ความเห็นที่ 12
เกาหลีฟ้องทีวีไทยที่อเมริกาละเมิดลิขสิทธิ์
เตือนร้านวิดีโอขนาดเล็กหยุดก๊อปปี้หนังไปจำหน่าย เกาหลีฟ้องกราวรูด IPTV ทีวีเขมร ละเมิดลิขสิทธิ์เรียกค่าเสียหายหนัก
บริษัทเกาหลียื่นฟ้องกราวรูดทั้ง IPTV และทีวีเขมร รวมร้านวิดีโอย่านลองบีช และแอล.เอ.ละเมิดลิขสิทธิ์หนังเกาหลีที่นำออกฉายโดยไม่ได้รับอนุญาต เรียกค่าเสียหายต่ำสุด750สูงสุด150,000ดอลล่าต่อลิขสิทธิ์แต่เปิดโอกาสให้ร้านวิดีโอเล็กๆยุติการละเมิดก่อนถูกฟ้อง
บริษัทDigital Media Group ได้มอบหมายให้สำนักงานทนายความ Keats McFarland &Willson LLP เป็นโจทย์ยื่นฟ้องบริษัทIPTV Corp., ThaiTV.TV และ BKT Group Corp. เป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้นรัฐบาลกลาง แคลิฟอร์เนียเป็นคดีแพ่งหมายเลข CV 08-8615 เมื่อวันที่30ธันวาคม2008
โจทก์ยื่นฟ้อง4ข้อหาประกอบด้วย1.ละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์รัฐบาลกลาง 2.ละเมิดกฏหมายการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมและปลอมแปลงต้นฉบับเดิมและอธิบายอันเป็นความผิด 3.การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมถือเป็นการละเมิดกฏหมายรัฐแคลิฟอร์เนีย และ 4.ทำลายความเชื่อมั่น(ของผู้บริโภค)
การยื่นฟ้องครั้งนี้ทั้งคำฟ้องและเอกสารประกอบรวม20หน้าแบ่งออกเป็นหนัง33เรื่อง แต่จดทะเบียนลิขสิทธิ์53ลิขสิทธิ์ ซึ่งโจทก์เรียกร้องค่าเสียหายตามแต่ศาลจะพิจารณาแต่ค่าเสียหายจะต้องไม่ต่ำกว่าลิขสิทธิ์ละ750ดอลล่าและไม่สูงกว่า150,000ดอลล่ารวมทั้งค่าทนายความแก่โจทก์ด้วย
อนึ่งข่าวแจ้งว่าถ้าผู้พิพากษาสั่งให้จ่ายลิขสิทธิ์ละ750ดอลล่าจะตกเป็นเงิน39,750ดอลล่าแต่หากศาลสั่งให้จ่ายสูงสุด150,00ดอลล่าก็จะคิดเป็นเงิน7,950,000ดอลล่า
สำหรับผู้พิพากษาผู้รับผิดชอบคดีคือ George H.Wu และมี Jennifer T.Lum เป็น Magistrate Judge การยื่นฟ้องไม่ต้องใช้คณะลูกขุน เป็นการต่อสู้กันระหว่างทนายโจทก์และทนายจำเลยต่อหน้าผู้พิพากษา
นอกจากนี้ยังได้ยื่นฟ้องทำนองเดียวกันกับบริษัทต่างๆดังนี้1.AngorwatMinnesota 2.Molina Kim LongBeach 3.KETV/Cambodiavision LongBeach 4. Somphea Sin LongBeach 5.Mary Vedio LongBeach 6.Hawaii Video LongBeach 7.Asian Star TV LosAngeles
ทั้งนี้ภายหลังจากที่ร้านวิดีโอของคนไทยในเขตแอล.เอ.ได้รับจดหมายแจ้งเตือนจากบริษัทเกาหลีที่เป็นผู้ทรงลิขสิทธิ์ขอให้ยุติการจำหน่ายจ่ายแจกหรือให้เช่าวิดีโอและหนังของเกาหลีที่มาจากเมืองไทยไม่เช่นนั้นจะทำการฟ้องร้องเหมือนเช่นที่ฟ้อง IPTV อยู่ในขณะนี้
ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังบริษัท DMG ตั้งอยู่ที่
2121 W.Crescent Ave, Anaheim CA
เพื่อขอทราบรายละเอียดโดยได้พบกับนายเจย์ แยง ผู้จัดการใหญ่ของบริษัทซึ่งยอมรับว่าขณะนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานทนายความยื่นฟ้อง IPTV จริงพร้อมกับบริษัทอื่นๆอีก7บริษัท
นายเจย์ แยง กล่าวอีกว่าเมื่อวันที่7กรกฏาคม2008บริษัทได้ทำหนังสือไปยัง IPTV และบริษัทอื่นๆที่กล่าวมาให้ยุติการออกอากาศหรือจัดจำหน่ายวิดีโอและหนัง ตลอดจนอื่นใดที่บริษัททรงลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวซึ่งประกอบด้วยเนื้อหาที่มาจากสถานีทีวีเกาหลีประกอบด้วย SBS,KBS,MBC,และ DMG.
นายเจย์ แยง กล่าวว่าหนังเกาหลีที่ประเทศไทยซื้อลิขสิทธิ์ไปฉายในประเทศไทย ไม่สามารถนำออกไปจำหน่ายจ่ายแจกยังประเทศอื่นใดได้
ต่อมานายรอน เพชชา ผู้บริหารของ BKT Group ได้มาพบนายเจย์ แยง และศัญญาว่าจะชดใช้ค่าเสียหายให้ ผมทราบว่า IPTV ยุติการออกอากาศหนังของเกาหลี เมื่อวันที่7กรกฎาคม2008 แต่ก็รออยู่ประมาณ5เดือนเขาไม่จ่ายจึงต้องยื่นฟ้องนายเจย์ แยง กล่าว
นายเจย์ แยง เปิดเผยว่าหนังของเกาหลีแต่ละเรื่องจะลงทุนสร้างประมาณระหว่าง 10-40 ล้ารดอลล่าสหรัฐเพื่อให้หนังมีคุณภาพและก็เป็นเช่นนั้นจริง ตั้งแต่ปี 1999 เป็นต้นมา หนังเกาหลีถูกระเมิดลิขสิทธิ์มากในหลายประเทศ ประเทศจีนละเมิดมากที่สุดตามด้วยเวียตนาม,ญี่ปุ่น,เม๊กซิโก,ฟิลิปินส์ และกัมพูชา เป็นต้น แต่ประเทศไทยตนเพิ่งรู้ว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยเช่นกัน
สำหรับร้านวิดีโอเล็กๆที่ละเมิดลิขสิทธิ์จะทำอย่างไร นายเจย์ แยง ตอบว่า ครั้งแรกจะส่งจดหามยไปเตือนขอให้ยุติการจำหน่ายจ่ายแจก อย่างเช่นร้านวิดีโอไทยแห่งหนึ่งที่เมือง Hacienda Heights ตนได้ทำหนังสือให้ลงลายมือว่าจะไม่มีการลักลอบต่อไป แต่หากยังลักลอบทำอยู่ก็จะถูกยื่นฟ้องร้องเหมือยร้ายวิดีโอเขมรในเมืองลองบีชที่ถูกฟ้องไปหลายร้านที่ไม่ยอมเลิก.
**** ดฉันอ่านข้อความดังกล่าวนี้ แล้วรู้สึกไม่เข้าใจว่า ทำไมที่เมืองไทยเค้าถึงไม่แจ้งตักเตือนเราก่อนว่าห้ามกระทำการใดๆเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของเค้า เป็นรายลักษณ์อักษรให้ดิฉันได้รับรู้ว่า กำลังทำละเมิดของเค้าอยู่ แล้วค่อยจับกุมหากดิฉันยังคงทำการนั้นอยู่**** |
|
|