หน้าแรก   เกี่ยวกับเรา   บริการของเรา  ติดต่อเรา  สนับสนุนเรา  สมุดเยี่ยม
Web Developed by Thailand Web Design Agency | Chiang Mai Travel Guide | Longstay Guide Thailand | Chiang Mai Cheap Hotels | Thailand Cheap Hotels | เที่ยวเชียงใหม่
Useful Link : Japan guide,Tokyo guide | 台湾旅行、台北旅行 | タイ情報、バンコク情報 | SEO 検索エンジン対策 | 花 フラワーギフト | golf bangkok Baan Samurai online shop | 当広告について
บริการอื่นๆ - จองโรงแรมราคาประหยัด กับ Lawyerthai.com
Home
  หัวข้อกระทู้   ชื่อผู้ตั้งกระทู้
  ข้อมูลส่วนตัว(Profile)ข้อมูลส่วนตัว(Profile)   เข้าสู่ระบบ(Log in)เข้าสู่ระบบ(Log in)     สมัครสมาชิก(Register)สมัครสมาชิก(Register) 
จองโรงแรมและรีสอร์ทราคาประหยัด โดย Lawyerthai.com

เวลาขณะนี้ Sat 31 July 10 07:33

กระดานสนทนากฎหมาย


ละเมิดลิขสิทธิ์ ของ ช่อง 7

Page •  1   2  3 


Thailaw
สมาชิก
ตอบ : 1

รบกวนปรึกษาหน่ยคะ ดิฉันถูกตัวแทนของ บริษัทกรุงเทพโทรทัศน์ ภายใต้ชื่อของบริษัททนายความ Baker&Mckenzie เข้าตรวจค้น และอายัดอุปกรณ์และเอกสารไว้ เพื่อจะทำการตั้งขอกล่าวหาว่า ทางบริษัทของดิฉัน กระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ ของ สถานีดังกล่าว แต่ดิฉันไม่ทราบเรื่องมาก่อนว่า สิ่งที่กระทำอยู่ในบริษัทของดิฉันทำการละเมิด เนื่องจากดิฉันได้ทำการรับจ้างจากบริษัทต่างประเทศในการพัฒนาเวปไซน์ และทำโฆษณาให้กับทางบริษัทคู่สัญญา โดยที่ทางบริษัทผู้จ้างได้แจ้งให้ทราบในเบื้องต้นว่าได้รับมอบสิทธิ์ในการเผยพร่ สัญญาณภาพมาจากบริษัทต้นสังกัด ตามเอกสารที่ได้เคยให้ดิฉันดูก่อนที่จะรับงานมาทำ จนมาเป็นข่าวในวันนี้ว่าจากการตรวจค้นพบว่าดิฉันกระทำการละเมิด ซึ่งดิฉันก็ไม่ทราบว่าเค้าหมดสัญญากัน เมื่อไร เพราะเราทำงานร่วมกันมาหลายปีก็ไม่เคยมีปัญหาด้านนี้ ทางตัวแทนของต้นสังกัดที่เคยมอบสิทธิ์ให้ทางบริษัทคู่สัญญาที่อยู่ต่างประเทศ ก็เคยให้ดิฉันเข้าพบรายครั้ง เพื่อเสนอรายละเอียดต่างๆของโครงสร้างเวปที่นำเอาลิขสิทธิ์ของเค้าไปเผยแพร่

ดิฉันรบกวนท่านผู้รู้ด้านกฎหมาย และผู้ที่มีความถนัดทางด้านนี้ ช่วยแนะนำ และให้เบอร์ติดต่อเกี่ยวกับทนายความทางด้านนี้ไว้ด้วยนะคะ

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างมาก ตอนนี้เครียดมาก นอนไม่หลับ ไม่รู้จะปรึกษาใคร คงต้องขอรบกวนทุกท่านให้แนวทางที่พอจะเป็นประโยชน์กับดิฉัน


ข่าวที่เกี่ยวกับการตรวจค้นคะ

ช่อง 7 สี ยื่นคำฟ้องต่อศาลแขวงของสหรัฐ ให้ดำเนินคดีกับบริษัทที่ละเมิดลิขสิทธิ์
บริษัทกรุงเทพโทรทัศน์ และวิทยุ จำกัด ในนาม ช่อง 7 ได้ยื่นคำร้องต่อศาลแขวงกลางของรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้ดำเนินคดีกับบริษัท ไอพีทีวี คอร์ปอเรชั่น และกลุ่มบริษัท บีเคที ซึ่งเป็นบริษัทในรัฐแคลิฟอเนียร์ รวมทั้งผู้บริหารของบริษัทดังกล่าว คือ นายรอน เพ็ชชา ,นางทิพย์ เพ็ชชา และนายนภดล วงศ์ชัยวัฒน์ ในข้อหาร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์รายการช่อง 7 สี อาทิ ละครต่างๆของช่อง 7 โดยนำไปออกอากาศผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่ www.thaitv.tvโดยคิดค่าตอบแทนการบริการ รวมทั้งนำไปจำหน่ายในสื่อรูปแบบอื่นในสหรัฐ ซึ่งมีลูกค้าเป็นคนไทย และคนลาว อย่างผิดกฎหมาย

โดยในระยะเวลาใกล้เคียงกันในประเทศไทย กำลังตำรวจปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี หรือ ปศท. ก็ได้ดำเนินการเข้าตรวจค้นอาคารที่ทำการของบริษัท ไอพีทีวี จำกัด และบริษัท บีเคที เทเลคอม (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านกลางกรุง ซอยลาดพร้าว 71 เขตลาดพร้าว หลังได้รับการร้องเรียนว่า บริษัทดังกล่าวน่าจะร่วมกับบริษัท ไอพีทีวี คอร์ปอเรชั่น กับพวกในประเทศอเมริกาดังกล่าว ในการนำสัญญาณโทรทัศน์ของช่อง 7 ไปเผยแพร่ทางเว็บไซต์ www.thaitv.tv

จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ได้อายัดเครื่องรับสัญญาณดาวเทียม อุปกรณ์ส่งสัญญาณเข้าสู่ระบบอินเมอร์เน็ต และคอมพิวเตอร์ที่ใช้สำหรับการตัดต่อภาพ นอกจากนี้ยังพบภาพข่าวและละครช่อง 7 ที่ถูกตัดต่อแล้วอีกด้วย จึงเชิญตัวนายสยาม บุญเอก หัวหน้าฝ่ายคอมพิวเตอร์ผู้ดูแลจัดการระบบ ไปให้ปากคำเพื่อทำบันทึกการตรวจค้น

โดยนายสยาม ได้อ้างว่า ไอพีทีวี คอร์ปอเรชั่น ได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์ช่อง7 อย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยได้ดึงสัญญาณดาวเทียมเข้ามาในระบบคอมพิวเตอร์ก่อนจะส่งไปยังสมาชิกทางอินเทอร์เน็ต โดยเสียค่าบริการเดือนละ 10 เหรียญสหรัฐ และมีเซิร์ฟเวอร์ตั้งอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ขณะที่ทางช่อง 7 สี ยืนยันว่า ไม่ได้อนุญาตให้บริษัทดังกล่าวใช้ลิขสิทธิ์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

สำหรับพฤติกรรมของบริษัทนี้ จะดึงสัญญาณดาวเทียมของสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ในประเทศไทย เข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ต เพื่อนำมาตัดต่อใหม่ เพื่อนำเสนอกลุ่มลูกค้าคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ อาทิ ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศในยุโรป โดยมีการบล็อกสัญญาณไม่ให้ผู้อยู่ในประเทศไทยได้รับชม

ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Sun 31 May 09 , 13:27


กร

ความคิดเห็นยอดนิยมอันดับ 1

ยินดีครับคุณพี่...ถูกต้องแล้วที่คุณพี่จะมองการณ์ไกล ที่ผมปลอบใจก็อยากให้คุณพี่สบายใจขึ้นบ้างละครับ แต่ผมก็รู้ครับไม่ว่าพูดอย่างไรคุณพี่ก็ยังต้องเครียด (ไอ้ผมก็พูดได้เพราะผลร้ายท้ายที่สุดแล้วผมก็ไม่ได้ติดคุกด้วย) แต่ในขณะนี้ผมตอบได้แค่ภาพรวมกว้างๆเท่านั้น ซึ่งถ้าหากคุณพี่อยากรู้ข้อมูลที่ลึกลงไปอีกก็ต้องติดต่อหาทนายความเริ่มเข้ามาดูแลและเตรียมตั้งเรื่องให้เข้ากับรูปคดี คอยไว้ล่วงหน้าก็จะเป็นการดีกว่ารอให้ฟ้องแล้วค่อยตั้งเรื่องตามรูปคดีเพราะมันจะกระชั้นชิด ทนายความจัดเตรียมเอกสารนาทีเดียวก็ยังจัดเตรียมได้ทันเพราะต้องจัดเตรียม ไม่เตรียมไม่ได้ แต่ประเด็นความเรียบร้อยละความสมบูรณ์ของคดีตลอดทั้งช่องทางที่จะต้องหลบหนีทีไล่ ยังไง ๆ ก็สู้คนที่เตรียมการณ์ไว้เรียบร้อยวางแผนแล้วล่วงหน้าไม่ได้แน่นอนครับ 
ที่กล่าวมานี้ถ้าหากคุณพี่อยากทราบรายละเอียดที่ลึกลงไป ถ้าไม่มีทนายใกล้ชิดก็ติดต่อพวกพี่ๆในเวบนี้ก็ได้ครับที่เขามีเบอร์มือถือติดไว้ ผมเองเป็นน้องใหม่ก็จำไม่ได้แต่เห็นแว๊บๆ เช่น (wanida_buucu  081-626-9246) ( อภิชาต  081-5522-971) และก็ยังมีอีกหลายท่าน (ถามมา...ตอบไป) (Natcha) (เกิดผล) (จุ๋ม) (khokpho) (?) และยังมีอีกหลายๆท่านคุณพี่ลองหาดูนะครับ ดูในที่นี้หมายถึงไม่ใช่แต่ที่เว๊บนี้ แต่คุณพี่ควรสอบถามจากหลายๆสำนักที่พอจะรู้จัก แต่ผมว่าไม่รู้จักจะดีกว่าเพราะเมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นมาจะได้ไม่ต้องเกรงใจกัน สำนักงานทนายความทุกที่เข้าไปเถอะครับสอบถามก่อนได้ แต่ถ้าเก็บตังค่าสอบถามเขาต้องแจ้งคุณพี่ให้ทราบก่อนที่จะสอบถาม นั่นก็เป็นเรื่องความพึงพอใจของคุณพี่เองแล้วละครับ ส่วนผมเองก็เป็นทนายความแต่ยอมรับว่าเกี่ยวกับคดีประเภทนี้ไม่เคยศึกษามาก่อนจริงๆ ก็เพิ่งมาดูให้คุณพี่เมื่อคืนนี้ละครับ และยังยินดีให้คำปรึกษาได้ต่อไปผิดถูกผมขออภัยแต่พยายามจะไม่ให้พลาดครับ เมื่อคุณพี่สอบถามข้อมูลแนวทางจากหลายๆสำนักแล้วก็ต้องชั่งน้ำหนักเอาเองว่าจะตัดสินใจอย่างไรถึงจะเป็นประโยชน์แกคุณพี่และรูปคดีครับ 
ท.ปกรณ์ 081-632-9609...E-mail : pakornlawyer@sanook.com...

+ 9 ชอบ ไม่ชอบ - 5 ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: ตอบเมื่อ : Mon 1 June 09 , 23:43


ท.ปกรณ์
ตอบ : 1221

ความคิดเห็นยอดนิยมอันดับ 2

...ผมไม่เห็นสัญญาครับเจอแต่บันทึกการตรวจค้น/ยึด/อายัด/ของกลางจาก จพง.ตร.บก.ปศท.ชุด ๓ กล่าวหาว่า "ร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์ในงานแพร่เสียงแพร่ภาพ เพื่อการค้า" เพราะได้รับแจ้งข้อมูลนั้นมาจากผู้รับมอบอำนาจช่วง ก่อนเข้าจับกุมทุกคนและอายัดทรัพย์สินทั้งหมดไว้...

+ 9 ชอบ ไม่ชอบ - 5 ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: ตอบเมื่อ : Sun 5 July 09 , 04:25


...ดูดูให้ดีมีดีให้ดู...
ตอบ : 1221

ความคิดเห็นยอดนิยมอันดับ 3

...อย่าพลาดในทุกชั้น...รับประกันว่าคงจะมันส์น่าดู...เด้อล่า...

+ 9 ชอบ ไม่ชอบ - 5 ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP: ตอบเมื่อ : Fri 18 December 09 , 03:06


  Natcha
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 1

เรียน คุณ Thailaw

ลิขสิทธิ์ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาประเภทหนึ่ง ที่กฎหมายให้ความคุ้มครองโดยให้เจ้าของผลงานถือสิทธิแต่เพียงผู้เดียวที่จะกระทำการใดๆ เกี่ยวกับงานสร้างสรรค์ที่ตนเองได้กระทำขึ้น งานสร้างสรรค์ที่ได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ต้องเป็นงานในสาขาวรรณกรรม นาฏกรรม ศิลปกรรม ดนตรีกรรม โสตทัศนวัสดุ ภาพยนตร์ สิ่งบันทึกเสียง งานแพร่เสียงแพร่ภาพ รวมถึงงานอื่นๆ ในแผนกวรรณคดี วิทยาศาสตร์ หรือแผนกศิลป[/b]ะ งานเหล่านี้ถือเป็นผลงานที่เกิดจากการใช้สติปัญญา ความรู้ความสามารถ และความวิริยะอุตสาหะ ในการสร้างสรรค์งานให้เกิดขึ้น ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ

ซึ่งเห็นได้ว่า การกระทำของบริษัทคู่สัญญาของคุณที่อมเริกาในมลรัฐแคริฟอร์เนียนั้น คือ บริษัท ไอพีทีวี คอร์ปอเรชั่น และกลุ่มบริษัท บีเคที ได้กระทำการที่เข้าข่ายการละเมิดลิขสิทธิ์ ของกฎหมาย Copy Right Law of Unitedstate และยังเข้าข่ายละเมิด พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ ๒๕๓๗ อีกด้วยดังที่ถูกกล่าวหา ส่วนจะผิดถูกอย่างไร ก็ต้องไปแก้ต่างในศาลแล้วกันค่ะ

พอจะแนะนำทนายความชาวอเมริกัน ซึ่งทำงานในประเทศไทยมาเป็นเวลานานซึ่งเชี่ยวชาญในกฏหมายลิขสิทธิ์ระหว่างประเทศดังกล่าว ลองเข้าไปที่ www.lawfirm.in.th ดูนะคะ เผื่อว่า มิสเตอร์ลีดส์จะช่วยคุณและบริษัทของคุณได้ไม่มากก็น้อย

+ 4 ชอบ ไม่ชอบ - 4   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Sun 31 May 09 , 14:40


  Thailaw
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 2

ดิฉันไม่เข้าใจ ตรงที่ว่า บริษัทดิฉันเป้นผู้รับจ้างจากทางบริษัทต่างประเทศ โดยเค้าได้ให้ดิฉันดำเนินการพัฒนาเวปไซน์ ดิฉันจะต้องเป็นผู้กระทำการละเมิดด้วยเหรอคะ เพราะเค้าจ้างดิฉันทำในส่วนตรงนี้คะ รบกวนผู้รู้แนะนำหน่อยคะ

+ 5 ชอบ ไม่ชอบ - 4   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Sun 31 May 09 , 15:17


  Thailaw
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 3

สาธุดิฉันรอคำตอบ และแนวทางจากทุกๆท่านที่พอมีประสบการณ์อยู่นะคะ

+ 4 ชอบ ไม่ชอบ - 4   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Sun 31 May 09 , 16:52


  Natcha
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 4

 เรียน คุณ Thailaw
 
ถ้าสัญญาระหว่างคุณ กับ บริษัทที่กำลังถูกฟ้องร้อง เป็นสัญญาจ้างทำของ คือถือผลสำเร็จของงาน คู่สัญญาเรียกว่า ผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้าง, ผู้ว่าจ้างต้องจ่ายสินจ้างตามผลสำเร็จของงานที่ตกลงกัน และผู้รับจ้างต้องส่งมอบงานให้ทันเวลาตามที่กำหนด อย่างนี้เข้าข่ายเป็นสัญญาจ้างทำของ คุณจึงไม่จำเป็นต้องรับผิดต่อบุคคลภายนอก แต่ถ้าสัญญาระหว่างคุณกับบริษัทเช่นว่านั้นเป็นแบบ consortium คือแบ่งผลกำไรกัน อย่างนี้คุณต้องรับผิดต่อบุุคคลภายนอกค่ะ

+ 4 ชอบ ไม่ชอบ - 4   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Sun 31 May 09 , 17:26


  wanida_buucu
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 5

เรียนคุณ thailaw

คำถาม  บริษัทดิฉันเป้นผู้รับจ้างจากทางบริษัทต่างประเทศ โดยเค้าได้ให้ดิฉันดำเนินการพัฒนาเวปไซน์ ดิฉันจะต้องเป็นผู้กระทำการละเมิดด้วยเหรอคะ 
ตอบ การที่บริษัทคุณเป็นผู้รับจ้าง จึงความผิดด้วยเพราะถือว่าเป็นผู้ร่วมกระทำผิดด้วย เพราะดำเนินการพัฒนาเวปไซด์ ทำให้ผู้ใดผู้หนึ่งหรือผู้อื่นได้รับความเสียหายจาก การรับจ้างพัฒนา เวปไซด์ของ  แนะนำให้ หาทนาย ยื่นให้การแก้ หากต้องการปรึกษาเพิ่มเติม โทรมาได้ค่ะ 081-626-9246 ค่ะ 

+ 5 ชอบ ไม่ชอบ - 4   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Sun 31 May 09 , 17:57


ท.ปกรณ์
สมาชิก
ตอบ : 1221

ความเห็นที่ 6

ท่านพี่ครับ...แล้วจะขึ้นศาลเมืองนอกหรือเมืองไทยกันครับกรณีเช่นนี้ แต่เหมือนจะขึ้นที่ศาลเมืองนอก
...ถ้างั้นการพิจารณาคดีก็ต้องไปเมืองนอก(ขึ้นเมืองไทยไม่ได้หรือครับ)แล้วถ้าติดคุกละครับ ติดที่ไหน
...เห็นมีสอบคำให้การที่เมืองไทย ลาดพร้าว แล้วผลคำให้การจะส่งไปที่ไหนครับ
...แฮะๆๆผมไม่เคยเรียนรู้หรือดูเรื่องนี้มาก่อนเลยครับ. 

+ 6 ชอบ ไม่ชอบ - 4   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Sun 31 May 09 , 18:53


  Natcha
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 7


ดิฉันมีคดีตัวอย่าง จำเลยคือ บริษัทดังว่าของเจ้าของกะทู้เลยค่ะ ช่วยดูเอาเองแล้วกันนะคะ ว่าถูกฟ้องเป็นแพ่งหรืออาญา เป็นเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์เช่นกัน

บริษัทเกาหลียื่นฟ้องกราวรูดทั้ง IPTV และทีวีเขมร รวมร้านวิดีโอย่านลองบีช และแอล.เอ.ละเมิดลิขสิทธิ์หนังเกาหลีที่นำออกฉายโดยไม่ได้รับอนุญาต เรียกค่าเสียหายต่ำสุด750สูงสุด150,000ดอลล่าต่อลิขสิทธิ์แต่เปิดโอกาสให้ร้านวิดีโอเล็กๆยุติการละเมิดก่อนถูกฟ้อง


บริษัทDigital Media Group ได้มอบหมายให้สำนักงานทนายความ Keats McFarland &Willson LLP เป็นโจทย์ยื่นฟ้องบริษัทIPTV Corp., ThaiTV.TV และ BKT Group Corp. เป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้นรัฐบาลกลาง แคลิฟอร์เนียเป็นคดีแพ่งหมายเลข CV 08-8615 เมื่อวันที่30ธันวาคม2008


โจทก์ยื่นฟ้อง4ข้อหาประกอบด้วย1.ละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์รัฐบาลกลาง 2.ละเมิดกฏหมายการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมและปลอมแปลงต้นฉบับเดิมและอธิบายอันเป็นความผิด 3.การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมถือเป็นการละเมิดกฏหมายรัฐแคลิฟอร์เนีย และ 4.ทำลายความเชื่อมั่น(ของผู้บริโภค)


การยื่นฟ้องครั้งนี้ทั้งคำฟ้องและเอกสารประกอบรวม20หน้าแบ่งออกเป็นหนัง33เรื่อง แต่จดทะเบียนลิขสิทธิ์53ลิขสิทธิ์ ซึ่งโจทก์เรียกร้องค่าเสียหายตามแต่ศาลจะพิจารณาแต่ค่าเสียหายจะต้องไม่ต่ำกว่าลิขสิทธิ์ละ750ดอลล่าและไม่สูงกว่า150,000ดอลล่ารวมทั้งค่าทนายความแก่โจทก์ด้วย


อนึ่งข่าวแจ้งว่าถ้าผู้พิพากษาสั่งให้จ่ายลิขสิทธิ์ละ750ดอลล่าจะตกเป็นเงิน39,750ดอลล่าแต่หากศาลสั่งให้จ่ายสูงสุด150,00ดอลล่าก็จะคิดเป็นเงิน7,950,000ดอลล่า


สำหรับผู้พิพากษาผู้รับผิดชอบคดีคือ George H.Wu และมี Jennifer T.Lum เป็น Magistrate Judge การยื่นฟ้องไม่ต้องใช้คณะลูกขุน เป็นการต่อสู้กันระหว่างทนายโจทก์และทนายจำเลยต่อหน้าผู้พิพากษา


นอกจากนี้ยังได้ยื่นฟ้องทำนองเดียวกันกับบริษัทต่างๆดังนี้1.AngorwatMinnesota 2.Molina Kim LongBeach 3.KETV/Cambodiavision LongBeach 4. Somphea Sin LongBeach 5.Mary Vedio LongBeach 6.Hawaii Video LongBeach 7.Asian Star TV LosAngeles


ทั้งนี้ภายหลังจากที่ร้านวิดีโอของคนไทยในเขตแอล.เอ.ได้รับจดหมายแจ้งเตือนจากบริษัทเกาหลีที่เป็นผู้ทรงลิขสิทธิ์ขอให้ยุติการจำหน่ายจ่ายแจกหรือให้เช่าวิดีโอและหนังของเกาหลีที่ม
าจากเมืองไทยไม่เช่นนั้นจะทำการฟ้องร้องเหมือนเช่นที่ฟ้อง IPTV อยู่ในขณะนี้



+ 7 ชอบ ไม่ชอบ - 4   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Sun 31 May 09 , 20:25


  Natcha
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 8


ที่มาจากข้อมูลข้างต้น

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=401170

+ 4 ชอบ ไม่ชอบ - 4   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Sun 31 May 09 , 20:26


  กร
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 9

ขอบพระคุณครับ...เข้าใจว่าช่วงแรกดูเหมือนฟ้องแพ่ง แต่ช่วงหลังเหมือนฟ้องอาญาน่ะครับ...เดี๋ยวผมจะต้องเริ่มศึกษาแล้วละครับแต่ตอนนี้ผมขอเขียนคำร้องก่อน (กลัวไม่ทัน).

+ 4 ชอบ ไม่ชอบ - 4   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Sun 31 May 09 , 20:43


  Natcha
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 10


ประเทศไทยและประเทศอเมริกา เป็นคู่ประเทศภาคีทางกฎหมายเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์ และมีการร่วมมือกันเป็นอย่างดี ดังนั้นทนายไทยอาจจะเข้าไปดำเนินคดีแก้ต่างแทนลำบากแล้าหล่ะค่ะ เพราะไหนจะเรื่องภาษา ไหนจะเรื่องการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ศาลในอเมริกาอีก ลำพังค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ BKK-LAX-BKK ก็ปาเข้าไป 80,000 กว่าบาทแล้วหล่ะค่ะ ท่านความเห็นที่๕

* หมายเหตุ  LAX  คือ สนามบินของ แอลเอ แคลิฟอร์เนีย
                  BKK   คือ กรุงเทพฯ 

+ 4 ชอบ ไม่ชอบ - 4   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Sun 31 May 09 , 21:01


  Thailaw
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 11

ดิฉัน อ่านดูแล้วไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี มันพอจะมีทางออกให้ดิฉันบ้างมั๊ยคะ และหากฉันต้องเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดจริง จะต้องโทษจำคุก หรือว่าปรับเงินคะ หรือว่าทั้ง 2 อย่างคะ ตอนนี้เครียดมากเลยคะ เพราะไม่ค่อยจะมีเงินมากนัก หากโทษปรับเป็นเงินหลายๆล้าน ดิฉันก็คงไม่มีปัญญาแน่คะ คงต้องยอมติดคุกแล้วละคะ

ท่นใดมีความรู้ช่วยแนะนำและอธิบายหน่อคะ ขอบคุณมากคะ

+ 4 ชอบ ไม่ชอบ - 4   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Sun 31 May 09 , 21:55


  Thailaw
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 12


เกาหลีฟ้องทีวีไทยที่อเมริกา”ละเมิดลิขสิทธิ์”


เตือนร้านวิดีโอขนาดเล็กหยุดก๊อปปี้หนังไปจำหน่าย เกาหลีฟ้องกราวรูด IPTV – ทีวีเขมร ละเมิดลิขสิทธิ์เรียกค่าเสียหายหนัก


บริษัทเกาหลียื่นฟ้องกราวรูดทั้ง IPTV และทีวีเขมร รวมร้านวิดีโอย่านลองบีช และแอล.เอ.ละเมิดลิขสิทธิ์หนังเกาหลีที่นำออกฉายโดยไม่ได้รับอนุญาต เรียกค่าเสียหายต่ำสุด750สูงสุด150,000ดอลล่าต่อลิขสิทธิ์แต่เปิดโอกาสให้ร้านวิดีโอเล็กๆยุติการละเมิดก่อนถูกฟ้อง


บริษัทDigital Media Group ได้มอบหมายให้สำนักงานทนายความ Keats McFarland &Willson LLP เป็นโจทย์ยื่นฟ้องบริษัทIPTV Corp., ThaiTV.TV และ BKT Group Corp. เป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้นรัฐบาลกลาง แคลิฟอร์เนียเป็นคดีแพ่งหมายเลข CV 08-8615 เมื่อวันที่30ธันวาคม2008


โจทก์ยื่นฟ้อง4ข้อหาประกอบด้วย1.ละเมิดกฎหมายลิขสิทธิ์รัฐบาลกลาง 2.ละเมิดกฏหมายการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมและปลอมแปลงต้นฉบับเดิมและอธิบายอันเป็นความผิด 3.การแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมถือเป็นการละเมิดกฏหมายรัฐแคลิฟอร์เนีย และ 4.ทำลายความเชื่อมั่น(ของผู้บริโภค)


การยื่นฟ้องครั้งนี้ทั้งคำฟ้องและเอกสารประกอบรวม20หน้าแบ่งออกเป็นหนัง33เรื่อง แต่จดทะเบียนลิขสิทธิ์53ลิขสิทธิ์ ซึ่งโจทก์เรียกร้องค่าเสียหายตามแต่ศาลจะพิจารณาแต่ค่าเสียหายจะต้องไม่ต่ำกว่าลิขสิทธิ์ละ750ดอลล่าและไม่สูงกว่า150,000ดอลล่ารวมทั้งค่าทนายความแก่โจทก์ด้วย


อนึ่งข่าวแจ้งว่าถ้าผู้พิพากษาสั่งให้จ่ายลิขสิทธิ์ละ750ดอลล่าจะตกเป็นเงิน39,750ดอลล่าแต่หากศาลสั่งให้จ่ายสูงสุด150,00ดอลล่าก็จะคิดเป็นเงิน7,950,000ดอลล่า


สำหรับผู้พิพากษาผู้รับผิดชอบคดีคือ George H.Wu และมี Jennifer T.Lum เป็น Magistrate Judge การยื่นฟ้องไม่ต้องใช้คณะลูกขุน เป็นการต่อสู้กันระหว่างทนายโจทก์และทนายจำเลยต่อหน้าผู้พิพากษา


นอกจากนี้ยังได้ยื่นฟ้องทำนองเดียวกันกับบริษัทต่างๆดังนี้1.AngorwatMinnesota 2.Molina Kim LongBeach 3.KETV/Cambodiavision LongBeach 4. Somphea Sin LongBeach 5.Mary Vedio LongBeach 6.Hawaii Video LongBeach 7.Asian Star TV LosAngeles


ทั้งนี้ภายหลังจากที่ร้านวิดีโอของคนไทยในเขตแอล.เอ.ได้รับจดหมายแจ้งเตือนจากบริษัทเกาหลีที่เป็นผู้ทรงลิขสิทธิ์ขอให้ยุติการจำหน่ายจ่ายแจกหรือให้เช่าวิดีโอและหนังของเกาหลีที่มาจากเมืองไทยไม่เช่นนั้นจะทำการฟ้องร้องเหมือนเช่นที่ฟ้อง IPTV อยู่ในขณะนี้


ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังบริษัท DMG ตั้งอยู่ที่ 

2121 W.Crescent Ave, Anaheim CA
เพื่อขอทราบรายละเอียดโดยได้พบกับนายเจย์ แยง ผู้จัดการใหญ่ของบริษัทซึ่งยอมรับว่าขณะนี้ได้มอบหมายให้สำนักงานทนายความยื่นฟ้อง IPTV จริงพร้อมกับบริษัทอื่นๆอีก7บริษัท

นายเจย์ แยง กล่าวอีกว่าเมื่อวันที่7กรกฏาคม2008บริษัทได้ทำหนังสือไปยัง IPTV และบริษัทอื่นๆที่กล่าวมาให้ยุติการออกอากาศหรือจัดจำหน่ายวิดีโอและหนัง ตลอดจนอื่นใดที่บริษัททรงลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวซึ่งประกอบด้วยเนื้อหาที่มาจากสถานีทีวีเกาหลีประกอบด้วย SBS,KBS,MBC,และ DMG.


นายเจย์ แยง กล่าวว่าหนังเกาหลีที่ประเทศไทยซื้อลิขสิทธิ์ไปฉายในประเทศไทย ไม่สามารถนำออกไปจำหน่ายจ่ายแจกยังประเทศอื่นใดได้


ต่อมานายรอน เพชชา ผู้บริหารของ BKT Group ได้มาพบนายเจย์ แยง และศัญญาว่าจะชดใช้ค่าเสียหายให้ “ ผมทราบว่า IPTV ยุติการออกอากาศหนังของเกาหลี เมื่อวันที่7กรกฎาคม2008 แต่ก็รออยู่ประมาณ5เดือนเขาไม่จ่ายจึงต้องยื่นฟ้อง”นายเจย์ แยง กล่าว


นายเจย์ แยง เปิดเผยว่าหนังของเกาหลีแต่ละเรื่องจะลงทุนสร้างประมาณระหว่าง 10-40 ล้ารดอลล่าสหรัฐเพื่อให้หนังมีคุณภาพและก็เป็นเช่นนั้นจริง ตั้งแต่ปี 1999 เป็นต้นมา หนังเกาหลีถูกระเมิดลิขสิทธิ์มากในหลายประเทศ ประเทศจีนละเมิดมากที่สุดตามด้วยเวียตนาม,ญี่ปุ่น,เม๊กซิโก,ฟิลิปินส์ และกัมพูชา เป็นต้น แต่ประเทศไทยตนเพิ่งรู้ว่ามีการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วยเช่นกัน


สำหรับร้านวิดีโอเล็กๆที่ละเมิดลิขสิทธิ์จะทำอย่างไร นายเจย์ แยง ตอบว่า ครั้งแรกจะส่งจดหามยไปเตือนขอให้ยุติการจำหน่ายจ่ายแจก อย่างเช่นร้านวิดีโอไทยแห่งหนึ่งที่เมือง Hacienda Heights ตนได้ทำหนังสือให้ลงลายมือว่าจะไม่มีการลักลอบต่อไป แต่หากยังลักลอบทำอยู่ก็จะถูกยื่นฟ้องร้องเหมือยร้ายวิดีโอเขมรในเมืองลองบีชที่ถูกฟ้องไปหลายร้านที่ไม่ยอมเลิก.


**** ดฉันอ่านข้อความดังกล่าวนี้ แล้วรู้สึกไม่เข้าใจว่า ทำไมที่เมืองไทยเค้าถึงไม่แจ้งตักเตือนเราก่อนว่าห้ามกระทำการใดๆเกี่ยวกับลิขสิทธิ์ของเค้า เป็นรายลักษณ์อักษรให้ดิฉันได้รับรู้ว่า กำลังทำละเมิดของเค้าอยู่ แล้วค่อยจับกุมหากดิฉันยังคงทำการนั้นอยู่****

+ 4 ชอบ ไม่ชอบ - 4   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Sun 31 May 09 , 21:58


  กร
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 13

เพิ่งเรียนจบมาเมื่อตะกี๊นี้เอง ผิดถูกอย่างไรท่านพี่ช่วยชี้แนะด้วยนะครับ...สรุปได้ว่าพัฒนาการของกฎหมายลิขสิทธิ์มักเป็นเรื่องที่รองรับกับการพัฒนาทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นในแต่ละยุคสมัย กฎหมายลิขสิทธิ์จึงเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่อยู่รอบตัวเราหากพิจารณาจากแง่มุมก็แยกออกได้เป็น ๑. หนังสือ ๒. งานศิลปะ ๓. ดนตรีและการบันทึกเสียง ๔. ภาพยนตร์ ๕. คอมพิวเตอร์ และ ๖. อินเตอร์เน็ต แต่อืมม...ลักษณะของงานที่คุณทำมีรูปร่างหน้าตาขั้นตอนเริ่มต้นและผลลัพธ์ลงเอยสำเร็จด้วยวิธีใด...สงกะสัย...จึงยังเจาะลึกเครสเข้าไปในหลักและข้อกฎหมายไม่ได้ว่าประเทศเขาประเทศเรามีระบุใช้ร่วมกันหรือหักล้างกันในกรณีใดบ้าง...มันเยอะ...แต่เอาหลักๆคร่าวๆเกี่ยวกับละครหรือหนังในโทรทัศน์วิทยุละกันนะครับ…คดีนี้เลยครับ...Williams & Wilkins Co. v. The United States ข้อเท็จจริงในคดีคือ บริษัทโจทก์ซึ่งเป็นผู้พิมพ์จำหน่ายวารสารทางการแพทย์ และวิทยาศาสตร์ ฟ้องห้องสมุด และสถาบันของรัฐบาลที่ชื่อว่า the National Library of Medicine and the National Institutes of Health ว่าละเมิดลิขสิทธิ์ จากการที่หน่วยงานดังกล่าวถ่ายสำเนาบทความในวารสารของบริษัทโจทก์แล้วรวบรวมส่งให้แก่แพทย์และนักวิจัยทั่วประเทศ เพื่อเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการที่เป็นประโยชน์ ศาลฎีกาของสหรัฐอเมริกาตัดสินว่า การกระทำดังกล่าวไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ โดยอาศัยหลักที่เรียกว่า Fair Use ซึ่งต่อมามีการแก้ไขกฎหมายลิขสิทธิ์ในรองรับหลักดังกล่าว เพื่อให้ห้องสมุดสามารถจัดทำสำเนาเอกสารได้ ในประเทศไทย หลัก Fair Use ปรากฏอยู่ในมาตรา ๓๒ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ และมีคำพิพากษาฎีกาที่ ๕๘๔๓ / ๒๕๔๓ ตัดสินว่า จำเลยถ่ายเอกสารงานอันมีลิขสิทธิ์ไว้หลายชุดแล้วเก็บไว้ที่ร้านค้าของจำเลยซึ่งอยู่ใกล้มหาวิทยาลัย ซึ่งมีการเรียนการสอนโดยใช้หนังสือของโจทก์ร่วมและมีโอกาสที่จำเลยจะขายเอกสารที่ทำซ้ำขึ้นแก่นักศึกษาได้สะดวก เป็นการทำซ้ำงานอันมีลิขสิทธิ์ของโจทก์ร่วม มิใช่เป็นการรับจ้างถ่ายเอกสารจากนักศึกษาที่ต้องการได้สำเนางานที่เกิดจากการทำซ้ำไปใช้ในการศึกษาวิจัย อันเป็นเหตุยกเว้นมิให้ถือว่าการทำซ้ำของจำเลยเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์…ในปี ค.ศ. ๑๙๙๑ ศาลสหรัฐอเมริกาที่นิวยอร์ค ตัดสินว่า บริษัทถ่ายเอกสารชื่อ Kinko’s Graphics Corporation รับผิดจากการถ่ายเอกสารซึ่งทำอย่างเป็นระบบ  (systematically copying) สำหรับเอกสารที่นักศึกษาใช้ในชั้นเรียน ซึ่งมีจำนวนมากกว่าร้อยละ ๒๕ ของงานอันมีลิขสิทธิ์ ผลคดีดังกล่าว ทำให้ Kinko และ บริษัทอื่นๆ เสนอบริการใหม่แก่อาจารย์ในมหาวิทยาลัย และนักศึกษา คือเสนอให้สิทธิในการถ่ายเอกสารที่จะใช้ในชุดเอกสารที่เตรียมให้แก่นักศึกษา (course packs) ในอีกด้านหนึ่งเพื่อแก้ปัญหาองค์กรขนาดใหญ่มีการถ่ายเอกสารจำนวนมาก ได้มีการจัดตั้งองค์กรเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์ ที่เรียกว่า the Copy right Clearance Center (CCC) ขึ้น เพื่อเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ได้รับอนุญาตให้ถ่ายเอกสาร การได้มาซึ่งลิขสิทธิ์นั้นเพียงแต่สร้างสรรค์งานก็ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องไปจดทะเบียนอีก การที่เจ้าของลิขสิทธิ์ไปจดแจ้งข้อมูลลิขสิทธิ์กับกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อประโยชน์การใช้เป็นพยานหลักฐานเท่านั้นไม่ใช่เงื่อนไขว่าต้องไปจดทะเบียนก่อนจึงจะได้ลิขสิทธิ์ ในประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้สร้างสรรค์ก็ได้รับความคุ้มครองตามอัตโนมัติเช่นเดียวกัน แต่ยังต้องไปจดทะเบียนกับสำนักงานลิขสิทธิ์ (the Copyright Office) ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดห้องสมุดสภาคองเกรส ( the Library of Congress) ด้วย เพราะกฎหมายลิขสิทธิ์ของสหรัฐอเมริกาไปกำหนดว่า จะฟ้องคดีลิขสิทธิ์ได้ต้องไปจดทะเบียนก่อน (17 U.S.C.§ 411) สำหรับการฟ้องคดีลิขสิทธิ์ในประเทศไทยนั้น เจ้าของลิขสิทธิ์ก็จะต้องบรรยายให้เข้าเงื่อนไขการได้มาซึ่งลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ มาตรา ๘ ซึ่งแยกเป็นสองกรณีคือ กรณีที่ยังไม่ได้มีการโฆษณางาน และ มีการโฆษณางานแล้ว คำว่าการโฆษณา (publication) หมายถึง การนำสำเนาจำลองของงานออกจำหน่าย โดยสำเนาจำลองจะต้องมีปรากฏต่อสาธารณชนเป็นจำนวนมากพอสมควรตามสภาพของงาน ถ้าพูดง่ายๆในกรณีของหนังสือ คือ การพิมพ์หนังสือ และออกวางจำหน่าย คำในมาตรา ๘ ที่น่าสนใจอีกคำหนึ่ง คือ คำว่า “ประเทศที่เป็นภาคีแห่งอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่ด้วย” ซึ่งหมายถึงอนุสัญญาเบอร์น (Berne Convention) คำฟ้องคดีที่เกี่ยวกับลิขสิทธิ์ต่างประเทศ จะแนบประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องการกำหนดรายชื่อประเทศภาคีแห่งอนุสัญญา ว่าด้วยการคุ้มครองลิขสิทธิ์ หรืออนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองสิทธินักแสดง มาเป็นหลักฐานยืนยันด้วย ในกรณีที่มีการโฆษณาแล้ว จะได้ลิขสิทธิ์ เมื่อ โฆษณาครั้งแรกในประทศไทย หรือในประเทศที่เป็นภาคีอนุสัญญาเบอร์น แต่ถ้าการโฆษณาครั้งแรกไปทำนอกประเทศไทย หรือ นอกประเทศที่เป็นภาคีอนุสัญญาเบอร์น การได้ลิขสิทธิ์จะยุ่งเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย คือจะได้ลิขสิทธิ์เมื่อนำงานมาโฆษณาในประเทศไทย หรือในประเทศที่เป็นภาคีอนุสัญญาเบอร์น ภายใน ๓๐ วัน นับแต่โฆษณาครั้งแรก หรือไม่เช่นนั้น ผู้สร้างสรรค์ต้องมีสัญชาติไทย หรืออยู่ในประเทศไทย หรือ มีสัญชาติ หรืออยู่ในประเทศที่เป็นภาคีอนุสัญญาเบอร์น ตลอดระยะเวลา หรือเป็นส่วนใหญ่ในขณะสร้างสรรค์งานงาน การสร้างสรรค์งานถ้าทำในฐานะเป็นพนักงาน หรือลูกจ้าง ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ กำหนดว่า ถ้าไม่มีการตกลงกันเป็นหนังสือ ลูกจ้างเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ แต่นายจ้างมีสิทธินำงานออกเผยแพร่ต่อสาธารณชนได้ ตามที่เป็นวัตถุประสงค์ของการจ้างนั้น ถ้าเป็นการรับจ้างซึ่งถือเป็นเรื่องการจ้างทำของผู้ว่าจ้างเป็นผู้ได้ลิขสิทธิ์ยกเว้นจะตกลงกันเป็นอย่างอื่น…อายุการคุ้มครองของลิขสิทธิ์ โดยทั่วไป คือตลอดชีวิตของผู้สร้างสรรค์บวกอีก ๕๐ ปี หลังจากนั้นตกแก่สาธารณะ…เอาเท่านี้ก่อนนะครับ...

+ 4 ชอบ ไม่ชอบ - 4   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Sun 31 May 09 , 23:51


  Thailaw
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 14

ต้องกราบขอบพระคุณหลายๆท่านมากเลยคะที่ให้ข้อมูลอันเกิดประโยชน์กับดิฉัน แต่อย่างไรก็ตามดิฉันยังคงไม่เข้าใจอยู่ดีว่า ตกลงดิฉันต้องโทษตามข้อกล่าวหาที่กำลังจะเกิดขึ้นหรือไม่ ว่าดิฉันเป็นผู้กระทำการละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะบริษัทดิฉันเป็นเพียงแค่ผู้รับจ้างออกแบบและพัฒนา www.thaitv.tv และทำสื่อโฆษณาให้กับทางผู้ว่าจ้างที่เป็นบริษัทต่างประเทศ การเข้าตรวจค้นของเจ้าพนักงานได้ทำการอายัด เครื่องมือและอุปกรณ์ พร้อมกับการถ่ายโอนข้อมูลบางส่วนเก็บไว้เพื่อเป็นพยายานหลักฐาน ซึ่งดิฉันเองก็ยังไม่เข้าใจว่าตัวบทกฎหมายให้อำนาจในการกระทำต่อการตรวจค้นได้มากขนาดนี้เลยเหรอ เพราะดิฉันยังไม่ได้กระทำการใดๆ ที่เป็นการเผยแพร่ภาพและเสียงของผู้เสียหายต่าสาธารณะเลยแม้แต่น้อย เพราะการกระทำของดิฉันเป็นเพียงผู้รับทำ และ ออกแบบระบบการทำงานของเวปไซน์ และซอฟแวร์ในการใช้งานระบบการขายคะ ยังไงคงต้องขอคำชี้แจงจากผู้รู้ทุกท่านด้วยคะ ขอบคุณคะ

+ 4 ชอบ ไม่ชอบ - 4   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Mon 1 June 09 , 08:04


  ทะแนะ
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 15

          เอาอย่างนี้นะครับ  คุณ ลองเจรจากับเขาหรือยัง ว่า ใจเขาต้องการอะไร  ว่าดำเนินคดีอย่างเดียว หรือ ค่าปรับ  หรือ ยอมความได้ ต้องไป บีป  น้ำตา ให้เขาเห็นใจ (ไม่รู้ว่าจะได้ไหม) 
          หรือ ไม่ก็ วิ่งไป ปรึกษาตำรวจเจ้าของสำนวนครับ 


+ 4 ชอบ ไม่ชอบ - 4   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Mon 1 June 09 , 11:43


  กร
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 16

ถ้าหลักๆเลยนะครับกล่าวได้ว่า กม.ลิขสิทธิ์ ก็คล้ายกับ กม.ทั่วไปก็คือมี โทษปรับ โทษจำคุก โทษริบทรัพย์สิน ให้กระทำการ ไม่ให้กระทำการ มีครบเหมือนกันครับ แต่ที่ผมค้นหามาได้นั้นส่วนใหญ่ก็จะเป็นแนวทางหรือช่องทางที่จะทำให้ "พ้นคุก" ครับ  ผมเองยอมรับว่าก็เพิ่งมาได้ดูนี่ละครับ...แต่เมื่อดูแล้ว ถ้าจะตอบว่าคุณพี่จะต้องโทษทางอาญาตามข้อกล่าวหาของเขาหรือไม่นั้น จึงจำต้องทราบข้อเท็จจริงให้ละเอียดแน่ชัดดังที่ผมแจ้งไปน่ะครับ เมื่อยังไม่รู้ข้อเท็จจริงที่แน่ชัด จึงไม่กล้าที่จะคาดเดา ทั้งๆที่อยากจะคาดเดา แต่กลัวเดาแล้วไม่ถูกครับ คุณพี่จะต้องย้อนหันกลับมาตำหนิผมแน่ๆ ทำให้ผมนั้นเพียงแค่เสียชื่อหรือเพียงแต่เสียหายซึ่งนั่นไม่เป็นไร แต่ผลร้ายที่หนักไปมากย่อมตกอยู่กับคุณพี่เองน่ะครับ เพราะได้ฟังข้อเท็จจริงมาไม่ชัดจึงสำคัญผิดไปทำให้แพ้คดีแก้ไขอะไรไม่ได้ครับ...สรุปว่า กม.ลิขสิทธิ์ มีโทษตามข้างต้น อันนี้รู้แล้วนะครับ
แต่ในวันนี้คุณพี่แจ้งข้อมูลเพิ่มเข้ามา ผมจึงเปรียบเทียบให้คุณพี่เห็นว่ารูปคดีและแนวทางที่ถูกดำเนินคดีขณะนี้ (เฉพาะเครสของคุณพี่นะครับ) เท่าที่สังเกตพบว่า เขาปฏิบัติต่อคุณพี่อย่างดีและนุ่มนวลแล้วเพราะโดยปกตินั้น ถึงแม้ว่าในท้ายที่สุดแล้วคุณพี่จะชนะคดี แต่ทรัพย์สินที่มีไว้เพื่อใช้กระทำความผิดนั้น "ยึดหมดเลย" เอาไปแต่แรกแล้วครับ ซึ่งกรณีของคุณพี่ยังดีแค่อายัด โดยเขาทำสำเนาข้อมูลเพียงเท่านั้น (ก็คุณพี่แจ้งมาแบบนั้น) คือความจริงเขาต้องยึดเอาไปเพราะเดี๋ยวคุณพี่ทำเสียหายเปลี่ยนแปลงข้อมูลภายในทำให้พยานหลักฐานถูกเปลี่ยนแปลง อันนี้คือหลักทฤษฎี แต่ของคุณพี่เขาเพียงอายัดไว้โดยเอาแต่สำเนาถ่ายข้อมูลไปคุณพี่จึงครอบครองเครื่องมืออุปกรณ์ได้อยู่ แต่อย่านำไปทำลาย ทำให้เกิดเสียหาย หรือทำให้ไร้ค่าโดยจงใจเด็ดขาดครับ...สรุปว่าตรงจุดนี้คุณพี่จะต้องยอมรับนะครับว่าที่เขาทำสำเนาและก็ปฏิบัติตามกฎหมายในสถานเบากับคุณพี่อย่างดีที่สุดแล้ว
จากที่คุณพี่แจ้งข้อมูลเพิ่มขึ้นมาวันนี้ ทำให้ผมพอที่จะจับประเด็นอธิบายง่ายๆให้คุณพี่พิจารณาดูว่าตรงมั๊ยน๊ะครับ
คือตอนนี้สถานะของคุณพี่เปรียบได้กับเจ้าของร้านรับบริการ "ถ่ายเอกสาร เย็บเล่ม ทำปก" โดยคุณพี่เปิดร้านบริการแห่งนี้อยู่ที่หน้ามหาวิทยาลัย ปรากฏว่าก็มีกลุ่มนักศึกษานำหนังสือที่มีลิขสิทธิ์หวงห้าม จำนวน ๑ เล่มหนึ่ง แล้วแจ้งแก่คุณพี่อย่างเช่นเคยขาประจำครับว่า "คุณป้า ๒๐ เล่ม" คุณพี่ก็ดำเนินการไปตามนั้นละครับโดยที่ไม่รู้หรอกว่า "หนังสืออะไร" แต่คุณพี่อ่านหนังสือได้เห็นข้อความมีเขียนว่า "สงวนลิขสิทธิ์" คุณพี่ก็รู้อยู่แค่นี้ว่ามันเป็นแบบนี้โดยที่คุณพี่ไม่ได้สืบขยายความต่อไปถึงขนาดที่ว่า ใครเป็นผู้เขียน ใครเป็นผู้ผลิต ใครเป็นผู้จัดจำหน่าย บุคคลเหล่านั้นมีชื่อเรียงเสียงไร พี่น้องกี่คน ถูกมั๊ยครับ (ใครจะบ้าไปถึงขนาดนั้น) ถ้าผมทายไม่ผิดลักษณะงานของคุณพี่เองก็เช่นกัน เขาเอางานมาส่งให้ คุณพี่ก็ทำแล้วส่งคืนไป ดูบ้างไม่ดูบ้าง อย่างนี้เรียกว่าคนปกติครับ
เอาละ...ย้อนมาที่ร้านของคุณพี่นะครับ เมื่อคุณพี่...เรียบร้อยแล้ว ๒๐ เล่ม เย็บเล่มทำปก ตกแต่ง ออกแบบจนเป็นรูปเล่มเรียบร้อยเช่นกัน คุณพี่เริ่มสงสัยว่าทำไมทุกทีสั่ง ๕๐ เล่ม ก็จะพอดีจำนวนคนทั้งห้อง แต่วันนี้สั่ง ๒๐ เล่ม เดี๋ยวเพื่อนมันก็ต้องออกมาสั่งเพิ่มกันอีกคนละเล่มสองเล่มแบบเช่นเคย คุณพี่รู้ครับว่ามันต้องเป็นเช่นนั้นแน่ก็จัดแจงดำเนินการเพิ่มครับอีก ๓๐ เล่ม เพื่อที่ว่าใครมาสั่งเพิ่ม จ่ายตังส์ จะได้ไม่ต้องคอย (จุดนี้จะเพิ่มนอกเหนือไปจากงานของคุณพี่ จะทำให้เข้าใจข้อแตกต่างครับ) 
เรียบร้อยแล้วครับ...เพิ่มขึ้นมาอีก ๓๐ เล่ม รวมเป็น ๕๐ เล่ม วางตั้งไว้คอย...เรื่องก็จบเพียงเท่านี้ครับ คราวนี้ก็มาถึงปัญหาที่คุณพี่นั้นยังกลุ้มใจเพราะว่า...ทันใดนั้น...
ถูกตำรวจบุกเข้ามารุมล้อมจับ ตรวจค้น ยึด อายัด หนังสือ ๕๐ เล่ม เครื่องถ่ายเอกสาร แผ่นไม้กระดานที่ก่อตั้งเป็นร้านรับบริการนี้ไว้ และสอบปากคำคุณพี่ถึงที่มาของสำเนาหนังสือ (ตัวเจ้าปัญหา) คุณพี่ก็ตอบไปตามความจริงแบบที่ว่านั้นละครับ เมื่อสอบปากคำตรงจุดนี้เสร็จแล้ว คุณพี่ก็จะเห็นว่าเรื่องได้ดำเนินการมาถึงจุดนี้คล้ายกับเรื่องของคุณพี่หรือไม่ อย่างไร (อันนี้ผมถามคุณพี่นะครับ) ถ้าไม่ใข่ผมก็จะได้ดูอีกแนวหนึ่งให้ มันคล้ายๆกันแต่ผลลัพธ์คำตอบต่างกันมากครับ แต่ถ้าใช่ผมจะได้เขียนสรุปเพิ่มนะครับ. 

+ 4 ชอบ ไม่ชอบ - 4   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Mon 1 June 09 , 11:48


  Thailaw
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 17

ขอบคุณคะ งานที่ดิฉันรับทำนะคะ ทางลุกค้จะแจ้งมาว่าให้ออกแบบหน้าเวปไซน์ และทำกระบวนการระบบคอมพิวเตอร์ในการขายให้ ร่วมทั้งจัดทำโฆษณาสินค้าต่างๆให้ผ่านสื่อต่างๆตามที่ผู้ว่าจ้างแจ้งมา ซึ่งดิฉันไม่ได้กระทำการสำเนาไว้ เพื่อการใดของบริษัทอันไม่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่ผู้ว่าจ้างสั่ง เพราะงานระบบที่ทางดิฉันรับมาคือการพัฒนา และปรับปรุงรูปแบบเวปไซน์ เพื่อให้ทางรู้ค่าสามารถใช้งานได้คะ ส่วนเอกสารหลักฐานที่การเข้าตรวจค้นพบเจอ ก็บันทึกการสั่งงานระหว่างกัน บันทึกการดูแลลูกค้าในส่วนของระบบ Call centre ซึ่งทางเราต้องรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหาการใช้งานจากซอฟแวร์ที่ได้รับจ้างผลิต ภาพและเสียงสื่อโฆษณาของลูกค้า ที่จัดส่งมาให้สำหรับการทำโฆษณา ซึ่งอาจมีบางส่วนของละคร ของทางเจ้าของลิขสิทธิ์เก็บไว้อยู่ ตัวอย่างไฟล์ WMV ที่ทำการทดลองระบบพัฒนาการทำงาน เพื่อให้ผู้จ้างนำไปใช้ในการทำงานของเค้า ฉะนั้นทางบริษัทดิฉันจึงไม่มีารทำการใดๆ เพื่อการลอกเรียนแบบในการนำไปใช้เพื่อก็ให้เกิดรายได้กับทางบริษัทนอกเหนือคำสั่งจากผู้จ้างคะ 

ขอบคุณสำหรับทุกข้อมูลที่แนะนำ ตอนนี้เครียดมากคะ

+ 4 ชอบ ไม่ชอบ - 4   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Mon 1 June 09 , 12:54


  ถามมา...ตอบไป
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 18

ผมเคยทำคดีลิขสิทธิ์เรื่องหนึ่ง ซ฿งคงเปรียบเทียบได้เฉพาะกฎหมายของไทยนะครับ

กฎหมายไทยถือหลักสุจริต  กล่าวคือ สำคัญที่ว่าคุณรู้หรือไม่รู้ว่าสิ่งที่คุณรับจ้างทำนั้น  เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์หรือไม่  ถ้าคุณรู้ว่าเป็นสินค้าละเมิดแล้วคุณยังทำ  คุณก็ผิด  ถ้าคุณไม่รู้คุณก้พอมีทางออก

คดีที่ผมทำเป็นคดีขายแผนที่ทางหลวงประเทศไทย  ผู้ผลิต หุ้นส่วนในบริษัทผู้ผลิต ศาลพิพากษาว่าผิด  ส่วนร้านที่รับไปขาย ผมนำสืบว่าไม่รู้ว่าเป็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์  ศาลยกฟ้อง

คดีนี้ก็น่าจะไม่แตกต่างกันมาก หากคุณไม่รู้หรือเชื่อโดยสุจริตว่าไม่ละเมิดลิขสิทธิ์คุณก็รอด
แต่ในศาลต่างประเทศ ต้องดูกฎหมายของเขาอีกทีนึงครับว่าเขาตีความไปกว้างขนาดไหน
แต่บ้านเราหากคุณไม่มีเจตนาทุจริต  ศาลยกฟ้องแน่นอน  เพราะองค์ประกอบความผิดเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์ตามกฎหมายไทย  ตีความว่า "มีเจตนาทุจริต"  

+ 5 ชอบ ไม่ชอบ - 4   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Mon 1 June 09 , 13:30


  กร
  ผู้เยี่ยมชม
ความเห็นที่ 19

ตามข้อเท็จจริงที่คุณพี่แจ้งมาผมสรุปเอาเองคนเดียวนะครับว่าเกมส์นี้ “คุณพี่จะตกเป็นฝ่ายจำเลยที่ ๒ ไม่ต้องติดคุก เนื่องจากผู้กล่าวหาหรือโจทก์ควรเลือกใช้ทางเดินในจุดคุ้มทุนคือ ให้คุณพี่ชดใช้เงินร่วมกันกับฝ่ายจำเลยที่ ๑ โดยคุณพี่ก็จะได้ขึ้นถึงสองศาล ได้แก่ ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง (พิพากษายกฟ้อง) กับศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ อาจจ่ายน้อย ก็ทำนองเดียวกับที่ท่านพี่ (“Natcha” “wanida_buucu” “ถามมา ตอบไป”) อธิบายไว้ครับ ทนายคนเดียวไม่น่าจะพอเพราะทั้งสองศาลนั้นหลักในการพิจารณาอาจทำให้จิตใจของทนายความเกิดสภาวะที่ค้านและฝืนกันเอง ต่อเมื่อได้นำสำนวนทั้งสองมาอยู่รวมกัน พอถึงเวลานั้นจะต้องค่อยๆมองหาจุดสังเกตให้ดีและให้ได้เยอะมากที่สุด (ตรงนี้สำคัญ อาจทำให้พลิกหรือแพ้กันได้) แต่ถ้ามีทนายความที่ควบคุมจิตใจตนเองได้อย่างมั่นคง (เช่น มีวิชามารเยอะ...หรือ...ใช้มือขวาชกต่อยกับมือซ้ายได้...ผมเปรียบนะครับ) คนเดียวก็พอครับ ส่วนของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ควรเน้นประเด็น "อำนาจฟ้อง" ส่วนศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ  ควรให้ความสำคัญกับประเด็นข้อพิพาทแห่งคดีที่จะต้องได้พิพิจารณาจากคำฟ้องและคำให้การของคู่ความทั้งสองฝ่ายนั้นเสียก่อน แต่ก็ต้องไม่ลืมประเด็น “ผู้เสียหายโดยนิตินัย” ขอให้โชคดีนะครับ 
ผมข้ามเรื่องร้านรับบริการ ถ่ายเอกสาร ทำปก เย็บเล่มไป ซึ่งก็จะนำมาใช้กับคดีนี้ได้ครับ.

+ 6 ชอบ ไม่ชอบ - 4   ตอบกลับความคิดเห็นนี้ : IP:      ตอบเมื่อ : Mon 1 June 09 , 15:52

Page •  1   2  3 
แสดงความคิดเห็น
Name :  
Special Tag : ปิดท้ายคำสั่ง
 
  :-D 8-| :-( :-) :-[ )-( B-) B-( :-P 8-.
Comment :

ใส่ตัวเลขในช่องว่าง :
 
ออกแบบเว็บไซต์โดย Gomew - เที่ยวเชียงใหม่