ก็คนละสีกัน
เป็นไปได้หรือไม่ว่า400นี้เป็นของพ่อเลี้ยงคนที่ถูกจับกุมตัวไปแล้วครับ

ตอนแรกพวกเขาว่าจะยอมรับเพราะอยากได้รับการลดโทษ แต่ผมไม่อยากให้รับ เพราะมันไม่ยุติธรรมกับน้องผมเลย
สุดท้ายเขาเลยเขียนจดหมายออกมาจากเรือนจำว่าให้หาทนายสู้ให้ด้วย
สู้ในที่นี้คือสู้จำนวน 400 ที่เหลือนะครับ
ส่วน 101 เม็ดพวกเขายอมรับครับ

จะว่าไปตัวเขาเองไม่เคยจำหน่ายมาก่อน เคยแต่เสพเอง แต่เพื่อนกับแฟนเพื่อนเขาเคยทำกันมาก่อน
แต่การล่อซื้อครั้งนี้ คนที่ล่อซื้อ(รู้จักน้องของผม) เขาบอกว่าคนที่ทางตำรวจต้องการตัวคือเพื่อนของน้องผมเท่านั้น
เพื่อนของน้องผมเขาให้น้องของผมพาไปซื้อ เนื่องจากน้องผมคงรู้ว่าจะซื้อได้จากที่ใคร
และให้ไปส่งของที่โคราชด้วยกันด้วย โดยบอกว่าจะแบ่งกำไรจากการขายในครั้งนี้ให้ โดยเงินที่ใช้ซื้อของก็ไม่ใช่เงินน้องของผมเลย

ของกลางที่เป็นโทรศัพท์ทั้ง 3 เครื่องก้อไม่มีของเขา ตัวเขาเองไม่มีอะไรเลย เหมือนถูกจ้างให้พาไปซื้อของและไปส่งของด้วย
แบบนี้น้องผมจะได้รับโทษเท่ากับเพื่อนของเขาหรือเปล่าครับ และจะชี้แจงเรื่องการพาไปซื้อไปส่งกับศาลเพื่อให้มีการลดโทษได้หรือเปล่าครับ 
หรือเขาจะได้รับโทษในข้อหาจำหน่ายด้วยไปเลยครับ

ตอนนี้ผมสงสารแม่ที่ต้องเดินทางไปเยี่ยม สุขภาพก็ไม่ค่อยดี ต้องเดินทางจากกรุงเทพไปโคราชบ่อยๆ เงินทองก็ไม่มี ลางานบ่อยๆก็ไม่ได้
และไม่รู้จะหาทนายที่ไหนไปช่วย โทรไปปรึกษาทนายที่โคราช เขาก็บอกให้ประกันตัวออกมาก่อน ให้เช่าหลักทรัพย์ค้ำประกันเป็นแสน พวกผมคงไม่มีเงิน

ขนาดนั้นหรอกครับ ตอนนี้ผมก็หาข้อมูลเรื่องทนายอาสา กับทนายขอแรงไว้ แต่ยังไม่ได้ความสักเท่าไหร่เลยครับ  

คุณkhokphoและคุณเกิดผลพอจะให้คำปรึกษาในคดีนี้ได้ไหมครับ ว่าผมควรจะทำอย่างไรดี มันมืดแปดด้านไปหมดเลยครับ

ขอบคุณครับ

ชอบ + 111    IP:      ตอบเมื่อ : Mon 2 March 09 , 15:54


  took
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 293

ขอเรียนถาม ปัญญาสัญญาบ้านค่ะ
  คือว่าเมื่อปีที่แล้ว 2551 เดือนมีนาคม ได้ทำสัญญาซื้อขายกับโครงการบ้านจัดสรรแห่งหนึ่งแถวคลอง 1 ปทุมธานี และผ่อนดาวบ้านตามสัญญาซื้อขายมาได้จนจะสิ้นปี2551ค่ะ และในสัญญาระบุว่าบ้านจะสร้างเสร็จภายใน เมษายน ปี2552 แต่ทางโครงการไม่มีความคืบหน้าใดที่จะแสดงให้เห็นว่าจะทำการก่อสร้างบ้าน ได้ติดต่อสอบทางไปทางโครงการบ้านเขาก็แจ้งว่าทางบริษัทใหญ่มีปัญญาด้านการเงินจึงยังไม่ก่อสร้าง และพนักงานก็แนะนำให้ทำหนังสือหยุดผ่อนชำระ ซึ่งดิฉันก็ทำตามเขา  ซึ่งเขามีแบบฟอร์มให้กรอก แล้วก็ส่งเรื่องเข้าที่บริษัทใหญ่( มีผู้ซื้อรายอื่น ๆ เขาก็ทำแบบเดียวกันค่ะ )หลังจากนั้น 1 เดือนคือเดือนตุลาคม. ดิฉันเข้าไปที่โครงการบ้านอีกครั้งเพื่อดูความคืบหน้าของโครงการ แต่ก็พบว่ามีสภาพเหมือนเดิมไม่มีการก่อสร้างใด ๆ ดิฉันจึงถามพนักงานที่เป็นฝ่ายขาย เขาก็บอกว่ามีปัญญาด้านการเงินเหมือนเดิม พนักงานก็เลยแนะนำให้ทำหนังสือเพื่อขอเงินคือจากทางโครงการ ดิฉันก็ทำตามทีเขาแนะนำ  ( ในสัญญาซื้อขายก็ระบุว่าถ้าบ้านไม่แล้วเสร็จตามสัญญาเขาจะคืนเงินให้พร้อมดอกเบี้ย)เพราะว่าผ่อนไปเป็นเงินเยอะแล้วประมาณ 110,000 บาท  และพนักงานก็แจ้งว่าจะทราบผลภายใน 3 เดือน  ถ้านับจาก เดือน พ.ย.แล้ว ก็เลยมาเดือนกว่าแล้ว โทรไปถามที่โครงการเขาบอกไม่ได้ และเขาก็บอกถ้าอยากได้เร็วต้องไปฟ้องเอา
จึงอยากจะเรียนถามว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรค่ะถ้าจะฟ้องเอาเงินคืน และถ้าฟ้องจะได้เงินคืนหรือเปล่าค่ะ

รบกวนช่วยตอบด้วยนะค่ะเพราะตอนนี้เดือดร้อนมากค่ะ

ชอบ + 105    IP:      ตอบเมื่อ : Mon 2 March 09 , 17:22


janny2008
สมาชิก
ตอบ : 11

ความเห็นที่ 294

คดีฉ้อโกง มาตรา 341 
สามารถยอมความกันได้หรือไม่ค่ะ?
สามารถถอนฟ้องได้มั้ยค่ะ?
โทษที่จะได้รับถ้าพิพากษาว่าผิดจริง ต้อง ติดคุก สถานเดียวหรือไม่ค่ะ?
มีโทษปรับได้หรือไม่ค่ะ?

ชอบ + 117    IP:      ตอบเมื่อ : Mon 2 March 09 , 19:29


  khokpho
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 295

ตอบ took
    ไปพบทนายความ ทำหนังสือบอกเลิกการซื้อบ้าน ฟ้องเรียกเงินทั้งหมดคืน พร้อมดอกเบี้ย

ชอบ + 116    IP:      ตอบเมื่อ : Wed 4 March 09 , 12:33


  khokpho
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 296

ตอบ janny
   ยอมความได้ ถอนฟ้องได้ รอการลงโทษได้ ปรับได้

ชอบ + 106    IP:      ตอบเมื่อ : Wed 4 March 09 , 12:37


  khokpho
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 297

ตอบ สงสาร
 อัตราโทษที่จะได้รับ มิได้ขึ้นอยู่กับจำนวนของกลาง แต่อยู่กับฐานความผิด

ชอบ + 113    IP:      ตอบเมื่อ : Wed 4 March 09 , 12:42


  janny2008
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 298

ใบนัดของศาล เขียนว่า "นัดพร้อม" หมายถึงอะไรค่ะ? แล้วจะตัดสินความในวันนัดเลยหรือไม่ค่ะ? 
ให้โจทย์ซึ่งเป็นอัยการถอนฟ้อง กระทำในวันขึ้นศาลได้หรือไม่ค่ะ?
ถ้าวันที่ศาลนัด ฝ่ายเรา(จำเลย) ไม่มีทนาย ทางศาลท่านจะมีทนายให้หรือไม่ค่ะ? และต้องเสียค่าทนายหรือไม่ค่ะ? เท่าไรค่ะ? 

ชอบ + 115    IP:      ตอบเมื่อ : Wed 4 March 09 , 13:06


  khokpho
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 299

ตอบ janny
      วันนัดพร้อม ศาลจะสอบถามคู่ความทั้งสองฝ่ายว่า จะรับข้อเท็จจริงใดต่อกันได้บ้าง แต่ละฝ่ายประสงค์จะสืบพยานกี่ปาก ใช้เวลาสืบกี่วัน
      ศาลจะยังไม่ตัดสินคดีจนกว่าจะสืบพยานทั้งสองฝ่ายเสร็จ เว้นแต่จำเลยให้การรับสารภาพในวันนัดพร้อม และเป็นคดีเล็กน้อยอัตราโทษต่ำเช่นคดีนี้ไม่จำต้องสืบพยานประกอบคำรับสารภาพ  ศาลจะพิพากษาไปทันทีในวันนั้น 
     หากต้องตกลงกันได้ก็ให้ผู้เสียหายถอนคำร้องทุกข์ต่อหน้าศาล ศาลก็จะจำหน่ายคดีออก
     หากจำเลยไม่มีทนายและต้องการ ศาลจะตั้งให้ ไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายใด ๆ 

ชอบ + 104    IP:      ตอบเมื่อ : Wed 4 March 09 , 14:59


Page  1  2  3  4  5  6  7  8  9  10  11  12  13  14  •  15   16  17  18  19  20  21  22  23  24  25  26  27  28  29  30  31  32  33  34  35  36  37  38  39  40  41  42  43  44  45  46  47  48  49  50  51  52  53  54  55  56  57  58  59  60  61  62  63  64  65  66  67  68  69  70  71  72  73  74  75  76  77  78  79  80  81  82  83  84  85  86  87  88  89  90 
ข้อความหรือรูปภาพที่ปรากฏในกระทู้ที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการตั้งกระทู้และถูกส่งขึ้นกระดานข่าวโดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่ง LAWYERTHAI.COM มิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น หากท่านพบเห็นข้อความ หรือรูปภาพในกระทู้ที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งทีมงานทราบ เพื่อดำเนินการต่อไป

ออกแบบเว็บไซต์โดย Gomew Co., Ltd.